ปัจจุบันหลายองค์กรนำ CRM มาใช้ทำตลาด ผ่านเครื่องมือต่างๆ เพื่อเก็บ Data Base ของลูกค้า แล้วนำมาวิเคราะห์ศึกษาพฤติกรรมลูกค้า โดยจะเริ่ม Segment ลูกค้าออกมาเป็นกลุ่ม ๆ และนำเสนอคุณค่าเพิ่มที่แตกต่างกันไปตาม Segment ของลูกค้า ซึ่งแน่นอนว่าลูกค้าระดับครีมย่อมต้องได้รับคุณค่าเพิ่มที่เหนือกว่ากลุ่มลูกค้าอื่น
CRM สามารถเป็นเครื่องมือทางการตลาดในการสร้างฐานลูกค้าใหม่ ๆ เข้ามาใช้สินค้า หรือบริการอย่างต่อเนื่อง และผลักดันให้ลูกค้าใหม่ กลายเป็นกลุ่มหลักของการใช้หรือซื้อสินค้า และบริการ
ถัดจาก CRM มาสู่ CEM (Customer Experience Management) หรือการบริหารประสบการณ์ให้กับลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าเกิดประสบการณ์ที่ดีต่อองค์รวมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นองค์กร, แบรนด์, สินค้า เป็นต้น ผ่าน Touchpoint ที่ลูกค้าจะสัมผัสได้
เนื่องจากยุคนี้เป็นยุคของการสร้าง Brand Experience และ Customer Engagement ไม่ใช่แค่เพียง Product Experience
ดังนั้น แม้ว่าบุคคลๆ หนึ่ง จะยังไม่ได้เข้ามาเป็นลูกค้าของสินค้า หรือบริการนั้นๆ ก็ตาม แต่เขาสามารถมีความ รู้สึกดีๆ ให้กับแบรนด์ / สินค้า
เพราะการจะรอให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดมาเป็นลูกค้า แล้วค่อยสร้าง Brand Experience กับลูกค้า ช้าเกินไป !
หากแต่ต้องสร้างประสบการณ์ตั้งแต่ก่อนที่เขาจะเข้ามาเป็นลูกค้า ให้รู้สึกชื่นชอบ ประทับใจ
จาก CRM - CEM และทฤษฎี 80 : 20 พัฒนาการของโลกการตลาดได้เดินทางมาถึงการทำตลาดเฉพาะเจาะจงกับกลุ่มคนที่เหนียวแน่นต่อตราสินค้า, ผลิตภัณฑ์ หรือบริการว่า “แฟนคลับ”, “แฟนพันธุ์แท้” หรือ “สาวก”
ลูกค้ากลุ่มนี้ เป็นกลุ่มคนที่ชื่นชอบในสิ่งใดสิ่งหนึ่งเหมือนกัน โดยส่วนใหญ่จะมีการรวมตัวกันเป็น Community เช่น กลุ่มคนที่รักและชื่นชอบรถฮาร์เลย์ เดวิสัน, กลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ฟีโน่, กลุ่มคนที่ชื่นชอบสโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก ในต่างประเทศ อาทิ แมนยูไนเต็ด, เชลซี, กลุ่มคนที่ชื่นชอบศิลปินเกาหลี ฯลฯ
เป็นการแบ่งลูกค้าออกตามไลฟ์สไตล์ความชอบ โดยเจ้าของแบรนด์เองจะเป็นคนสร้าง Community ของลูกค้ากลุ่มต่างๆ เหล่านี้ขึ้นมา โดยนำเสนอประสบการณ์ที่พวกเขาชื่นชอบ เพื่อ Engage คนเหล่านี้ให้กลายมาเป็นแฟนพันธุ์แท้ของแบรนด์
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ การทำศูนย์การค้าในยุคปัจจุบันที่ได้ก้าวข้ามจากการเป็นสถานที่ช้อปปิ้งไปสู่การเป็นศูนย์รวมของการใช้ชีวิต ซึ่งผู้พัฒนาศูนย์การค้าแต่ละรายต่างพยายามที่จะสร้างศูนย์การค้าเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ความชอบของคนแต่ละกลุ่ม โดยร้อยเรียงคนเหล่านั้นเข้ามาอยู่ใน Community ที่ตัวเองสร้างไว้เพื่อให้มาใช้ชีวิตร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น Community ของคนที่ชอบขี่จักรยาน คนที่ชอบทำอาหาร หรือคนที่ชอบพาสัตว์เลี้ยงตัวโปรดเข้ามาเดินเล่น
เหล่านี้ต่างเป็นเรื่องของไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตแทบทั้งสิ้น โดยสิ่งที่เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงในการทำศูนย์การค้าของผู้ประกอบการรายใหญ่ๆ ในบ้านเราบ้างแล้ว ก็คือการปรับมิกซ์ต่างๆ ภายในศูนย์ จากเดิมที่เน้นพื้นที่สำหรับการช้อปปิ้ง ก็เปลี่ยนมาเป็นการเน้นพื้นที่ที่รองรับการใช้ชีวิตของคนกลุ่มพวกนี้ เพื่อสร้างให้เป็น Communty ที่จะดึงดูดให้เข้ามาใช้ชีวิต
ตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นความเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้ได้ดีที่สุดน่าจะเป็นการเปิดตัวของ 2 ศูนย์การค้าดังอย่าง เซ็นทรัล อีสต์วิลล์ และศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่โฉมใหม่ ที่มีการสร้างบรรยากาศภายในให้ออกมาตามความชอบของคนแต่ละกลุ่ม อย่างเช่นการเปิดพื้นที่ที่เป็น Co-working Space สำหรับคนรุ่นใหม่ที่นิยมทำงานแบบฟรีแลนซ์ เพื่อให้พวกเขาเข้ามาใช้พื้นที่ในการทำจ๊อบของตัวเอง ซึ่งถือเป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนในอดีต