นอกจากนี้ บางกอกแอร์เวย์ส ยังเดินหน้ายกเครื่องใหม่ทั้งหน้าบ้านและหลังบ้าน นับเป็นการปรับเปลี่ยนครั้งสำคัญเลยก็ว่าได้ โดยมีแผนลงทุนในโครงการด้านอากาศยาน วงเงินรวม 1,815 ล้านบาท อาทิ การจัดซื้อเครื่องบินแบบเอทีอาร์ 72-600 จำนวน 2 ลำ
นอกจากนี้ยังลงทุนในโครงการด้านท่าอากาศยาน อาทิ โครงการขยายและพัฒนาสนามบินสุโขทัย ซึ่งมีวงเงินรวม 958 ล้านบาท ในการสร้างโรงซ่อมบำรุงอากาศยานและพัฒนาพื้นที่ภายในสนามบิน โครงการขยายและพัฒนาสนามบินตราด วงเงินรวม 334 ล้านบาท เพื่อนำไปพัฒนาพื้นที่สนามบินและขยายทางวิ่งของเครื่องบิน
ที่สำคัญยังมีการลงทุนในโครงการพัฒนาระบบงานด้านไอทีเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในโลกดิจิทัล วงเงินรวม 193 ล้านบาท อาทิ การเปลี่ยนระบบให้บริการผู้โดยสารเพื่อใช้ในการสำรองที่นั่ง (PSS) เป็นระบบอะมาดิอุส (Amadeus) การเปลี่ยนระบบสนับสนุนการปฏิบัติการบิน เช่น ระบบควบคุมการบิน ระบบวางแผนการบิน ระบบบริหารจัดการลูกเรือ รวมไปถึงการพัฒนาระบบงานองค์กร (SAP-ERP)
โดยปี 2562 นี้ บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้ผู้โดยสารเติบโต 3.5% อัตราบรรทุกผู้โดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ 70% และการเติบโตของจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 3% ประมาณ 6.16 ล้านคน
ส่วนการเปิดเส้นทางบินใหม่ที่ได้ทำการเปิดบินไปแล้วเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา คือ กรุงเทพฯ-คัมรัน (เวียดนาม) ให้บริการสัปดาห์ละ 4 เที่ยวบิน เตรียมเปิดอีก 2 เส้นทางบินเชื่อมจากจังหวัดเชียงใหม่ ออกไปยังเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้แก่ เชียงใหม่-กระบี่ (เที่ยวเดียว) และ เชียงใหม่-หลวงพระบาง (สปป. ลาว)
นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะเพิ่มความถี่เที่ยวบินในเส้นทางบินยอดนิยม อาทิ กรุงเทพฯ-ดานัง (เวียดนาม) จาก 7 เที่ยวบิน ต่อสัปดาห์ เป็น 14 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และ กระบี่-กรุงเทพฯ จาก 21 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เป็น 28 เที่ยวบินต่อสัปดาห์
แม้ว่าการตั้งเป้าของ บางกอกแอร์เวย์สจะไม่ได้สูงมาก แต่ก็ทำให้เราเห็นถึงการขยับตัวมองหาน่านฟ้าใหม่ๆ ในการทำธุรกิจ ซึ่งเราก็เชื่อว่าทั้งหมดมีความเชื่อมโยงและเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน จนเมื่อภาพทั้งหมดชัดเจนก็จะทำให้ บางกอกแอร์เวย์ส มีความแข็งแรงมากขึ้นนั่นเอง