เนื้อหาจากผู้ติดตามและการนำเสนอเรื่องราวที่เปี่ยมความคิดสร้างสรรค์
หนึ่งในเคล็ดลับที่ช่วยให้บัญชีอินสตาแกรมของเมอร์เซเดส-เบนซ์มียอดการกดไลก์ถึง 1 พันล้านไลก์นั้นอยู่ที่เรื่องราวต่างๆ ทั้งเรื่องราวที่เมอร์เซเดส-เบนซ์บอกเล่าเอง เรื่องราวจากผู้มีอิทธิพลทางความคิด และแฟนๆ ของแบรนด์ นอกจากนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังใช้คุณสมบัติของอินสตาแกรมสตอรี่เพื่อกระตุ้นความสนใจของผู้ติดตามในเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวกับนวัตกรรมในอนาคต เช่น นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ หรือการพัฒนารถยนต์ที่ขับเคลื่อนโดยใช้พลังงานไฟฟ้า โดยการนำเสนอเรื่องราวต่างๆ เหล่านี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดผู้ใช้อินสตาแกรมให้กลายเป็นผู้ติดตามบัญชีทางการของแบรนด์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี
หนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจคืองาน “อีคิวไนท์ – EQNight” ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงลิสบอน เมอร์เซเดส-เบนซ์เปิดโอกาสให้ผู้ใช้อินสตาแกรมสามารถตั้งคำถามที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์รุ่นอีคิวซี (EQC) หรือแนวคิดของรถยนต์ที่ขับเคลื่อนโดยใช้พลังงานไฟฟ้า และจะได้รับคำตอบจากคุณไมค์ แมสซิมิโน่ (Mike Massimino) อดีตนักบินอวกาศ เจ้าของฉายา “แอสโตรไมค์ (Astro Mike)” ผ่านทางอินสตาแกรมสตอรี่ กิจกรรมพิเศษนี้ช่วยให้ผู้ติดตามทราบถึงความสามารถของรถยนต์รุ่นอีคิวซี หรือวัสดุที่เป็นส่วนประกอบของทั้งรถยนต์รุ่นอีคิวซีและกระสวยอวกาศ เป็นต้น
ความสำเร็จของกลยุทธ์ในการใช้อินสตาแกรมสะท้อนถึงข้อเท็จจริงว่าเมอร์เซเดส-เบนซ์เป็นแบรนด์ที่สามารถเข้าถึงจิตใจของผู้บริโภคทั่วโลก อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนจาก ช่างภาพนิ่งและช่างภาพเคลื่อนไหวที่เปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์มากมาย ส่งผลให้เนื้อหามากกว่าร้อยละ 75 ที่เผยแพร่ในอินสตาแกรมนั้นเป็นเนื้อหาที่ถูกสร้างขึ้นโดยแฟนๆ ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ทั้งสิ้น
ย้อนรำลึกถึงความสำเร็จของเมอร์เซเดส-เบนซ์ด้านการสื่อสารผ่านอินสตาแกรม
เมอร์เซเดส-เบนซ์เปิดบัญชีอินสตาแกรมทางการในเดือนมีนาคม ปี 2012 และเริ่มต้นสร้างแคมเปญ #mbshootout ที่มุ่งเน้นการสร้างสรรค์ภาพถ่ายและเนื้อหาเพื่อการนำเสนอผ่านช่องทางอินสตาแกรมโดยเฉพาะ จากนั้น บริษัทฯ ได้นำเสนอแคมเปญ #mbsocialcar โดยให้ช่างภาพและผู้สร้างภาพยนตร์ยืมรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ไปทดลองขับและถ่ายภาพหรือคลิปวิดีโอเกี่ยวกับรถยนต์ที่พวกเขายืมไปได้อย่างอิสระ โดยมีช่างภาพ บล็อกเกอร์ และผู้อิทธิพลทางความคิดกว่า 350 รายเข้าร่วมแคมเปญนี้ และมีจำนวนการโพสต์ทั้งหมด 542 โพสต์ ต่อมาในปี 2014 เมอร์เซเดส-เบนซ์เป็นบริษัทจากทวีปยุโรปบริษัทแรกที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการยูโรเปียน อินสตาแกรม มีเดีย พาร์ทเนอร์ (European Instagram Media Partner) และยังเป็นหนึ่งในแบรนด์แรกๆ ของทวีปยุโรปที่ได้รับสิทธิ์ให้ทดลองใช้คุณสมบัติอินสตาแกรมสตอรี่ในปี 2016 นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังจัดแคมเปญ #mbdolomates ร่วมกับกลุ่มช่างภาพเยอรมันโรมเมอร์ส (German Roamers) จนกลายเป็นปรากฏการณ์ไปทั่วโลก
ในปี 2015 เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้รับการขนานนามว่าเป็นแบรนด์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดแบรนด์หนึ่งในอินสตาแกรมเป็นครั้งแรก อีกทั้งยังมีการเปิดบัญชีอินสตาแกรมทางการของบริษัทฯ ในภาษาเยอรมันเพิ่มเติม ซึ่งในปัจจุบันถือเป็นบัญชีอินสตาแกรมภาษาเยอรมันของผู้ผลิตรถยนต์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดด้วยจำนวนผู้ติดตามกว่า 3.5 ล้านคน การสื่อสารทางการตลาดในอินสตาแกรมของเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้รับรางวัล German Prize for Online Communication ประเภท “การสื่อสารโดยใช้ผู้มีชื่อเสียงหรือผู้นำทางความคิด (Influencer Communication)” และรางวัลด้านแบรนด์ประเภท “กลยุทธ์ดีเด่น (Best Strategy)” จากการประชุมผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด #INREACH
ในปี 2018 นี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์สร้างสีสันในโลกดิจิทัลด้วยแคมเปญ #explorewildtaiga เพื่อนำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ ผ่านวิธีการที่หลากหลาย เช่น ภาพถ่าย คลิปวิดีโอ หรือวิธีการนำเสนออื่นๆ รวมถึงวล็อก (vlog) เพื่อบอกเล่าสิ่งที่น่าสนใจที่ช่างภาพและทีมงานพบระหว่างการเดินทางในป่าเขตหนาวของประเทศฟินแลนด์ (Finish taiga) เป็นระยะเวลา 6 วัน โดยใช้รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ จี-คลาสเป็นยานพาหนะ ตลอดแคมเปญนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ใช้แชทบอตสำหรับโปรแกรมสื่อสาร “เอ็มบี เจอร์นีย์ส (MB Journeys)” เป็นผู้โต้ตอบกับผู้ติดตาม โดยแชทบอตนี้ช่วยให้ผู้ติดตามสามารถเลือกชมสิ่งต่างๆ ที่ เมอร์เซเดส-เบนซ์นำเสนอในแต่ละวันได้อย่างหลากหลายตามความต้องการ
1 ตัวเลขข้างต้นเป็นตัวเลขที่ได้จากการทดสอบในห้องปฏิบัติการที่มีการกำหนดขั้นตอนและสภาพแวดล้อมอย่างละเอียด ค่าที่ได้ทั้งหมดเป็นค่าตามข้อบังคับด้านคาร์บอนไดออกไซด์แบบ NEDC ของสหภาพยุโรป ตามมาตราที่ 2 (1) ของข้อบังคับสหภาพยุโรปที่ 2017/1153 ท่านสามารถศึกษาข้อมูลโดยละเอียดของรถยนต์ที่มีวางจำหน่ายในประเทศของท่าน อันหมายรวมถึงค่าการทดสอบการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แบบ WLTP ได้ที่ www.mercedes-benz.com