แต่ทั้งนี้ต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงจากความเข้มงวดในการปล่อยกู้ของสถาบันการเงินต่างๆ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่เพิ่มขึ้น หนี้ครัวเรือน มาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทยที่เข้ามาควบคุมอัตราส่วนการให้สินเชื่อเพื่อซื้อบ้านเทียบกับมูลค่าบ้าน (LTV) ซึ่งทำให้บ้านหลังที่สองหรือราคาที่สูงกว่าสิบล้านบาทขึ้นไปได้รับผลกระทบ อีกทั้งความผันผวนจากเศรษฐกิจโลก ทั้งในเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน ราคาพลังงาน และสงครามการค้า ฯลฯ
อย่างไรก็ตามคาดว่าต้นทุนค่าก่อสร้างน่าจะทรงตัว และไม่น่าจะมีปัญหาแรงงานเหมือนหลายปีก่อนหน้า แต่ผู้ประกอบการที่ซื้อที่ดินต้นทุนสูงเกินไป หรือซื้อมากไปจะประสบปัญหาภาระหนี้ ภาระที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยที่ต้องแบกรับ สินค้าคงคลังจำนวนมาก คาดว่าเจ้าของที่ดินที่ตั้งราคาขายที่ดินดิบในราคาที่สูงเกินจริง หรือเกินความเหมาะสมที่จะนำมาพัฒนาจะค่อยๆ ปรับลดลงให้เป็นจริงมากขึ้น
ไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากแผนงานปี 2561 ส่งผลให้บริษัทสามารถทำยอดขายได้พุ่งทะลุเป้ากว่า 33,343 ล้านบาท เติบโต 8% เมื่อเทียบกับปี 2560 ที่มียอดขาย 30,777 ล้านบาท ซึ่งการเติบโตมาจากยอดขายโครงการคอนโดมิเนียม 17,282 ล้านบาท และยอดขายโครงการแนวราบ 16,061 ล้านบาท โดยมีการเปิดตัวโครงการทั้งหมด 25 โครงการ แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 22 โครงการ และคอนโดมิเนียม 3 โครงการ มูลค่ารวม 25,980 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาบ้านรูปแบบใหม่ 3 ชั้น 3 แบบ 3 สไตล์ ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านรุ่นใหม่ ทาวน์โฮม ภายใต้ชื่อ ESSENCE ในทำเล “ลาดพร้าว” และ “สวนหลวง” อีกทั้งตอบโจทย์ ไลฟ์สไตล์ทุกคนในครอบครัวยุคดิจิทัล ด้วยระบบ Home Automation & Security บ้านอัจฉริยะครบวงจร ในโครงการศุภาลัย พรีม่า วิลล่า พระราม 2 - บางขุนเทียน เพิ่มความสะดวกสบาย ด้วยการควบคุมการทำงานระบบต่างๆ ภายในบ้าน ผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน และขยายการลงทุนที่เชียงรายเป็นจังหวัดล่าสุด โดยปักธงโครงการแรก “ศุภาลัย พาร์ควิลล์ แม่กรณ์-เชียงราย” บ้านเดี่ยว และบ้านรุ่นใหม่สไตล์โมเดิร์น อีกทั้งเกาะติดเทรนด์ Digital Marketing เพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าจองคอนโดฯ ผ่านระบบ Online Booking กับ “ศุภาลัย เวอเรนด้า รามคำแหง” พร้อมสร้างปรากฎการณ์ร้อนแรงที่สุด โดยสามารถปิดยอดขาย Online Booking Sold Out 100% ของจำนวนยูนิตที่เปิดขาย ภายในเวลาเพียง 5 ชั่วโมง (Ref : http://investor-th.supalai.com/slides.html)
สำหรับแผนงานปี 2562 แม้ภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์รายย่อยอาจได้รับผลกระทบจากมาตรการ LTV ของธนาคารแห่งประเทศไทย แต่บริษัทฯ ยังคงตั้งเป้าหมายในการเติบโตต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายยอดขาย 35,000 ล้านบาท และเป้าหมายรายได้ 28,000 ล้านบาท จากการเปิดตัวโครงการใหม่ 34 โครงการ แยกเป็นโครงการแนวราบ 28 โครงการ และโครงการคอนโดมิเนียม 6 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวม 40,000 ล้านบาท และกำหนดงบประมาณการจัดซื้อที่ดินประมาณ 8,000 ล้านบาท ซึ่งในปีนี้จะมีการพัฒนาสิ่งใหม่ๆ และการเติบ โตอย่างไม่หยุดยั้ง อาทิ การสร้างสรรค์โครงการทันสมัยที่ผสานนวัตกรรมที่อยู่อาศัย บนทำเลที่หาไม่ได้อีก การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบบูรณาการ (Mixed-use) บนที่ดินสถานทูตออสเตรเลีย (เดิม) ถนนสาทร การสร้างสรรค์บ้านอัจฉริยะสุขสบายด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย เชื่อมโยงนวัตกรรมการอยู่อาศัยยุค 4.0 สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วย Home Automation & Security ระบบอัจฉริยะที่ช่วยอำนวยความสะดวกกับระบบสั่งงานภายในบ้าน ผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน การขยายฐานเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ เจาะกลุ่มลูกค้าในระดับ Hi-End ที่มีกำลังซื้อสูงเพิ่มมากขึ้น ทั้งโครงการแนวราบ และคอนโดมิเนียม นวัตกรรมการบริหารจัดการสู่ความเป็นเลิศ ทั้งระบบการขาย การก่อสร้าง และศูนย์ปฏิบัติการบริการครบเบ็ดเสร็จ 1720 Supalai Full Service Contact Center ที่เป็นช่องทางการให้บริการหลังการขายสำหรับลูกค้าที่ติดต่อได้สะดวก รวดเร็ว ทั้งการให้ข้อมูลโครงการและบริการหลังการขาย ใส่ใจสร้างสรรค์สุข สู่สังคมอย่างยั่งยืน ขับเคลื่อนแผนงานส่งมอบความสุขด้วย “การให้” อย่างไม่สิ้นสุด กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) และผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อผสานความสมดุลผ่านกิจกรรมทำความดีที่ใส่ใจในทุกกระบวนการผลิต ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง