หากเราติดตามข่าวมาสักพัก เราจะทราบว่าในตอนนี้ Instagram กำลังทดสอบที่จะถอนยอดไลค์ออกจากแพลตฟอร์ม ถึงแม้ว่านี่จะยังไม่ใช่การออกมาประกาศอย่างเป็นทางการ แต่เราต่างทราบดีว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ Instagram กำลังพัฒนาการอัพเดทนี้เพื่อลดความกดดันที่แบรนด์มีต่อแพลตฟอร์มในฐานะแพลตฟอร์มของ Influencer Marketing ที่ใหญ่ที่สุด เพื่อหาวิธีการให้เหล่า Influencer มอบคอนเทนต์ที่ดีและมีคุณค่าจริงๆแก่แบรนด์ มากไปกว่าคอนเทนต์ที่มียอดไลค์สูงเท่านั้น เมื่อไม่มียอดไลค์อีกต่อไป ก็ถึงคราวที่เหล่า Influencer จะเริ่มมองหาวิธีการอื่นๆในการแสดงถึงคุณภาพของคอนเทนต์และบัญชีของตนต่อแบรนด์
ลองมาอ่านความคิดเห็นจากแหล่งข่าวการตลาดชื่อดังอย่าง Marketing Land ว่า หากไม่มียอดไลค์แล้ว อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง
1. เป็นข่าวดีของเหล่าเอเจนซี่
หนึ่งในผู้บริหารของบริษัทเอเจนซี่ชื่อดังในสหรัฐอเมริกาชื่อว่า Collective Bias นั้น กล่าวว่า นี่จะเป็นเรื่องที่ดีต่อเอเจนซี่ที่ทำงานด้าน Influencer เพราะมันจะช่วยสร้างความโปร่งใสต่ออุตสาหกรรมและเพิ่มคุณค่าบางอย่างให้กับเอเจนซี่ที่จะมีความสำคัญมากขึ้นในการรายงานผลลัพธ์ของการทำแคมเปญการตลาด นอกจากนั้น ผู้บริหารจากเอเจนซี่ใรสหรัฐอเมริกาอีกเจ้าคือ MediaKix ได้เสริมว่า เขาเองก็เห็นด้วยว่าการไม่มียอดไลค์จะนำไปสู่การที่แบรนด์ทบทวนตัวเองในการหาวิธีวัดผลการใช้งานเหล่า Influencer ใหม่ที่อาจมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและนั่นจะเป็นประโยชน์กับเหล่าเอเจนซี่เพราะพวกเขามีเครื่องมือและฐานข้อมูลที่ใหญ่ในการได้มาซึ่งการวัดผลให้กับแบรนด์
2. มันจะยิ่งทำให้ Influencer โฟกัสที่คุณภาพคอนเทนต์มากยิ่งขึ้น
โลกที่ไม่มียอดไลค์ใน Instagram นั้นคือโลกที่ไม่ได้เป็นประโยชน์แค่เอเจนซี่แต่จะส่งผลที่ดีต่อทั้งอุตสาหกรรมเพราะมันจะทำให้เหล่า Influencer สนใจกับคอนเทนต์ของตัวเองมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
ความสำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือคุณภาพของยอด Engagement ที่ได้ โดยเฉพาะเมื่อไม่มียอดไลค์นั้น เราจึงต้องสนใจการคอมเมนต์ที่ใต้คอนเทนต์แทน โดยจะต้องดูว่าการคอมเมนต์นั้น เป็นคอมเมนต์ที่มีคุณภาพหรือไม่ หรือเป็นการคอมเมนต์เพียงแค่แวะมาใส่ตัวอีโมจิแล้วจบไป มีการคอมเมนต์ที่สื่อถึงความสนใจในการซื้อหรือเข้ามาพูดคุยโต้ตอบกับ Influencer หรือไม่มากไปกว่านั้น การไม่มียอดไลค์ยังทำให้เหล่า Influencer จะต้องเพิ่มความหลากหลายของคอนเทนต์ของตนมากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นวิดิโอหรือการทำ Stories ต่างๆ หลายๆครั้งเราพบว่าเหล่า Influencer จะโพสท์แต่ภาพที่เดิมๆ ซ้ำ เพราะสนใจแต่ยอดไลค์ การไม่มียอดไลค์อาจนำไปสู่การเพิ่มความหลากหลายของแนวทางของการสร้างคอนเทนต์ และที่ดีกว่านั้นคือ เหล่า Influencer จะต้องคิดหนักขึ้นในการสร้างแคปชั่นที่กระตุ้นการพูดคุยระหว่างผู้ติดตามและพวกเขาเพื่อกระตุ้น engagement นั่นเอง
3. นักการตลาดอาจจะต้องการเครื่องมือในการจัดการ Influencer
ผู้บริหารบริษัท Influencer Marketing ชื่อดังอีกเจ้าคือ Viral Nation เชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงจะไม่มีอะไรไปมากกว่าการที่เอเจนซี่จะต้องหาเครื่องมือในการวิเคราะห์ข้อมูลและการวัดผลที่ดีที่สุดและแม่นยำเพื่อมอบข้อมูลเชิงลึกให้แก่ลูกค้าแบรนด์ ซึ่งการมองหาเครื่องมือหรือซอฟต์แวร์เพื่อเข้าถึงข้อมูลหลังบ้าน แม้ว่ายอดไลค์จะถูกถอนออกไม่เปิดเป็นสาธารณะแต่เครื่องมือเหล่านั้นก็จะเปิดเผยทุกอย่างที่แบรนด์ควรจะต้องรู้ก่อนการตัดสินใจ ซึ่งนั่นคือก้าวต่อไปที่เหล่าแบรนด์และเอเจนซี่จะต้องมองหาในอนาคต
นอกจากนั้น เราต้องยอมรับความจริงว่า ลูกค้าแบรนด์เองก็เริ่มที่จะไม่ได้สนใจยอดไลค์มาสักพักแล้ว ดังนั้น การถอนยอดไลค์ออกจากแพลตฟอร์มไม่ได้ทำให้เหล่าเอเจนซี่จะต้องตื่นเต้นหรือว่าต้อง “เตือน” ลูกค้า แต่มันจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมโดยรวมให้สนใจที่คุณภาพของคอนเทนต์มากกว่า ดังนั้น ในฐานะที่เราเป็นนักการตลาด เราไม่ควรกังวลใจไปมากนัก เพราะนี่คือสัญญาณที่ดีที่แพลตฟอร์มพยายามจะทำให้ Influencer สนใจคุณภาพของคอนเทนต์มากกว่าตัวเลข