หากแยกตามกลุ่มแล้ว พบว่า กลุ่มวัยรุ่นยังคงมีการแพลน โดยจะเดินทางท่องเที่ยวในช่วงปิดเทอม ส่วนกลุ่มที่ไม่มีการแพลนจะเป็นคนทำงานกลุ่ม Young Adult ซึ่งไม่มีภาระที่ต้องรับผิดชอบมากนัก และมีไลฟ์สไตล์ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องของการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ กลุ่มนี้เป็นพวกเงินพร้อม กายพร้อม เช่นเดียวกับกลุ่มวัยเกษียณที่มีเวลา และเดินทางมากขึ้น ขณะที่กลุ่มครอบครัวที่มีลูกเล็กๆ เป็นอีกกลุ่มที่ยังต้องมีการแพลนยาวเพื่อการเดินทางในแต่ละครั้ง
ต่อเรื่องนี้ การทรงอิทธิพลของโซเชียลมีเดีย ทำให้เกิดกลุ่มลูกค้าที่เรียกว่า Solo Traveler ซึ่งเป็นกลุ่มที่ทวีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน คนกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่หากมีกระแส หรือเทรนด์อะไรใหม่ๆ จะต้องเป็นคนแรก ต้องนำเทรนด์ ทำให้ค่าเฉลี่ยในการจองตั๋วในปัจจุบันอยู่ที่ 3 – 10 วัน ไม่ได้มีการจองล่วงหน้านานๆ เหมือนในอดีต สิ่งที่ตามมาก็คือ บรรดาสายการบินต่างๆ โดยเฉพาะโลว์คอสท์ แอร์ไลน์ ต้องมีการปรับรูปแบบการทำตลาดเพื่อให้รับกับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของลูกค้า
โดยสิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนก็คือเรื่องของการทำตลาด เพราะปัจจุบัน บล็อกเกอร์เข้ามามีบทบาทต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้ามากขึ้น ตามการเข้ามามีบทบาทของโซเชียลมีเดีย การสื่อสารกับลูกค้าจึงต้องปรับเปลี่ยนมาใช้บล็อกเกอร์ หรือการรีวิวมากขึ้น จากเดิมที่จะสื่อสารผ่านแมสมีเดีย โดยต้องผสานเครื่องมือต่างๆ เข้าด้วยกัน เพื่อให้สามารถปิดการขายได้ เพราะทุกวันนี้ ลูกค้าจะทำทุกอย่างบนดีไวซ์ของตัวเอง เช่นเดียวกันก็ต้องมีไฟลท์บินที่ถี่ๆ มากขึ้น เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับพวกเขา
การเปลี่ยนแปลงแลนด์สเคปใหม่ของตลาดนี้ จะมาจากองค์ประกอบหลายๆ อย่างรวมเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นตัวผู้เล่นในตลาดโลว์คอสท์ แอร์ไลน์เอง โรงแรมที่พักที่ปัจจุบันสามารถจองผ่านเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่น ทำให้ได้ราคาที่ถูกลง ซึ่งเป็นอีกแรงกระตุ้นสำคัญที่ทำให้คนรุ่นใหม่เดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น ซึ่งต้องยอมรับว่า แอร์เอเชีย เป็น 1 ในผู้เล่นสำคัญที่เข้ามาเปลี่ยน Perception ของผู้บริโภคให้มีมุมมองที่ดีต่อสายการบินโลว์คอสท์ แอร์ไลน์