การตลาดที่ทำกับกลุ่มแมสในวงกว้างเหมือนในอดีต จึงถูกเปลี่ยนไปสู่การทำการตลาดแบบแมสที่มุ่งตอบสนองความต้องการเฉพาะกลุ่มที่เราเรียกว่า Mass Customization
เมื่อโลกการตลาดเข้าสู่ยุค 4.0 ที่แบรนด์สินค้ามุ่งสู่การตอบโจทย์ในเรื่องของความเป็นตัวตนของผู้บริโภค กลยุทธ์การตลาดที่มุ่งตอบโจทย์เรื่องของ Personalization ซึ่งเป็นกระบวนการในการนำเสนอสินค้าให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในทุกรูปแบบ จึงถูกหยิบมาใช้มากขึ้น
เพราะความเป็น Personalize นี้ เป็นตัวกลางในการสะท้อนภาพลักษณ์ของผู้บริโภคผ่านมาทางแบรนด์ซึ่งเมื่อทั้งแบรนด์และผู้บริโภค “คลิก” ตรงกัน ผลที่ตามมาก็คือ การเกิดแฟนประจำของแบรนด์ในที่สุด เพราะการเลือกใช้แบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งของผู้บริโภคนั้น จะมองถึงแบรนด์ที่จะสามารถสะท้อนความเป็นตัวตนของตัวเองผ่านทางการใช้สินค้าแบรนด์นั้นๆ ได้
โดยเฉพาะกับสินค้าที่ผู้บริโภคใช้เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ของตัวเองออกมา อย่างสินค้าประเภทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งเหล้าและเบียร์ ที่ผู้บริโภคจะเลือกดื่มแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งในลักษณะของ “Drink to be seen” หรือการสะท้อนตัวตนของตัวเองออกมาได้ จึงไม่แปลกที่บรรดาเหล้าเบียร์ชั้นนำ ต่างนำเรื่องของ Personality เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการสื่อสารกับผู้บริโภค
อีกตัวอย่างที่สะท้อนความสำคัญในเรื่องนี้ก็คือ ครั้งหนึ่ง สินค้าขายตรงอย่างแอมเวย์ หันมาเลือกใช้กลยุทธ์ Personalization โดยแอมเวย์ ที่มีการนำกลยุทธ์นี้มาใช้กับสินค้าในหมวดความงามอย่าง อาร์ทิสทรี ซึ่งเหตุผลสำคัญของการนำกลยุทธ์ Personalization มาประยุกต์ใช้กับเครื่องสำอางกลุ่มสีสันนั้นก็เพื่อต้องเข้าถึงความต้องการของผู้บริโภคที่มีไลฟ์สไตล์แตกต่างกันได้อย่างแท้จริง การทำตลาดในรูปแบบนี้ แม้จะเล่นกับผู้บริโภคที่เป็นแมส แต่ก็สามารถลงลึกและเข้าถึงไลฟ์สไตล์ของพวกเขาได้อย่างลงตัว