ปัจจุบัน ร้านขายยา P&F มีสาขาให้บริการแล้ว 75 สาขา โดยเปิดเฉพาะในห้างสรรพสินค้า แต่ในอนาคตจะเพิ่มสาขาแบบ Standaloneในทำเลที่มีศักยภาพ เช่น ย่านธุรกิจ ย่านชุมชน แหล่งสถานศึกษา แหล่งท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กลุ่มผู้บริโภคและเพิ่มจุดแข็งด้านการแข่งขัน เพราะหากวัดจำนวนสาขาของ P&F ในเวลานี้ติดกลุ่มท็อปไฟว์ในตลาดแล้ว
“แบรนด์ร้าน P&Fจะมีความชัดเจนมากขึ้น เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือก ทั้งการได้รับยาและบริการที่มีคุณภาพ รวมทั้งรู้สึกผ่อนคลาย เมื่อเข้ามาใช้บริการ เราจะมีเภสัชกรประจำร้านทุกวัน คัดสรรยาและอาหารเสริมที่เกิดจากวิวัฒนาการใหม่ๆจากต่างประเทศ บริการหลังการขายที่ช่วยให้ผู้บริโภคยุคปัจจุบันใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพแท้จริง นอกจากนี้ เตรียมขยายการจำหน่ายผ่านระบบออนไลน์ และเจาะกลุ่มผู้บริโภคแต่ละประเภท แต่ละโรคเฉพาะเจาะจงมากขึ้น”
ภก.ดร.แสงสุข กล่าวอีกว่า ตลาดร้านขายยามีอัตราเติบโตเฉลี่ยปีละ 10% มูลค่ายาจากตลาดร้านขายยายังคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 20% ของตลาดยาทั้งระบบ และมีแนวโน้มเติบโตได้อีกมาก เพราะถือเป็นทางเลือกที่ประชาชนสามารถใช้บริการเมื่อมีอาการเจ็บป่วยเบื้องต้น ราคายาและสินค้าทางการแพทย์ถูกกว่าการใช้บริการในโรงพยาบาลเอกชน บวกกับเทรนด์การรักษาสุขภาพของคนรุ่นใหม่ที่นิยมเลือกซื้ออาหารเสริมประเภทต่างๆ เพื่อดูแลสุขภาพและเสริมความงามด้วย
ข้อมูลจากหน่วยงานบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข คาดการณ์จำนวนร้านขายยาทั่วประเทศมีมากกว่า 22,000 -23,000 แห่ง ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพฯ 30% และต่างจังหวัด 70% แบ่งเป็น ร้านขายยาเดี่ยว (Stand alone)ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ประกอบการเป็นรายกลางและเล็ก(SME) มีสัด ส่วนกว่า 80% ของจำนวน ร้านขายยาแผนปัจจุบันทั้งหมด และร้านขายยาของผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีสาขา(Chain store) ทั้งในรูปแบบของการลงทุนเองและการขยายธุรกิจในรูปของแฟรนไชส์(Franchise)