“สิ่งสำคัญที่จะทำให้วงการศัลยกรรมความงามของประเทศไทยพัฒนาไปได้ และพัฒนาไปในทางที่ถูกต้อง คือ การเปลี่ยนมุมมอง จาก “ธุรกิจ” สู่ “การรักษาทางการแพทย์” เพราะปัญหาในปัจจุบันมีการแข่งขัน และมุ่งเล็งถึงผลกำไรในเชิงธุรกิจมากเกินไป เช่น การรีวิวด้วยรูปภาพสวยๆ, โฆษณาชวนเชื่อโดยใช้บุคคลมีชื่อเสียง, การไม่ได้บอกข้อมูลเชิงการแพทย์อย่างแท้จริง, การผ่าตัดโดยไม่ได้พบแพทย์ก่อน, การแนะนำหรือเชีย ร์เพื่อให้ผ่าตัดเยอะๆ เกินความจำเป็น รวมถึง การเกิดเอเจนซี่ และการแข่งขันทางการตลาด สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า เรากำลังเดินมาผิดทาง เพราะเรามองในเชิงธุรกิจเป็นหลัก
หากเราเปลี่ยนมุมมองว่า การทำศัลยกรรม คือ “การรักษาทางการแพทย์” หมายความว่า เราต้องให้ข้อมูลตามความเป็นจริง, ตรวจวิเคราะห์ตามหลักการแพทย์, บอกทั้งข้อดี - ข้อเสีย และโอกาสเกิดผลแทรกซ้อนทั้งหมดกับคนไข้ นี่ถือเป็นการรักษาทางการแพทย์อย่างหนึ่ง ซึ่งต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของคนไข้เป็นสำคัญ แพทย์ต้องมีจริยธรรมมากพอ ให้ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา แนะนำการทำศัลยกรรมอย่างพอดี ถูกหลักการแพทย์ ตรงปัญหา เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น เกิดความปลอดภัย และคนไข้ได้รับผลประโยชน์มากขึ้นอย่างแท้จริง
ส่วนแนวทางการพัฒนาเพื่อเปลี่ยนจากการพัฒนาเชิงธุรกิจ โฆษณา การตลาด มาเป็นการพัฒนาเชิงการแพทย์นั้น ควรพัฒนาแพทย์ให้มีความสามารถมากขึ้น ให้จบเฉพาะทางมากขึ้น หรือพัฒนาเทคนิคการผ่าตัด และมาตรฐานทางการแพทย์ให้สูงขึ้น รวมถึง มีการจัดประชุมวิชาการมากขึ้นด้วย” นพ.ธนัญชัย กล่าว
อนึ่ง ในปีที่ผ่านมา ศูนย์ศัลยกรรมความงาม รพ.บางมด มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นราว 15% เมื่อเทียบกับปี 2560 เนื่องจากการเข้ามาใช้บริการมีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มชาวต่างชาติที่มีสัดส่วน 40% ใกล้เคียงกับกลุ่มชาวไทยที่มีการใช้บริการอยู่ที่ 60% ส่วนใหญ่จะเดินทางมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา, ประเทศในทวีปยุโรป อาทิ ฝรั่งเศส, เยอรมัน, สวิตเซอร์แลนด์ รวมทั้ง ประเทศในเอเชียด้วยกัน อาทิ ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, จีน เป็นต้น สำหรับในปี 2562 ทางศูนย์ศัลยกรรมความงาม รพ.บางมด ได้วางงบการลงทุนไว้ประมาณ 40 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นงบการลงทุนเปิดคลินิก “The Lux Clinic by Bangmod” ประมาณ 20 ล้านบาท งบทางการตลาดอีกประมาณ 20 ล้านบาท โดยคาดว่าจบสิ้นปี 2562 จะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ประมาณ 20% เนื่องจากการมีสาขาที่เพิ่มขึ้น และจำนวนการเข้ามาของนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