Ride-hailers (ผู้ให้บริการรถยนต์ร่วมโดยสาร) Grab และ Go-Jek เปิดศึกชิงตลาด ผู้ให้บริการรถร่วม โดยสารในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รับปีใหม่ 2019 ทั้ง 2 ค่ายล้วนเป็นผู้นำในตลาดนี้ ในภูมิภาคอาเซียน ในปัจจุบัน
แอพของทั้ง Grab และ Go-Jek ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีการดาวน์โหลดสูงถึง 100 ล้านครั้ง มีบริษัท ระดับใหญ่ที่สุดของโลกหลายบริษัทร่วมลงทุนในทั้งสองบริษัทนี้ ทำให้ทั้งสองค่ายนี้เป็นธุรกิจสตาร์ทอัพ ที่มีมูลค่าสูงที่สุดของภูมิภาคนี้ แม้แต่ CEO ของทั้ง 2 บริษัทก็ได้ไปศึกษาที่ Harvard Business School
สองยักษ์เผชิญหน้า
ในปี 2019 นี้ ทั้งสองค่ายต่างกำลังรุกไปข้างหน้าด้วยแผนการขยายตัวที่มีความทะเยอทะยานทั่วทั้งภูมิ ภาค และไม่เพียงแต่ในธุรกิจหลักของพวกเขาเท่านั้น แต่ยังนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการพิเศษเพิ่มเติม แก่ลูกค้าที่ใช้บริการของทั้ง 2 ค่าย
ปัจจุบัน หลังจากซื้อกิจการ Uber ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้ Grab ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในสิงคโปร์ (ก่อตั้งปี 2012) สามารถสร้างธุรกิจที่ครอบคลุมตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 8 แห่ง
แต่ Go-Jek ก็กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว Go-Jek ก่อตั้งขึ้นในอินโดนีเซียในปี 2010 นับแต่ ก่อตั้งบริษัทก็ดำเนินธุรกิจในประเทศมาตลอดจนกระทั่งปีที่แล้ว 2018 บริษัทได้ประกาศการลงทุนด้วยเงิน 500 ล้านดอลลาร์ เพื่อขยายธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน ภายในไม่กี่เดือนมันก็ขยายไปสู่เวียดนาม และไทย ซึ่งทำให้ Go-Jek ต้องแข่งขันโดยตรงกับ Grab
Go-Jek ระมัดระวังมากขึ้นต่อการขยายธุรกิจในต่างประเทศ เนื่องจากธุรกิจบริการรถยนต์ร่วมโดยสารใน ต่างประเทศ มีความเปราะบางจากการถูกตรวจสอบโดยหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศต่างๆ ในภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อเร็วๆ นี้ ฟิลิปปินส์ก็ได้ปิดกั้นการเข้าไปของบริษัทจากความกังวลเกี่ยวกับ การที่เจ้าของธุรกิจเป็นต่างประเทศ หน่วยงานกำกับดูแลระบุว่า Velox Technology Philippines ซึ่งเป็น บริษัทในเครือของ Go-Jek ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบที่จำกัดสิทธิ์สัดส่วนการเป็นเจ้าของที่เป็นชาวต่างชาติ ไว้ที่ 40%
Go-Jek ยังคงสามารถกลับสู่ตลาดฟิลิปปินส์อีกครั้ง โดยการเปลี่ยนโครงสร้างความเป็นเจ้าของ ของ บริษัทในเครือ ซึ่งในประเทศอื่น บริษัทได้ยอมรับข้อจำกัดในการเป็นเจ้าของตามกฎหมายแล้ว Go-Viet ซึ่งเป็นสาขาของ Go-Jek ในเวียดนามผู้ถือหุ้นท้องถิ่นถือหุ้นมากกว่า 50%
ในประเทศไทย Go-Jek ได้เปิดตัวบริการเมื่อปลายปี 2018 ซึ่งเป็นสัญญาณแห่งโอกาสที่ดีสำหรับการ ดำเนินธุรกิจในต่างประเทศของ Go-Jek จากนั้น Go-Jek ยังรุกเข้าไปทำธุรกิจให้บริการรถยนต์รวม โดยสารในสิงคโปร์อันเป็นถิ่นเกิดของ Grab จึงเสมือนว่า Go-Jek กำลังบุกเข้าไปท้าทาย Grab ถึงในบ้าน
ส่วน Grab ก็เผชิญกับความท้าทายของตัวเองในฟิลิปปินส์ด้วย ในขณะที่การควบรวมกิจการกับ Uber ได้รับการอนุมัติเมื่อปีที่แล้ว ทำให้การผูกขาดเสมือน (Virtual Monopoly) ในประเทศยังคงอยู่ภายใต้ การตรวจสอบหลังควบรวมกิจการเป็นเวลาหนึ่งปี