“ความเชื่อ ความศรัทธา ด้านโหราศาสตร์อยู่คู่กับคนไทยมาตั้งแต่ลืมตา ไม่ว่าจะหาฤกษ์คลอดลูก ดูฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ แต่งงาน เลขทะเบียนรถ รวมไปถึงความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ย ตำแหน่งที่วางสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ โดยเฉพาะกับคน Gen X หรือ Gen Y ต้น ๆ ที่ยังซึบซับความเชื่อจากบรรพบุรุษ หรือแท้จริงอาจเพราะเป็นกลุ่มวัยทำงาน มีภาระ มีปัญหา มีความเครียดสะสมจนต้องหาที่พึ่งทางใจ เพื่อหาทางออก หรือต้องการเสริมบารมีให้ตนเอง แต่ในทางกลับกันคนรุ่น Gen Y ปลาย ๆ กลับมีความเป็นตัวเอง เชื่อตัวเองมากกว่าเชื่อเรื่องดวง”
อาจารย์นิภา อธิบายอีกว่า เมื่อมีกลุ่มคนที่มีความเชื่อ ศรัทธามาก ๆ รวมไปถึงคนที่คิดว่าเชื่อก็ไม่เสียหลาย หรือคนที่ต้องการที่พึ่งทางใจ ก็เป็นจุดที่ทำให้นักการตลาดนำเรื่องความเชื่อ ความศรัทธา (Faith marketing) มาทำการตลาดได้ไม่ยากนัก
เริ่มจากสินค้าในกลุ่มเครื่องรางของขลัง โดยเฉพาะเมื่อเกจิอาจารย์มรณภาพ พระเครื่องของเกจิอาจารย์ท่านนั้นจะมีมูลค่าสูงขึ้นเท่าตัว สำหรับคนที่ไม่สนใจในกลุ่มเครื่องรางก็จะหันไปสนใจสินค้าประเภทเครื่องประดับ เพชรพลอย ที่จะต้องเหมาะกับราศีของตน
สินค้าในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ คงหนีไม่พ้นหลักฮวงจุ้ยที่นำมาใช้ในการสร้างบ้านหรือคอนโด รวมใช้ในการสื่อสารไปยังลูกค้า
สินค้าในกลุ่มรถยนต์นอกจากจะมีเรื่องสีที่ถูกโฉลกกับเจ้าของรถ และเลขทะเบียนที่มีผลรวมเป็นเลขมงคล หรืออย่างน้อยที่สุดเลขทะเบียนรถต้องไม่เป็นกาลกิณีกับเจ้าของรถ
เช่นเดียวกับเบอร์มือถือที่มีทั้งเบอร์เพื่อสร้างทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นเบอร์มังกร เบอร์หงส์ เพราะเชื่อกันว่าจะมีผลด้านการเงิน การงาน บางคนตามหาเบอร์เพื่อสร้างสุข ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ ด้านความรัก หรือด้านการเรียน เบอร์มือถือขายได้กันเป็นหลักหมื่น หลักแสน