ยิ่งการเข้าถึงคอนเทนต์ดังกล่าว ทำได้ง่าย และไม่มีค่าใช้จ่ายอะไร ก็ยิ่งน่าจะได้รับการตอบรับจากคนรุ่นใหม่ในวงกว้างมากขึ้น เป็นสัญญาณที่ส่งเตือนไปถึงธุรกิจทีวีว่า ไม่ช้าไม่นาน การรับชมรายการต่างๆ จะย้ายจากทีวีมายังสมาร์ทโฟน ซึ่งสิ่งที่สะท้อนให้เห็นในปัจจุบันก็คือ หน้าจอทีวี ไม่ได้เป็นจอหลักของหลายๆ บ้านไปแล้ว เพราะบรรดาลูกๆ เริ่มรับชมรายการต่างๆ ผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟนแล้วในปัจจุบัน
ลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปัจจุบันเป็นของสกายสปอร์ต และบีที สปอร์ต ที่ครอบคลุมสัญญาการถ่ายทอดสด 3 ซีซั่น เริ่มตั้งแต่ซีซั่น 2016 – 2017, 2017 – 2018 และ 2018 – 2019 โดยจ่ายค่าลิขสิทธิ์ปีละ 1.7 พันล้านปอนด์ หรือคิดเป็นเงินไทยที่ ประมาณ 76,500 ล้านบาท
พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทุกปี ส่วนหนึ่งมาจากความเร้าใจของการแข่งขันที่ผู้ชมไม่อาจจะคาดเดาผลการแข่งขันล่วงหน้าได้ โดยแต่ละทีมไม่ว่าจะเป็นทีมเล็ก หรือทีมใหญ่ พร้อมที่จะแพ้ – ชนะ กันได้ตลอดเวลา รวมถึงมีทีมที่สามารถเป็นแชมป์ได้หลายทีม ต่างจากลีกอื่นๆ ของยุโรป ที่มีทีมใหญ่ไม่กี่ทีมผูกขาดการเป็นแชมป์ ทำให้ความนิยมในการติดตามชมมีเพิ่มขึ้นทุกปี
แน่นอนว่า ความนิยมที่มีมากขึ้นนี้ ทำให้ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก และสโมสรที่โลดแล่นอยู่ในลีกนี้ถูกนำมาต่อยอดใช้เป็นเครื่องมือในการทำการตลาด ทำให้มีเม็ดเงินหลั่งไหลเข้าไปเป็นจำนวนมาก ผลที่ตามมาก็คือ การมีเงินมากพอที่จะดึงดูดนักเตะ และโค้ชชื่อดังของโลกให้เข้ามาในพรีเมียร์ลีก ทำให้เป็นเสมือนกับการต่อยอดความแรงของพรีเมียร์ลีกให้มีเพิ่มมากยิ่งขึ้น
นั่นคือคำตอบว่า ทำไม ใครๆ ก็อยากครอบครองลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีก อังกฤษ