อายุสั้นกว่าที่คิด 2021 จุดจบของสายการผลิต A380
แม้เครื่องบินยักษ์ A380 Super Jumbo จะมีขนาดใหญ่ที่สุด และหรูหราที่สุด ซึ่งน่าจะสามารถตอบสนองความต้องการของสายการบินได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากในแต่ละปีมีผู้คนที่เดินทางระหว่างประเทศจนถึงเดินทางระหว่างทวีปเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมหาศาล นับตั้งแต่ปี 1995 จนถึงปี 2017 ข้อมูลจากองค์การ UNWTO (United Nations World
Tourism Organization) ระบุว่าจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางท่องเที่ยวทั่วโลก เพิ่มจากประมาณ 531 ล้านคน ในปี 1995 เป็นประมาณ 1,326 ล้านคนในปี 2017 ในจำนวนนี้คงมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่เดินทางท่องเที่ยวข้ามทวีประหว่าง เอเชีย-อเมริกา-ยุโรป-ออสเตรเลีย ซึ่งเครื่องบินขนาดยักษ์ที่บรรทุกผู้คนจำนวนมากในแต่ละเที่ยวบินอย่าง A380 สามารถเดินทางข้ามทวีปในรวดเดียวได้น่าจะสามารถตอบโจทย์นี้ได้ดีที่สุด แต่ความเป็นจริงไม่ได้เป็นสมการสวยหรูเช่นนั้น
ในช่วงหลายปีหลัง สายการบินที่ให้บริการด้วยเครื่อง A380 ส่วนใหญ่จำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการในแต่ละเที่ยวบินไม่เต็มลำมีที่นั่งว่างมาก สายการบินจึงไม่สามารถทำกำไรได้คุ้มค่าตามเป้าหมาย ประกอบกับมีตัวแปรอื่นที่เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การคาดการณ์ความต้องการของเครื่องบินยักษ์ A380 ไม่เป็นไปตามเป้าหมายเข้ามาด้วย
ปัจจัยนั้นคือคู่แข่งสำคัญของ Airbus บริษัท Boeing นั่นเอง
หมดยุค Super Jumbo Jet สู่ยุค Super Twins
Boeing 787, 777X และ Airbus A350XWB ทางเลือกใหม่ของตลาด เนื่องจาก Boeing ไม่ได้ผลิตเจ็ท โดยสารยักษ์แบบเดียวกับ A380 (Boeing 747-500X และ 747-600X) เพราะไม่ได้รับการตอบรับจากตลาด Boeing จึงทำเพียงพัฒนาต่อยอดเครื่อง Jumbo ในตระกูล 747-400 และสร้าง 746-8 ออกมา ยังคงเป็น Jumbo Jet แต่ไม่ถึงระดับ Super Jumbo แบบ A380
แต่ Boeing กลับสร้างจุดเปลี่ยนสำคัญ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ A380 มีช่วงเวลาของการเปิดสายการผลิตสั้นมีอายุสั้นกว่าที่คิด
Boeing ได้พัฒนาเจ็ทโดยสารลำตัวกว้างมีเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ 2 เครื่อง เป็นเครื่องบินขนาดกลางที่มีพิสัยบินไกลสามารถบินข้ามทวีปได้ออกสู่ตลาด มีชื่อเป็นทางการว่า Boeing 787 Dreamliner เครื่องบิน Boeing 787 ในรุ่น 787-9 สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ประมาณ 300 กว่าคน และบินได้ไกลกว่า 14,000 กิโลเมตร ซึ่งสามารถให้บริการข้ามทวีปได้ และมีประสิทธิภาพในการประหยัดเชื้อเพลิงสูง ทำให้ Boeing 787 ได้รับการตอบรับสูงจากสายการบินต่างๆ ด้วยเหตุสายการบินเหล่านั้นพิจารณาแล้วว่ามันสามารถสร้างผลกำไรที่คุ้มค่าในการใช้งานมากกว่าเครื่องบินขนาดยักษ์อย่าง A380
และ Boeing ยังพัฒนาต่อยอดเครื่องบินอีกรุ่นหนึ่งในตระกูล Boeing 777 (ผลิตออกสู่ตลาดตั้งแต่ปี 1994) คือ Boeing 777X ใช้เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ 2 เครื่อง มี 2 รุ่นคือ 777-8 และ 777-9 จะเริ่มออกสู่ตลาดในปี 2020 จุผู้โดยสารได้ 365 คน สำหรับรุ่น 777-8 บินได้ไกลกว่า 16,000 กิโลเมตร มีประสิทธิภาพในการประหยัดเชื้อเพลิงสูง เป็นเครื่องบินรุ่นใหม่ที่มีแนวโน้มความต้องการของตลาดสูงเช่นกัน
การตอบรับที่สูงจากตลาดของ Boeing ตระกูล 787 ทำให้ Airbus ไม่สามารถนิ่งเฉยได้ ต้องพัฒนาเจ็ทโดยสารขนาดกลางพิสัยบินไกลออกมาชิงตลาดกับ 787 ของ Boeing คือ Airbus A350XWB (XWB- eXtra Wide Body) เครื่องบินที่มีลำตัวกว้างเป็นพิเศษ ซึ่งมี 3 รุ่นคือ A350-800, 900 และ 1000 มีประสิทธิภาพ
ในการประหยัดเชื้อเพลิงสูง มีเครื่องยนต์เจ็ทขนาดใหญ่ 2 เครื่องยนต์ เริ่มออกสู่ตลาดตั้งแต่ปี 2015 โดยรุ่น A350-1000 เป็นรุ่นที่ใหญ่ที่สุดในตระกูล จุผู้โดยสารได้ 366 คน มีพิสัยบินไกลกว่า 15,000 กิโลเมตร
เครื่องบินในตระกูล A350XWB ตั้งแต่เปิดตัวออกสู่ตลาดก็ได้รับการตอบรับจากตลาดสูงมากเช่นกัน ในภาพรวม Boeing ตระกูล 787 มียอดการสั่งสร้างและผลิตให้กับสายการบินต่างๆ 789 ลำ ส่วน Airbus A350 ตระกูล XWB มียอดการสั่งสร้างและผลิต 240 ลำ เมื่อถึงเดือนมกราคม 2019
ยุคของเครื่องบิน Super Jumbo Jet กำลังจะถึงจุดจบตามการประกาศเลิกผลิต A380 ในปี 2021 เปลี่ยนสู่ยุคของSuper Twins เพราะทั้ง Boeing 787, Airbus A350XWB และ Boeing 777X ล้วนเป็นเครื่องบินที่ใช้เครื่องยนต์เจ็ทคู่ขนาดใหญ่ คือใช้เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเพียง 2 เครื่องยนต์ทั้งสิ้น