อย่างไรก็ตาม นั่นอาจจะยังไม่ใช่ข้อสรุปที่ชัดเจนและชี้ขาด เนื่องจากงานศึกษาของ Infinite Dial Report นั้นเป็นการศึกษาแบบสุ่มข้อมูลจากชาวอเมริกันกว่า 1,500 คนเท่านั้น
และ Facebook เองก็ได้รายงานว่าล่าสุดนี้ มีตัวเลขผู้ใช้งานแบบ Monthly Active User ราว 240 ล้านผู้ใช้งานในภูมิภาคอเมริกาเหนือ
แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ได้มาก็สอดคล้องกับรายงานจากแหล่งอื่นๆ เช่น
-แหล่งข้อมูลการตลาดชื่อดังอย่าง eMarketer ได้รายงานว่า ได้มีตัวเลขผู้ใช้งานในกลุ่มอายุที่ต่ำกว่า 25 ปีราว 2.1 ล้านผู้ใช้งานในปี 2018 หลังจากที่ก่อนหน้านั้นในปี 2017 กลุ่มผู้ใช้งานในช่วงอายุเดียวกันนี้ก็เพิ่งจะส่อแววการใช้งานที่ลดลงไปราว 2.8 ล้านผู้ใช้งาน
-ตัวเลขผู้ใช้งานประเภท Daily Active User ในยุโรป ลดลงติดกันต่อเนื่องในสองไตรมาสในปีที่ผ่านมา ก่อนจะเพิ่มขึ้นอีกครั้งในไตรมาสสุดท้าย ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่การใช้งาน Facebook ในยุโรปนั้นมีแนวโน้มที่จะลดลง
-งานวิจัยของ Pew Reseach เมื่อปีที่ผ่านมาได้ระบุว่า ในเดือนกันยายนปีที่แล้ว กว่า 42% ของผู้ใช้งานทั้งหมดเริ่มลดการใช้งานฟีเจอร์ต่างๆบนแพลตฟอร์มต่อวัน ส่งผลให้ยอด Engagement โดยรวมนั้นลดลงด้วย
- งานวิจัยของ Piper Jaffray ที่ได้มีการตีพิมพ์ในเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมานั้น ระบุว่า Facebook ส่อแววเริ่มเสื่อมความนิยมในหมู่วัยรุ่นมาตลอดในขณะที่ พวกเขาเริ่มให้เวลามากขึ้นกับ Instagram และ Snapchat
จะเห็นได้ว่า ไม่ว่าคุณจะรับรู้ข้อมูลหรืออ่านมาจากแหล่งไหน ตัวเลขนั้นไม่ค่อยจะสู้ดีนัก
แน่นอนว่า ตัวเลขผู้ใช้งานที่ลดลงเล็กน้อยในหลักล้านอาจไม่ได้สะเทือนสั่นคลอนความมั่นคงของ Facebook นัก เพราะตอนนี้ตัวเลขผู้ใช้งานของแพลตฟอร์มก็ยังคงถือว่ามากอยู่พอสมควรตามการรายงานล่าสุดที่อยู่ที่ 2.3 พันล้านกว่าผู้ใช้งาน แต่แนวโน้มการใช้งานที่ลดลงก็ถือเป็นสัญญาณที่น่าสนใจไม่น้อย แม้ว่า Facebook ยังคงถือครองแพลตฟอร์มอื่นๆที่ดูแข็งแกร่งเช่น Instagram, WhatsApp และธุรกิจเองก็ยังไปได้สวย แต่หากพฤติกรรมการใช้งานยังเปลี่ยนไปและลดลงอย่างต่อเนื่อง การรั้งตำแหน่งของแพลตฟอร์มอันดับต้นก็น่าเป็นห่วงเช่นกัน
นั่นทำให้ Facebook เริ่มแผนในการปรับปรุงแพลตฟอร์มเพื่อแก้ไขเรื่องนี้ เพื่อเพิ่มปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้งานและแพลตฟอร์มมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่การปรับปรุงหน้านิวฟีดที่เน้นให้ผู้ใช้งานเห็นคอนเทนต์และมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนและคนใกล้ชิดมากกว่าแต่ก่อน นอกจากนั้นยังมีความพยายามในการผลักดันให้เกิดการใช้งาน Facebook Stories มากขึ้นด้วย แต่ต่อให้พยายามเท่าไร ก็ดูเหมือนว่านั่นไม่ได้ช่วยให้แก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้มากนัก
ในตอนนี้ สิ่งที่ Facebook กำลังพยายามทำคือ การให้ความสำคัญกับเรื่องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่องทางการส่งข้อความ หลายคนอาจมองว่า นี่ไม่ใช่เรื่องจำเป็นที่ Facebook ควรทำเพราะการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้งานส่วนใหญ่นั้นเกิดขึ้นที่หน้านิวฟีดเสียมากกว่า แต่หลายคนก็ตั้งข้อสังเกตว่า จริงๆแล้ว Facebook อาจต้องการเพิ่มการเชื่อมโยงประสบการณ์ระหว่างการใช้งานหน้าฟีดและการส่งข้อความให้มีความลื่นไหลให้มากขึ้น
ไม่ว่าจะอย่างไร Facebook จะยังคงไม่ถึงคราวล่มสลายในเร็ววันนี้นี่ นักการตลาดไม่ควรตกใจไป สิ่งที่เราควรให้ความสำคัญคือการเฝ้ามองทิศทางการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมการใช้งานของผู้คนมากกว่า เพื่อให้เรารับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ถูกต้อง
Source