ไม่ว่าจะเป็น Agency, Marketing Service Providers, Media Agency, หรือแม้แต่ Brands ต่างๆ เองก็ตาม ทุกคนคิดว่าตัวเองนั้นรู้และเข้าใจว่าผู้บริโภคต้องการอะไร และก็เชื่อว่าทุกคนรู้ดีอยู่แล้ว เกี่ยวกับพฤติกรรมของลูกค้าว่าเป็นอย่างไร รู้ว่าช่องทางไหนบ้างที่มีประสืทธิภาพ และทุกคนก็อาจจะเชื่อว่าสามารถควบคุมการตอบสนองของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์โดยใช้เงินและเทคโนโลยีที่พวกเรามีได้ นี้คือสิ่งที่ทุกคนคิดและเชื่อมั่นแบบนั้น
แต่เมื่อมองในมุมของผู้บริโภคแล้ว มั่นใจได้เลยว่า ทุกคนกำลังคิดผิด
ตลอดเวลา 20 ปีที่ผ่านมาในวงการการโฆษณาและการตลาด มันทำให้รู้เลยว่า ไม่ว่าจะแบรนด์ไหน ไม่ว่าจะช่องทางใด ระบบการโฆษณาและการตลาดได้เปลี่ยนไปแล้ว
รู้จักลูกค้า
ในปัจจุบันเราอยู่ในยุคที่เต็มไปด้วยความสะดวกสบาย และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เราจึงควรนำมันมาสร้างประโยชน์ให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลหรือเทคโนโลยี มันก็ควรที่จะสามารถสร้างมูลค่าที่แท้จริงได้ เมื่อพูดถึงยอดไลค์ และจำนวนการแชร์ อาจะไม่ได้บ่งบอกถึง Engagement จริงๆได้ ดังนั้น นักการตลาดต้องรู้ถึงการใช้เทคโนโลยีได้อย่างถูกต้องและเกิดประโยชน์สูงสุด รู้หรือไม่ว่า มีหลายๆ โฆษณา ที่ถูกส่งและถ่ายทอดไปแบบผิดๆ ผิดทั้งคนเหรือกลุ่มเป้าหมายที่ถูกส่งต่อ อีกทั้งยังผิดที่ และผิดเวลาด้วย
หลายบริษัทรู้ถึงความสำคัญนี้และสามารถนำมันมาใช้เป็นประโยชน์และกลายเป็นข้อได้เปรียบในทันที เช่น Uber ที่มีบริการในหลายๆ ประเทศ ซึ่งถือเป็นแอพที่ยอดเยี่ยมมาก แต่ทำไมเราถึงไม่เห็นโฆษณาของ Uber เลย ซึ่งเดาได้ว่า เพราะ Uber คงไม่เห็นความจำเป็นว่าทำไมจะต้องมีการโฆษณา ในเมื่อมีหลายคนจ่ายเงินหลายร้อยดอลล่าส์ในแต่ละเดือนอยู่แล้ว
Amazon ก็เช่นกัน “ฉันได้คลิ๊กโฆษณาที่ปอกกล้วยเมื่อ 10 เดือนก่อน แต่มันยังคงโชว์ขึ้นมา เมื่อฉันค้นหาสินค้าในหมวดเครื่องใช้ในครัวเมื่อเร็วๆนี้”
ในทุกวันนี้ ความนิยมไม่ได้ถูกขับเคลื่อนโดยแค่โฆษณาอีกต่อไป ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จได้ เป็นเพราะพวกเขาสามารถใส่ความต้องการในรูปแบบของประสบการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อน ธุรกิจในทุกวันนี้เติบโตได้ ไม่ใช่เพราะ จำนวนเงินที่ถูกจ่ายไปมากเท่าไหร่กับสื่อต่างๆ แต่เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำและสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้บริโภค ทำให้พวกเขาเหล่านั้นต้องการที่จะพูดถึงเราให้ได้มากที่สุด