ตลาดหุ้นในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีตลอดจนเหล่าบริษัท Tech Company ทั้งหลายนั้น เริ่มส่อเค้าลางที่คึกคักขึ้นกว่าแต่เดิม และไม่นานมานี้ Pinterest เองก็ได้ยื่นการเสนอขายหุ้นของบริษัทแบบ IPO (Initial Publish Offering) ถือเป็นก้าวใหม่ที่จะพาบริษัทออกสู่สายตาและความเป็นสาธารณะรวมทั้งผลักดันให้เกิดการพัฒนาบนแพลตฟอร์มมากยิ่งขึ้น
การเสนอขายหุ้นให้สาธารณะนั้น นับว่าจะสามารถสร้างก้าวสำคัญให้บริษัทได้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่บริษัทนั้นเป็นสื่อ Social Media ยกตัวอย่างกลับไปก็เช่นพี่ใหญ่สุดอย่าง Facebook ที่ได้เริ่มเสนอขายหุ้นครั้งแรกในปี 2012 และเติบโตอย่างก้าวกระโดดเรื่อยมา ในขณะที่บางบริษัทอย่าง Twitter ก็อาจจะไม่ เพราะบริษัทนั้นได้โดนตรวจสอบและตั้งคำถามมากมายเรื่อยมา โดยเฉพาะในเรื่องของการเปิดเผยจำนวน Active User และการพยายามอธิบายความหมายของ Active User ของตัวเอง ตลอดจนการที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการโดนเปรียบเทียบกับ Facebook ได้ มากไปกว่านั้นคือกรณีของ Snapchat ที่ได้เริ่มเสนอขายหุ้นครั้งแรกในปี 2017 และเผชิญกับแรงกดดันอย่างล้นหลามที่กระทบต่อทิศทางการทำงานบริษัทตลอดมา
แน่นอนว่า Twitter และ Snapchat นั้นไม่สามารถหลีกเลี่ยงการถูกเปรียบเทียบกับ Facebook ได้ แต่ ในส่วนของ Pinterest นั้น ได้พยายามสร้างความแตกต่างและจัดตัวเองให้หลีกหนีการโดนเปรียบเทียบกับ Facebook ตลอดเวลา เพราะ Pinterest พยายามที่จะระบุตัวเองว่าเป็น Discovery Engine หรือเครื่องมือในการค้นหาค้นพบสิ่งที่สนใจ คล้ายๆกับ Google แต่เน้นไปยังการเป็นเสมือนหนังสือแค็ตตาล็อกของไอเดียที่สร้างสรรค์มากกว่า นั่นเลยทำให้บริษัทไม่จำเป็นต้องเอาตัวเลขผู้ใช้งานหรือ Active User ที่มีอยู่กว่า 250 ล้านผู้ใช้งานไปวางเทียบกับ Instagram ที่มีมากกว่าถึง 4 เท่า
การที่ Pinterest พยายามให้คำจำกัดความตัวเองที่แตกต่างออกไปจาก Facebook ก็นับว่าเป็นข้อดีที่พยายามลดการเปรียบเทียบระหว่างตัวเองกับแพลตฟอร์มอื่นๆที่ทรงอิทธิพลมากกว่า ทำให้บริษัทสามารถคงอยู่ได้อย่างแตกต่าง แต่ก็ไม่ได้รับประกันว่าจะไม่ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากประเด็นอื่นที่อาจจะตามมาในอนาคต
อย่างที่ได้ทราบกันว่า Pinterest พยายามหลีกหนีตัวเองด้วยการให้คำจำกัดความว่าตัวเองคือ Discovery Engine นั่นทำให้ถูกมองเทียบกับคู่แข่งที่ใหญ่ที่สุดอย่าง Google นั่นเอง
ความพยายามของ Pinterest คือ การปรับปรุงระบบการซื้อขายบนแพลตฟอร์มและการเสนอสินค้าแก่ผู้ใช้งานตามความสนใจ ค้นหาภาพของสินค้าที่ชอบและสร้างแรงบันดาลใจ พร้อมทั้งสามารถซื้อหาได้ในทันที ตัวอย่างที่เห็นและเราทราบกันดีคือฟีเจอร์ที่ชื่อว่า Shop The Look นั่นเอง