อย่างที่รู้กันอยู่ว่า ศูนย์การค้าของบ้านเรากำลังก้าวข้ามจากแค่การช้อปปิ้งมาสู่การเป็นศูนย์กลางของการใช้ชีวิต ผ่านการสร้างให้เป็น Community Hub ตามไลฟ์สไตล์ของคนแต่ละกลุ่ม ซึ่งความท้าทายของการทำศูนย์การค้าในช่วงเวลาถัดจากนี้ไปน่าจะอยู่ที่การสร้างประสบการณ์แบบไร้รอยต่อ หรือ Seamless Customer Experience ที่ทำให้ออฟไลน์ และออนไลน์ประสานเข้าเป็นเนื้อเดียวกันอย่างไร้รอยต่อ
ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา หรือซีพีเอ็น เจ้าของศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซ่า เซ็นทรัลเฟสติวัล เซ็นทรัลเวิลด์ บอกกับเราถึงเรื่องนี้ว่า คนทำศูนย์การค้าเองต้องมองถึงการดึงผู้บริโภคเข้ามามีประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ไม่ใช่แค่บนโลกออนไลน์ แต่จะทำอย่างไรให้เขาเข้ามาสัมผัสได้ในศูนย์การค้า
“อย่างการทำ Activity ต้องทำให้เป็น Seamless ทำให้เราได้เห็นเทรนด์ใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้คือ ปรากฏการณ์ Realized Connection ที่ผู้บริโภคเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับคนและประสบการณ์ที่อยู่ตรงหน้ามากขึ้น ดังนั้น แบรนด์ที่จะตอบโจทย์คือแบรนด์ที่สามารถสร้างประสบการณ์ ความหมายและประโยชน์ให้กับผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี โดยต้องมีอินไซต์ว่าพวกเขาชอบหรือไม่ชอบอะไร ซึ่งซีพีเอ็นได้เจาะลึกอินไซต์ของลูกค้าผ่าน Big Data จากฐานข้อมูล The 1 กว่า 15 ล้านคน และพลิกอินไซต์ให้เป็นไอเดีย Inspiration สำหรับการใช้ชีวิตในช่วงซัมเมอร์ที่มีความหมายตรงใจที่สุด”
ดร.ณัฐกิตติ์ บอกอีกว่า Realized Connection ในความหมายแล้ว ก็คือ การมอบประสบการณ์ที่เป็น Immersive Experience ที่เป็นการดึงผู้บริโภคให้เข้ามามีประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ผ่านการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วย อาทิ เทคโนโลยีอย่าง 360 view, VR, AR และ Mixed Reality เป็นต้น เพื่อตอบโจทย์ในเรื่องดังกล่าวนี้ ซึ่งศูนย์การค้าที่ดีต้องทำหน้าที่เป็นเทรนด์เซตเตอร์ ในการสร้างเทรนด์ใหม่ๆ ให้กับตลาด
ว่ากันว่า เรื่องของ Big Data จะเข้ามาเป็นหัวใจสำคัญในการมอบประสบการณ์แบบ Seamless ซึ่งเป็นทิศทางการทำตลาดของซีพีเอ็นที่ต้องการทำให้ทุกอย่างเป็น O2O โดยจะเริ่มต่อจิ๊กซอว์ในแต่ละส่วนเข้าไปเพื่อทำให้ภาพดังกล่าวสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น เริ่มจากการจับมือกับแกร็บที่เป็นแอพพลิเคชั่น Transpotation ยอดนิยมในย่านอาเซียน เพื่อเข้ามาช่วยเติมเต็มในเรื่องของการบริการให้กับลูกค้า โดยจะมีการแถลงข่าวเปิดตัวการให้บริการอย่างเป็นทางการในต้นเดือนเมษายนนี้
ไม่เพียงเท่านั้น ในอนาคตอันใกล้นี้ จะมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยขับเคลื่อน Customer Journey ตั้งแต่ก่อนเข้ามาใช้บริการ จนถึงการใช้บริการ รวมถึงการกระตุ้นการซื้อครั้งต่อไปกับกลุ่มลูกค้าที่ถือบัตรเดอะวันการ์ดของกลุ่มเซ็นทรัล
“Activity จะเป็นเครื่องมือหลักตัวหนึ่งในการดึงให้ลูกค้าเข้ามาที่ศูนย์ ทำให้เรามีการจัดอีเวนท์ในรอบ 1 ปีค่อนข้างมากเฉลี่ยที่ 2,000 อีเวนท์ กระจายไปยัง 32 ศูนย์การค้าของซีพีเอ็นทั่วประเทศ โดยเราจะใช้งบการตลาดปีละประมาณ 950 ล้านบาท อย่างล่าสุดการจัดแคมเปญ SUMMER SPIRIT 2019 ในช่วง 33 วัน จะใช้งบ 180 ล้านบาท ในการทำโดยดึงเอาอินไซต์ของลูกค้าเข้ามาเป็นตัวครีเอทอีเวนท์”