ด้านผู้ผลิตสินค้าทั้ง 2 ลักษณะ มีจุดประสงค์การสื่อสารไปยังผู้บริโภคที่คล้ายกัน คือต้องการ บอกความเคลื่อนไหวที่ทันสมัยของสินค้า และทำให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในใจของผู้บริโภคในขั้นสุดท้าย แต่ผลกำไรที่ได้จากสินค้า Limited Edition นั้น ยังคงเป็นสัดส่วนน้อยเมื่อเทียบกับสินค้าหลัก เนื่องจากปริมาณน้อยและกระบวนการผลิตที่ซับซ้อน
ในการผลิต “NanyangRED” กลับมีปัญหาสำคัญคือ “ขายอย่างไรให้ได้ 6 ที่สุด” ดังที่จะกล่าวต่อไปนี้
1.คุณค่ามากที่สุด
(ตราบใดที่ผู้ผลิตยังคงผลิตสินค้าไปเรื่อย ๆ อย่างไม่จำกัด สินค้านั้นก็จะขาดคุณค่าลงไปในที่สุด)
2. จำนวนมากที่สุด
(เป็นได้ค่อนข้างยากหากทางแบรนด์ต้องการผลิตได้จำนวนมากที่สุดตราบใดที่ยังผลิตแบบจำนวนจำกัด)
3. ใช้เวลาน้อยที่สุด
(เมื่อไม่ทราบเวลาที่แน่ชัดของการผลิตสินค้า ก็อาจจะเกิดความสับสนต่อผู้ขาย ว่าต้องการสินค้าหลักหรือสินค้าตัวใหม่)
4. ซื้อง่ายที่สุด
5. โดนด่าน้อยที่สุด
(ค่อนข้างเป็นได้ยากเช่นกัน หากจำหน่ายสินค้าจนหมดและไม่พอต่อความต้องการซื้อ)
6. เสี่ยงน้อยที่สุด
(การลงทุนมีความเสี่ยงเสมอ เพราะหากผลิตและจัดจำหน่ายไปแล้ว แต่กลับไม่มีการซื้อ ก็อาจจะส่งผลให้สินค้าขาดทุนได้ ซึ่งเป็นปัญหาที่ยากจะที่หลีกเลี่ยงได้)
เมื่อถอดสมการ 6 ข้อนี้ ทำให้ตัด 'ความเป็นไปได้' เกือบทุกอย่าง เช่น
การจำหน่าย NanyangRED จึงเป็นวิธีการที่เรียก ว่า “Unlimited Limited Edition” ไม่จำกัดจำนวน แต่จำกัดเวลา (เปิดจำหน่าย 90 นาที หากสั่งซื้อในเวลานี้จะได้ทุกคน) โดยมีลักษณะที่คล้ายคลึงกับการสั่งซื้อสินค้าแบบ Pre Order หรือการ Made to order โดยผู้ผลิตจะรู้จำนวนซื้ออย่างแน่นอน และผลิตตามจำนวนการสั่งซื้อเท่านั้น อีกทั้งยังสร้างคุณค่าให้แก่สินค้าโดยการผลิตครั้งเดียว ไม่ผลิตซ้ำ สามารถสั่งซื้อได้ทุกคนแต่จำกัดด้วยเวลาพอประมาณ โดยเป็นการหลีกเลี่ยงการเก็งกำไรในตลาดรองหรือการขายสินค้าแบบมือสอง กรณีหากขายดีมาก และลดความเสี่ยงของโรงงานในการผลิตกรณีขายไม่ออก
เมื่อบริหารการจำหน่ายโดยวิธีดังกล่าวแล้ว ก็จะสามารถแก้ปัญหา 6 ที่สุดในข้างต้นได้ ดังนี้
1. คุณค่ามากที่สุด
(เมื่อสินค้ามีคุณค่าเพิ่มมากขึ้น ลูกค้าก็จะยอมจ่ายราคาที่สูงขึ้น)
2. จำนวนมากที่สุด
(จำนวนที่ลูกค้าสั่งซื้อ มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 2,000 คู่ : หากใช้วิธีการผลิตแค่ 2,000 คู่ จะทำให้มีคนเสียโอกาส และต่อว่าเป็นจำนวนมาก)
3. ใช้เวลาน้อยที่สุด
(เปิดการขายประมาณ 90 นาทีเท่านั้น)
4. ซื้อง่ายที่สุด
(ใช้วิธีการพิมพ์คอมเม้นท์ใน Facebook รอตอบกลับแล้วโอนเงิน โดยวิธีการดังกล่าวนี้ยังคงมีข้อจำกัดอยู่มาก เพราะลูกค้าบางรายมิอาจเข้าถึง Facebook ได้ทุกคน โอกาสในการขายจึงค่อนข้างไม่ทั่วถึงลูกค้าทุกกลุ่มนัก)
5. โดนด่าน้อยที่สุด
(เป็นได้ยากมากหากสินค้าดังกล่าวจะไม่ถูกวิพากษ์วิจารณ์หรือถูกด่าเลย ดังนั้นหากได้รับคำด่าคำติชมแล้ว ทางแบรนด์ก็จะต้องน้อมรับและนำมาแก้ไขต่อไป)
6. เสี่ยงน้อยที่สุด
(สามารถลดความเสี่ยงในการผลิตสินค้าแล้วขาดทุนได้ แต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีความเสี่ยงในด้านของชื่อเสียงหรือความน่าเชื่อถือของแบรนด์ แน่นอนว่าแบรนด์ก็ต้องผลิตสินค้าออกมาให้ดีที่สุด เพื่อที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้า)
ตอนนี้ผลตอบรับของนันยางรุ่น NanyangRED ได้รับ 10,000 ออเดอร์ ภายในหนึ่งชั่วโมงครึ่ง แต่ก็ยังคงมีปัญหาต่อมาคือไม่สามารถดูรายชื่อทั้งหมดได้