นั่นคือคำกล่าวของ ธนธร พันพานิชย์กุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาดอาวุโส กลุ่มผลิตภัณฑ์เนสกาแฟ ครีมเทียม และเนสที บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ที่บอกถึงวัตถุประสงค์ในการเปิดตัว “เนสกาแฟ เรดคัพ ออริจิน ซีเล็คชั่น” ใหม่ รุ่นลิมิเต็ด ครั้งแรกของความร่วมมือของเนสกาแฟที่ได้สรรหาวัตถุดิบเมล็ดกาแฟโรบัสต้าคุณภาพจากชาวสวนกาแฟอำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง
การเปิดตัว “เนสกาแฟ เรดคัพ ออริจิน ซีเล็คชั่น” ใหม่ รุ่นลิมิเต็ด ถือเป็นการขยับตัวครั้งใหญ่อีกครั้งของเนส กาแฟในตลาดกาแฟสำเร็จรูป เพื่อดึงคอกาแฟรุ่นใหม่ที่นิยมชมชอบการดื่มกาแฟดำ และคุ้นชินกับกาแฟอาราบิก้าที่หาดื่มได้ง่ายจากกาแฟสด หรือร้านกาแฟทั่วไป
คอกาแฟรุ่นใหม่นี้ ถูกยกระดับการดื่มกาแฟจากการเข้ามามีอิทธิพลของเชนร้านกาแฟชื่อดัง จนกลายเป็นความ คุ้นเคย ซึ่งแน่นอนว่ากาแฟโรบัสต้าที่เคยเป็นที่รู้จักเมื่อหลายปีก่อน เริ่มถูกแทนที่ด้วยกาแฟอาราบิก้า จึงทำให้เนสกาแฟ ต้องออกมาเดินเกมเพื่อดึงให้คนกลับมาดื่มกาแฟโรบัสต้า โดยนำเอาเรื่องของสตอรี่ และแหล่งที่มาของกาแฟ มาเป็นตัวสื่อสาร และสร้างความน่าสนใจ
เนสกาแฟ ถือเป็นสินค้าหลักที่ทำรายได้ให้กับเนสท์เล่ในประเทศไทย โดยมีสัดส่วนถึงครึ่งหนึ่งของรายได้รวม ทำให้เนสท์เล่ให้ความสำคัญกับสินค้าในกลุ่มกาแฟอย่างเต็มที่ โดยพยายามที่จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการดื่มของพวกเขาทั้งในบ้านแล้วนอกบ้าน
ความท้าทายสำคัญของเนสกาแฟก็คือ การเป็นผู้นำตลาดที่มีส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 50% ทำให้ไม่สามารถหยุดนิ่งได้ โดยเฉพาะกับการต้องทำหน้าที่ในการผลักดันให้ตลาดกาแฟของบ้านเรายังคงมีการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการรักษาความเป็นผู้นำตลาดที่จะทำอย่างไรให้ผู้บริโภคยังคงรักแบรนด์เนสกาแฟอย่างไม่มีวันจืดจาง