ME by TMB ผู้นำดิจิทัลแบงก์กิ้ง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ผ่านบัญชีเพื่อเก็บ เพื่อใช้ และทำให้เงินงอกเงย ด้วยจุดยืนผลตอบแทนที่มากกว่า โชว์ผลงาน 7 ปีเติบโตต่อเนื่อง ลูกค้าเพิ่มเฉลี่ยปีละ 22% พร้อมจ่ายผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยที่มากกว่าให้กับลูกค้าไปแล้วรวม 4,490 ล้านบาท เปิดกลยุทธ์ปี 62 เน้นสร้างประสบการณ์ใหม่รับยุคดิจิทัล พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ตรงความต้องการลูกค้า เจาะกลุ่ม Gen D ใช้โซเชียลและดิจิทัลในชีวิตประจำวัน เสนอเป็นตัวช่วยทำให้เงินเก็บงอกเงย พร้อมผลตอบแทนที่ให้มากกว่าเสมอ
ดร. เบญจรงค์ สุวรรณคีรี หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร ME by TMBเปิดเผยว่า ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา ME by TMB การธนาคารรูปแบบดิจิทัล (Digital Banking) เพื่อตอบโจทย์คนยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง มีผลการดำเนินงานเติบโตในทิศทางที่ดีอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีจำนวนลูกค้ามากกว่า 360,000 บัญชีเมื่อดูจากบัญชีหลักคือ ME SAVE เติบโตเฉลี่ย 22% ต่อปี ทำให้ช่วง 7 ปีที่ผ่านมา ME ให้ดอกเบี้ยกับลูกค้าไปแล้วรวมทั้งสิ้น 4,490 ล้านบาท
ในช่วงที่ผ่านมา ME ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อตอบโจทย์ลูกค้ายุคดิจิทัลผ่าน 3 ผลิตภัณฑ์ เริ่มจากบัญชี ME SAVE บัญชีเงินฝากดิจิทัลซึ่งให้ดอกเบี้ยสูงถึง 4.5 เท่าของออมทรัพย์ทั่วไปหรือ 1.7% ต่อปี และล่าสุดเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา ได้ปลดล็อคการเปิดบัญชี ME SAVE ได้ผ่านระบบ EKYC (Electronic Know Your Customer) เพื่มความสะดวกให้กับลูกค้าในขั้นตอนยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ME ได้ทุกที่ ทุกเวลาโดยไม่จำเป็นต้องไปยืนยันตัวตนที่สาขาอีกต่อไป และเมื่อกลางปี 2561 ได้เปิดให้บริการบัญชี ME MOVE บัญชีเพื่อใช้จ่าย พร้อมฟีเจอร์ Balance sweep ที่ช่วยคุณปัดเงินที่ยังไม่ใช้ไปเก็บที่ ME SAVE เพื่อรับดอกเบี้ยสูงแบบอัตโนมัติ ซึ่งลูกค้าให้การตอบรับดีมาก โดยเปิดบัญชีถึง 48,000 บัญชี มากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้คือ 40,000 บัญชีและยังส่งผลให้ลูกค้าทำธุรกรรมกับ ME เพิ่มขึ้นถึง 70% เมื่อเทียบกับปี 2560 พร้อมด้วยล่าสุดเมื่อปลายปีที่ผ่านมาได้มีการเปิดตัว ME SURE ซื้อประกันชีวิตผ่านแอปพลิเคชั่นเป็นรายแรกของไทย
ในปีนี้ ME ได้แบ่งกลยุทธ์การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผ่านกลยุทธ์ Personalize โดยวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้าให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ พร้อมนำเสนอบริการแบบครบวงจร เพื่อให้ลูกค้าได้รับ Digital Experience ผ่านกลุ่มเป้าหมาย3 กลุ่ม ได้แก่
