โดยระยะแรก เซ็นทาราเริ่มทะยอยยกเลิกการใช้หลอดพลาสติกตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว เนื่องจากหลอดพลาสติกทั่วไปใช้เวลานานถึง 200 ปีในการย่อยสลาย และเปลี่ยนเป็นหลอดดื่มน้ำที่ย่อยสลายทางชีวภาพได้ (bio-straws) ภายใน 6 เดือน หากโรงแรมและรีสอร์ทในเครือทั้งหมดเปลี่ยนมาใช้หลอดดื่มน้ำแบบใหม่นี้ได้อย่างสมบูรณ์ก็จะช่วยลดปริมาณขยะหลอดพลาสติกได้ถึงเกือบ 2.2 ล้านหลอดต่อปี
ระยะที่สอง เซ็นทาราได้เปลี่ยนถุงพลาสติกส่งผ้าซักในห้องพักแขกมาเป็นถุงผ้าแทน โดยได้เริ่มแล้วเมื่อเดือนธันวาคม 2561 ซึ่งเซ็นทาราจะยึดหลักปฏิบัตินี้ในทุกโรงแรมและรีสอร์ทที่เปิดให้บริการอยู่รวมถึงที่จะเปิดให้บริการในอนาคตด้วย ทั้งยังจะเดินหน้าลดเลิกการใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกในรูปแบบอื่นๆ ตลอดต่อเนื่องทั้งปี 2562 นี้จนเสร็จสิ้นตามแผน
การลดปริมาณอาหารที่เหลือทิ้ง
ในส่วนแผนงานความยั่งยืนด้านการลดปริมาณขยะอาหารเหลือของเซ็นทารา ได้แก่ การลดปริมาณอาหารที่เหลือทิ้ง ด้วยการซื้อผักสด ผลไม้สด และสมุนไพรต่างๆ จากผู้ปลูกหรือเกษตรกรในชุมชน เพื่อลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยออกมาจากการขนส่งและภาคอุตสาหกรรมการผลิตวัตถุดิบเหล่านั้น
การมอบอาหารที่เกินปริมาณบริโภคในแต่ละวันแต่ยังคุณภาพดีให้แก่องค์กรการกุศลในชุมชนใกล้เคียงที่ตั้งของโรงแรม การคัดแยกขยะและมอบขยะอินทรีย์ให้เกษตรกรได้นำไปใช้เพื่อย่อยสลายเป็นปุ๋ยต่อไป และการเปลี่ยนขยะให้กลายเป็นเชื้อเพลิงก๊าซชีวภาพ ด้วยการผสมผสานก๊าซมีเทนเข้ากับคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อนำไปใช้ทดแทนพลังงานจากถ่านหินหรือน้ำมัน
ในปี 2561 เซ็นทาราได้ทำงานร่วมกับองค์กรการกุศลไทยมากมาย อาทิ ฮาร์เวสท์ เอสโอเอส เพื่อรวบรวมนำเอาวัตถุดิบและอาหารที่เกินปริมาณบริโภคแต่ยังมีคุณภาพดี รวมทั้งสิ้นกว่า 28,000 กิโลกรัมไปทำการคัดแยกและบริจาคให้กับผู้ยากไร้ ซึ่งปริมาณอาหารที่เซ็นทาราบริจาค สามารถเปลี่ยนเป็นอาหารให้ผู้ยากไร้ได้มากถึง 86,000 มื้อ เทียบเท่ากับการช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่บรรยากาศโลกได้ถึง 54,000 กิโลกรัม
นอกจากนี้ โรงแรมได้ทยอยติดตั้งเครื่องผลิตเชื้อเพลิงก๊าซชีวภาพแปรรูปขยะอินทรีย์จากห้องอาหาร ห้องครัว และขยะจากการจัดสวน ซึ่งสามารถเปลี่ยนขยะอินทรีย์ เพื่อเป็นเชื้อเพลิงแอลพีจีคำนวณจากเมื่อสิ้นปี 2561 เครื่องผลิตเชื้อเพลิงก๊าซชีวภาพนี้ได้ย่อยขยะอินทรีย์ไปแล้วกว่า 5,700 กิโลกรัม ซึ่งสามารถผลิตเป็นก๊าซชีวภาพเทียบเท่ากับเชื้อเพลิงแอลพีจีได้ถึง 262 กิโลกรัม
การเสริมความแข็งแกร่งให้ชุมชน
แผนยุทธศาสตร์ความยั่งยืนปี 2562 ของเซ็นทารามุ่งผลักดันการส่งเสริมชุมชนเกษตรกรและผู้ผลิตในท้องถิ่นที่โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราแต่ละแห่งตั้งอยู่ โดยทำงานร่วมกับเกษตรกรและฟาร์มขนาดเล็กเพื่อเพาะปลูกและจัดส่งวัตถุดิบในการประกอบอาหารให้แก่โรงแรม
บริษัทให้ความสำคัญกับการช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มาจากการขนส่ง โดยโรงแรมแต่ละแห่งในเครือหันมาซื้อวัตถุดิบจากผู้ผลิตหรือผู้ปลูกในท้องถิ่นเป็นหลักถึงกว่าร้อยละ 70 ซึ่งนอกจากจะสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนใกล้เคียงแล้ว ยังทำให้วัตถุดิบที่นำมาประกอบอาหารมีคุณภาพสดใหม่อยู่เสมออีกด้วย