จากวิธีคิดทั้งหมด ศราพร ได้สรุปในเรื่องของ Content กับ Context ว่า
1. Key Message เปรียบเสมือนวัตถุดิบในการทำอาหาร ที่คนเราคงไม่อยากรับประทานหมูดิบ ข้าวสาร
2. นำมาต่อยอดเป็น Content เปรียบได้กับวิธีปรุงอาหาร ผัด ต้ม ทอด และต้องเลือกว่าจะใส่เกลือหรือมะนาว อาหารไทยหรือฝรั่ง ซึ่งถ้าคนรับประทานคนนั้นเขาชอบอาหารไทยและหิวและมีให้เลือกแค่จานเราเจ้าเดียวก็ต้องรับประทานของเราแน่ๆ อร่อยก็ชม ไม่อร่อยก็ไม่ชอบ
3. และมาพิจารณาเบลนด์ Context ลงไปเปรียบเสมือนการดีไซน์ว่าอาหารจะเสิร์ฟยังไง จัดจัดแพคเกจยังไง ซึ่งจะช่วยได้มากในกรณีที่มีอาหารจากหลายเชฟที่ลูกค้าไม่รู้เจ้าไหนอร่อย เพราะในโลกนี้ที่ Content เยอะแยะเต็มไปหมด ก็เหมือน food court ถ้าจัดจานสวยอยู่ในแพคเกจน่ารับประทานก็มีโอกาสที่เขาจะหยิบของเรา
ทั้งนี้ การใช้ context ที่กล่าวไปข้างบน คือสิ่งที่เป็นแบบ Nice to Have คือ ทำได้ก็ดี ถ้าทำไม่ได้แต่ content ดี๊ดีจริงก็อาจจะประสบความสำเร็จได้
จริงๆ แล้วจะมี Context ในมิติที่ Must Have คือทุกครั้งก่อนสื่อสารเราต้องดูด้วยว่า บริบทแวดล้อม สถานการณ์สังคมรอบด้านสนับสนุนให้แบรนด์สื่อสาร Key Message ที่ต้องการหรือเปล่า เช่น ช่วงวิกฤติภัยธรรมชาติครั้งยิ่งใหญ่ เราก็จะเห็นหลายแบรนด์ลดการพูดในแนวบันเทิงรื่นเริงเป็นต้น
คงเห็นกันแล้วว่า Context เป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญในการทำ Content แต่ละครั้ง
ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตามที่ต้องทำและผลิต Content ในยุคนี้ อย่าลืมที่จะทำความเข้าใจกับ Context ด้วยนะครับ