1.ME Love You คือ กลุ่มลูกค้าที่ใช้งาน ME เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง มีความเคลื่อนไหวทางบัญชี หรือฝากมากกว่าถอน และรวมถึงกลุ่มที่มีผลิตภัณฑ์ ME ครบทั้ง 3 ผลิตภัณฑ์ โดยจะนำเสนอผลิตภัณฑ์ และบริการ พร้อมด้วยสิทธิพิเศษ (Privilege) ที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้ากลุ่มนี้ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างแบรนด์กับลูกค้า ME และก่อให้เกิดการบอกต่อในอนาคต
2.ME Miss You คือ กลุ่มลูกค้าที่ขาดการติดต่อกับ MEโดยจะกระตุ้นให้กลับมาเคลื่อนไหวบัญชี พร้อมทั้งนำเสนอประสบการณ์ใหม่ๆ ที่จะทำให้ลูกค้ากลุ่มนี้ใช้งานบัญชีสะดวกสบายยิ่งขึ้น แล้วทำให้กลับมาใช้ ME เป็นหนึ่งในดิจิทัลไลฟ์สไตล์ของเขา
3.ME Need You คือ กลุ่มลูกค้าใหม่ ซึ่งในปีนี้ตั้งเป้าอยู่ที่ 20% ของลูกค้าปัจจุบันโดยเราโฟกัสไปที่กลุ่ม Gen D และ Gig worker หรือ ฟรีแลนซ์ เนื่องจากผลวิจัยพบว่า พฤติกรรมของ Gen D เป็นคนที่มีประสบการณ์กับดิจิทัลเป็นหนึ่งในไลฟ์สไตล์ของเขา ชอบการใช้โซเชียลในชีวิตประจำวัน และยังมี 2 เรื่องใหญ่ที่ Gen D ให้ความสำคัญ ได้แก่ เรื่องการบริหารการใช้จ่ายเพื่อการออม(Manage Spending for Saving) และการบริหารการลงทุน (Manage Investment Portfolio per Risk Appetite)
นอกจากนี้ ผลวิจัยยังพบอีกว่า คนกลุ่มนี้มีเงินเก็บ เช่น การเก็บเงินเพื่อวางแผนท่องเที่ยว เก็บเงินเพื่อซื้อสิ่งของที่ต้องการ หรือเก็บเงินเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งพบว่าส่วนใหญ่เป็นเป้าหมายในระยะสั้น มากว่าการวางแผนการเงินในระยะยาวดังนั้น ME จะเข้าไปเป็นตัวช่วยคนกลุ่มนี้ ให้มีเงินเก็บถึงเป้าหมายทั้งในระยะสั้นได้เร็วขึ้น และทำให้เงินเก็บงอกเงยขึ้นเพื่อให้ถึงเป้าหมายในระยะยาวได้ง่ายขึ้นผ่านช่องทางดิจิทัล โดยยังคงใช้ชีวิตและไลฟ์สไตล์เหมือนเดิมเพิ่มเติมคือเงินเก็บ
ทั้งนี้ กลุ่มลูกค้าของ ME ปัจจุบัน 80% เป็นคนรุ่นใหม่ถึงวัยทำงาน ชอบความคล่องตัว เป็นกลุ่มที่เปิดรับการใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ต สะดวกกับการทำอะไรด้วยตัวเอง เพื่อผลตอบแทนที่มากกว่า ไม่สะดวกไปทำธุรกรรมที่สาขา โดยมีสัดส่วนอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลกว่า 73% และต่างจังหวัด 27%
ดร. เบญจรงค์ กล่าวต่อว่า ปีนี้ ME ยังมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ เพื่อให้ลูกค้าได้มากกว่าเสมอ พร้อมกระตุ้นลูกค้าให้หันมาใช้บริการ ME ผ่านแอปพลิเคชันมากขึ้น จากปัจจุบันที่มีลูกค้าใช้งานอยู่ประมาณ 70% โดยมีเป้าหมายเพิ่มขึ้นเป็น 80% ของลูกค้าทั้งหมด และปัจจุบัน ME กำลังอยู่ใน Sand box หรือ เฟส 2 ของการพัฒนาไปสู่ Full EKYC ที่สามารถเปิดบัญชีได้ด้วยบัตรประชาชน และสมาร์ทโฟนทั้ง Android และ iOS ซึ่งคาดว่าจะสามารถใช้งานได้ภายในไตรมาสที่สองนี้ และจะทำให้ทุกคนสามารถเป็นลูกค้า ME ผ่านแอปพลิเคชันเดียวได้แบบ real time ทุกที่ทุกเวลา โดยไม่ต้องมายืนยันตัวตนที่สาขาอีกต่อไป
