บริษัท สแนปอาส์ค (ประเทศไทย) นำโดย CEO หนุ่มไฟแรง ชวัล เจียรวนนท์ เดินหน้านำทัพคนรุ่นใหม่ ดัน แอพพลิเคชั่น “สแนปอาส์ค (snapask)” แอพติวเตอร์ส่วนตัวสำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยม เพื่อติวสอบ สอนการบ้าน ไขปัญหาและข้อสงสัยต่าง ๆ ในห้องเรียน ได้ทุกที่ทุกเวลาตลอด 24 ชม. ขึ้นแท่นสตาร์ทอัพอันดับ 1 ด้าน Edutech (Education technology) ของประเทศไทย โดยเน้นให้ความสำคัญกับการสื่อสารผ่านตัวบุคคล นักเรียนผู้ใช้งานสามารถปรึกษากับติวเตอร์ได้อย่างตรงไปตรงมา ไม่เพียงแค่ช่วยตอบโจทย์ แต่ยังสอนวิธีการในการแก้ปัญหา ต่อยอดความคิดเพื่อนักเรียนสามารถประยุกต์ใช้ในห้องเรียน หรือห้องสอบได้ นอกจากนี้ แอพยังผนวกเรื่องของเทคโนโลยี Machine Learning และ AI มาวิเคราะห์จุดอ่อนแบบรายบุคคลโดยสร้างโจทย์ให้ฝึกหัดตอบคำถามได้อีกด้วย เมื่อนักเรียนที่ใช้บริการแอพ จะได้เรียนรู้และมีความเข้าใจในบทเรียน ทำให้สามารถทำการบ้านหรือโจทย์ได้ในระยะเวลาสั้น ๆ จึงสามารถนำเวลาที่เหลือไปเพิ่มพูนศักยภาพด้านอื่น ๆ นอกห้องเรียนได้ ซึ่งถือว่าจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับนักเรียนในยุคนี้ที่ควรมีความรู้รอบด้าน ปัจจุบันแอพ สแนปอาส์ค มียอดผู้ใช้บริการ 400,000 คน โดยคาดการณ์ว่ายอดผู้ใช้บริการจะแตะ 1,000,000 ภายในสิ้นปี 2562 นี้
ชวัล เจียรวนนท์ CEO สแนปอาส์ค (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ปัจจุบัน สตาร์ทอัพด้าน EduTech ยังมีจำนวนไม่มาก อาจเนื่องมาจากกลุ่มนักลงทุนให้ความสนใจกับสตาร์ทอัพด้านอื่นๆมากกว่า ผมเองเล็งเห็นถึงโอกาสนี้ บวกกับความสนใจส่วนตัว เพราะตัวผมเอง ถือว่ายังอยู่ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจความต้องการของน้อง ๆ นักเรียน โดยเฉพาะความต้องการเรื่องเวลา เพื่อไปทดลองศึกษาสิ่งที่ตัวเองอยากทำหรือตามหาความฝันต่าง ๆ ที่นอกเหนือจากบทเรียนในห้องเรียน เริ่มจากที่ผมได้มีโอกาสรู้จัก บริษัท สแนปอาส์ค (ฮ่องกง) ผู้พัฒนาแอพ สแนปอาส์ค มาตั้งแต่ปี 2558 ผมชอบแนวความคิดของ ทิโมธี หยู ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ โดยเขาพัฒนาแอพตัวนี้จากประสบการณ์ส่วนตัวช่วงเรียนในมหาวิทยาลัยฮ่องกง มีนักเรียนขอให้เขาสอนพิเศษตอนเย็นหลังเลิกเรียน ทำให้ทราบว่าศูนย์กวดวิชาแบบดั้งเดิมนั้นตอบสนองความต้องการของนักเรียนเป็นรายบุคคลได้ไม่ครบถ้วน จึงถือเป็นจุดกำเนิดของสแนปอาส์ค ที่ต้องการสร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่ปลอดภัยและเกิดประสิทธิภาพสูงสุดผ่านติวเตอร์ที่มีความตั้งใจ มีความรู้ มีแนวทางทักษะเฉพาะตัวที่จะสอนนักเรียน ซึ่งที่ผ่านมาแอพนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในหลายๆ ประเทศทั่วเอเชีย อาทิ ฮ่องกง อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย สิงคโปร์ ไต้หวัน ฯลฯ มีติวเตอร์ในสังกัดมากกว่า 30,000 คน ช่วยติวเด็กนักเรียนมาแล้วถึงกว่าล้านคน”
“สำหรับก้าวปีแรกในประเทศไทย ของ สแนปอาส์ค นั้น เรามีน้องๆ นักเรียนเข้ามาใช้บริการกว่า 400,000 คน โดยส่วนใหญ่จะเป็นนักเรียนจากหัวเมืองใหญ่ เช่น เชียงใหม่ ขอนแก่น นครราชสีมา ภูเก็ต หรือแม้แต่น้องที่อยู่บนเกาะก็มีเข้ามาใช้งาน รวมไปถึงนักเรียนในกรุงเทพฯ ด้วย เรามีติวเตอร์คุณภาพที่ทางเราคัดสรร อยู่บนแพลตฟอร์มเราถึงกว่าพันคน มีทั้งติวเตอร์ที่เป็นนักเรียนทุนรัฐบาล นักเรียนอยู่ต่างประเทศ ซึ่งเป็นบุคลากรดี มีคุณภาพ ที่สามารถพูดคุยให้คำปรึกษานักเรียนเป็นภาษาเดียวกัน หรือแม้กระทั่งคุณครูเกษียณอายุ ที่ตั้งใจนำประสบการณ์ที่สั่งสมมาสอนและตอบคำถามแบบตรงจุด การถามคำถามเหล่านี้ผ่านแอพ เสมือนการย่อโลกการศึกษาให้เล็กลงมาใกล้ตัวยิ่งขึ้น ซึ่งเหมาะกับนักเรียนในยุค 4.0 นี้ ที่สามารถนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอดในการเรียนในห้องเรียนอีกด้วย ความโดดเด่นของแอพนี้ คือการเปิดให้ถามคำถามตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งการทำงานของแอปพ จะมีระบบอัลกอริทึ่มอัจฉริยะเชื่อมโยงติวเตอร์ที่เชี่ยวชาญในวิชานั้นๆ มาตอบภายใน 1 นาทีแบบตัวต่อตัวและอธิบายจนเข้าใจ จึงเป็นแอพที่ได้รับการตอบรับจากการทดลองใช้งานเป็นอย่างดี มีการบอกต่อ ปากต่อปาก ส่งผลต่อยอดคำถามและจำนวนนักเรียนผู้ใช้ที่เพิ่มมากขึ้น” ชวัล กล่าวเสริม