สำหรับร้านค้าไฮไลท์ ที่ตอบโจทย์ครอบครัว อาทิ ร้าน Holey Bakery เบเกอรี่ชื่อดังที่ใช้วัตถุดิบคุณภาพและอุปกรณ์นำเข้าจากแบรนด์ระดับโลก ภายในร้านเด็กๆ ยังสามารถเข้ามาดูกระบวนการทำขนมปังของทางร้านได้อีกด้วย ร้าน Baby Bib Café ร้านคาเฟ่เมนูทั้งคาวและหวานที่คุณพ่อคุณแม่จะสังสรรค์กับเพื่อนโดยไม่ต้องกังวลว่าเด็กๆ จะเบื่อ ซึ่งมีพื้นที่สำหรับทั้งเด็กเล็กและเด็กโตไว้เล่นใกล้ๆ ผู้ปกครอง จูเลีย เกเบรียล เซ็นเตอร์ (Julia Gabriel Centre) โรงเรียนชั้นนำด้านการสอนการพัฒนาเด็กเล็กผ่านการพูดและการแสดง ก่อตั้งที่สิงคโปร์เมื่อปี 1983 และมีสาขา 12 แห่งในเอเชีย Julia Gabriel มีโปรแกรมการสอนที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะที่เรียกว่า EduDrama® ที่สอนให้เด็กมีความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษ การสื่อสารและการแสดงความเห็น และอารค์กิ (Arkki) โรงเรียนฝึกความคิดสร้างสรรค์และความเป็นผู้ประกอบการสำหรับเด็กและเยาวชน อารค์กิเป็นโรงเรียนชั้นนำระดับโลกที่ใช้การจัดการศึกษาอย่างสร้างสรรค์(Creative Education) สำหรับเยาวชน อายุ 4-19 ปี และยังมีร้านค้าอีกมากมายที่น่าสนใจ
โดยได้วาง Brand Positioning สำหรับครอบครัวไว้อย่างชัดเจน ทั้งเรื่องของรูปแบบและสิ่งอำนวยความสะดวก รวมทั้งบริการต่างๆ เน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายหลักที่เป็นครอบครัวระดับ B+ ขึ้นไป ที่อยู่อาศัยในย่านสุขุมวิท – ทองหล่อ - พระราม 4 แบ่งเป็นคนไทย 70% และต่างชาติ 30% โดยหวังสร้าง “แฟมิลี่ คอมมูนิตี้” เข้ามาเติมเต็มความต้องการให้กับคนไทยและต่างชาติในย่านสุขุมวิทให้เป็นพื้นที่สำหรับครอบครัว ตอบสนองการดำเนินชีวิตให้ครอบครัวมากกว่าคอมมูนิตี้มอลล์ทั่วๆ ไป และด้วยความชำนาญของทีมผู้บริหาร ที่ปรึกษาและทีมทำงานของแบมบินี่ วิลล่า อาทิ CBRE มาช่วยในการนำเสนอพื้นที่โครงการร่วมกับทีม Leasing ของโครงการ, Be Our Friends ออกแบบ Visual identity และ Brand System, บริษัท รีเทล แพสชั่น จำกัด ซึ่งชำนาญงานด้านการสื่อสารและการตลาดให้กับศูนย์การค้าชั้นนำมากมายมาร่วมวางแผนกลยุทธ์การตลาดและการบริหารประสบการณ์ของลูกค้า, Charcoal Design บริษัทสถาปนิกซึ่งเชี่ยวชาญการออกแบบ Community Mall และเคยร่วมงานกันมา และ Christiani and Nielsen Thailand บริษัทรับเหมาก่อสร้างชั้นแนวหน้า จึงมั่นใจได้ว่า โครงการแบมบินี่ วิลล่า เป็นคอมมูนิตี้มอลล์สำหรับครอบครัวที่เปี่ยมด้วยศักยภาพและน่าสนใจในปีนี้ โดยใช้งบการตลาดในปีนี้ ประมาณ 20 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณในการจัดงาน การทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ รวมทั้งการโปรโมททั้ง Online และ Offline ตลอดจนการจัดกิจกรรมให้กับเด็กและผู้ปกครองภายในโครงการฯ โดยคาดว่าจะมีผู้มาใช้บริการเดือนละ 20,000 – 30,000 คน (วันละ 700-1,000 คน) และพื้นที่เช่าเต็ม 100% ตั้งเป้าภายใน 2 ปี จะมีอัตราการเติบโตของผู้เข้าใช้บริการเดือนละ 25,000 – 35,000 คน