ME มั่นใจว่าแบงก์จะเป็นตัวช่วยทำอะไรให้ลูกค้าได้มากขึ้น เช่น การเก็บเงินได้มากขึ้น ด้วยฟีเจอร์ Balance sweep ของบัญชี ME MOVE ช่วยปัดเงินที่ยังไม่ใช้ไปรับดอกเบี้ยสูงกับ ME SAVE การใช้จ่ายได้สะดวกขึ้น ด้วยฟีเจอร์ QR payment ของบัญชี ME MOVE การได้ผลตอบแทนที่มากขึ้น ผ่านผลิตภัณฑ์ใหม่ บัญชีเพื่อการลงทุนที่ได้ผลตอบสูง เพื่อทำให้เงินของคุณงอกเงยรวมทั้งการเก็บเงินพร้อมความคุ้มครองที่มากขึ้น กับ ME SURE ซื้อประกันผ่านแอปพิเคชันพร้อมความคุ้มครองทันที และผลตอบแทนที่ได้รับคืนเข้าบัญชี ME SAVE เพื่อรับดอกเบี้ยทำให้เงินงอกเงย ตลอดจนช่วยทำให้ลูกค้าไปถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น ด้วยฟีเจอร์และนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ใช้งานได้ง่ายขึ้น เพื่อให้ลูกค้า ME ได้สัมผัส Digital Experience แบบเต็มรูปแบบ
“กลยุทธ์ในปีนี้จะเน้นสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ลูกค้าได้เรียนรู้เกี่ยวกับ ME by TMB มากขึ้น และนำข้อมูลการใช้บริการของลูกค้ามาพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น เพื่อตอบโจทย์สิ่งที่ลูกค้าต้องการ หรือ Personalize และในที่สุดจะก้าวสู่ดิจิทัล เอ็กซ์พีเรียนซ์ (Digital Experience) ซึ่งจะศึกษาข้อมูลจากพฤติกรรมของลูกค้า และเสนอผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับลูกค้าอย่างตรงจุดมากขึ้น โดยไม่ต้องมีพื้นฐานของสาขาเข้ามาเกี่ยวข้องเลย
สำหรับการพัฒนาดิจิทัลแบงก์กิ้งของประเทศไทยนั้น โดยเฉพาะโมบายแบงก์กิ้งเติบโตเร็วมากจนได้รับการจัดให้สัดส่วนการเข้าถึง mobile banking เป็นอันดับที่ 1 ในโลก หลังจากเปิดให้บริการระบบพร้อมเพย์ และธนาคารพาณิชย์ต่างลดค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม โดยประเทศไทยยังเน้นเรื่องผลิตภัณฑ์กับฟีเจอร์ ทำให้บริการหลักเป็นเรื่องรับเงิน จ่ายเงิน โอนเงิน และถอนเงิน เป็นต้น
“เราเชื่อว่าการมีผลิตภัณฑ์เงินฝากดิจิทัลใหม่ๆ นำเสนอออกมา จะทำให้ตลาดดิจิทัลแบงก์กิ้งของเมืองไทยขยายตัวเพิ่มขึ้น และเป็นทางเลือกให้ลูกค้าได้ใช้ดิจิทัลอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นผลดีต่อการตอกย้ำแบรนด์ ME ในการเป็นผู้นำดิจิทัลแบงก์กิ้งอันดับหนึ่งของเมืองไทยตั้งแต่เมื่อ 7 ปีที่แล้ว นับได้ว่า ME กลายเป็นโมเดลดิจิทัลแบงก์กิ้งแห่งแรกที่มีบัญชีเพื่อเก็บเงิน เพื่อใช้จ่าย และเพื่อสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้นพร้อมความคุ้มค่า บนจุดยืนที่สำคัญของ ME คือเรื่องของการให้ผลตอบแทนที่มากกว่า และทำให้เงินของคุณงอกเงย และเรายังคงยึดมั่นและตั้งเป้าให้ลูกค้าได้ทำธุรกรรมทุกอย่างผ่านช่องทางดิจิทัล 100% เพื่อให้มีความสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าเป็นหลักตั้งแต่เริ่มต้น ไปจนถึงวิธีการใช้งานในชีวิตประจำวัน สามารถทำทุกอย่างบนแพลทฟอร์มที่เป็นดิจิทัล” ดร. เบญจรงค์กล่าว