ปัจจุบัน Always Dry เปิดตัวในเมืองไทยมากว่า 3 ปี โดยเริ่มต้นจากการทำธุรกิจแบบ B2B (Business-to-Business) ร่วมกับโรงแรม Car Care และ Bag Spa ก่อนจะก้าวสู่ธุรกิจค้าปลีก (Retail Business) ผ่านการจำหน่ายใน Supersports, Sports World, SportsMall, SportDome, Avarin, Ari Football Concept Store เซ็นทรัลและโรบินสันทั่วประเทศ เน้นกลุ่มคนรักการออกกำลังกายและสายสนีคเกอร์ตัวจริง โดยมี จิตต์ภูมิ หรือ “กอล์ฟ” ดูแลภาพรวมในการดำเนินธุรกิจ และ รุกข์ ดูแลเรื่อง Marketing & Communication และ Training ด้วยจุดแข็งที่เน้นหลักในการบริหารความต่างของเจเนอเรชั่นในแบบ "Baby Boomers & Gen X morph into one"
หลังตัดสินใจก้าวสู่ธุรกิจค้าปลีกเต็มตัว แบรนด์จึงเน้นการสร้าง Awareness ผ่านกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่และกลุ่มผู้ใช้จริงในเมืองไทย เน้นจุดขายด้วยคุณสมบัติในการเคลือบกันน้ำพร้อมดูแลสนีคเกอร์คู่โปรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการตลาดที่เน้นความจริงใจต่อลูกค้าเพื่อความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจ ก่อนที่ปีนี้ Always Dry จะลุกขึ้นมาปรับภาพลักษณ์และดีไซน์แพ็กเก๊จจิ้งใหม่ ให้ดูทันสมัย มีสไตล์ และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างของคนเมืองได้อย่างลงตัว ในเรื่องนี้ รุกข์ กล่าวว่า
“เราเน้นเรื่องของ “Honesty as a Competitive Advantage" ทั้งในแง่ของการตลาดและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ลูกค้าได้รับสิ่งที่ดีที่สุดเสมอ ไม่เน้นการโฆษณาเกินจริง เพราะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ของแบรนด์ โดยแนวคิดหลักในการบริหารในสไตล์ของเราคือ “Baby Boomers & Gen X Morph Into One” เป็นการดึงจุดแข็งของแต่ละคน แต่ละเจนฯ เข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดการทำงานในเชิงสร้างสรรค์และต่อยอดธุรกิจสู่เป้าหมายที่วางไว้ นอกจากนี้เรายังเน้นให้ความรู้เกี่ยวกับความแตกต่างในการดูแลสนีคเกอร์กับรองเท้าทั่วไป รวมถึงแสดงให้เห็นศักยภาพของนาโนเทคโนโลยีของ Always Dry ที่ผู้ใช้ได้พิสูจน์ด้วยตัวเองจนรู้สึกมั่นใจในแบรนด์ มั่นใจในสินค้า และบอกต่อให้คนอื่นได้ลองใช้ ส่งผลให้ยอดขายในปีที่ผ่านมา (Total Sale) อยู่ที่ 55 ล้านบาท ปีนี้เราคาดการณ์ว่าจะเติบโตสูงกว่า 70 ล้านบาท เพราะอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องของสนีคเกอร์และเทรนด์สปอร์ตในเมืองไทย ควบคู่กับสร้างการจดจำสู่การเป็น Top of Mind ในใจผู้บริโภค”