นักการตลาดที่ทำการตลาดผ่าน Social Media ย่อมสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ใหญ่ที่สุดในโลกทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง และพวกเขาก็มีสิ่งที่จะพูดมากเพื่อสื่อสารถึงกลุ่มเป้าหมาย
การทำการตลาดทาง Social Media จะแตกต่างจากกลยุทธ์ทางการตลาดอื่นๆ เพราะเป็นสื่อที่ผู้รับสื่อสามารถโต้ตอบกลับมาทันทีโดยตรง และบางครั้งการโต้ตอบนั้นก็ไม่ใช่คำพูดที่นักการตลาดชื่นชอบ
ดังนั้น หากคุณกำลังพัฒนากลยุทธ์การโฆษณาทาง Social Media โดยใช้วิธีการแบบเดียวกับที่คุณทำโฆษณา สำหรับโฆษณา PPC ad, แคมเปญทางอีเมล, หรือทำสปอทโฆษณาทีวี โฆษณาคุณจะพลาดเป้าหมาย และพลาดโอกาสอันยิ่งใหญ่ในการได้ส่วนแบ่งการตลาด
แบรนด์จะประสบความสำเร็จใน Social Media เมื่อข้อความของพวกเขาเป็นบทสนทนาสองทางที่เข้ากับความชอบของผู้รับสื่อ และสามารถสร้างความสนิทสนมกับเขามากขึ้น และมีประสบการณ์แบบสด การสร้างแบรนด์ทาง Social Media อย่างชาญฉลาดต้องสร้างการมีส่วนร่วมในการสนทนาในชีวิตจริงเหล่านี้ โดยใช้การรับฟังเสียงผู้บริโภคจากสื่อ Social Media โดยรวบรวมข้อมูลจากเครือข่าย Social Media ที่สำคัญ, เราจะได้รับรู้องค์ประกอบในด้านความรู้สึก, ลักษณะด้านประชากร, ระดับการมีส่วนร่วม และแนวโน้มในการรับสื่อ
ตัวอย่างเช่น แบรนด์วิดีโอเกมชั้นนำได้เปิดเผยแนวโน้มทางสื่อสังคมที่สำคัญ ที่ได้รับจากการค้นหาสื่อ Social Media ที่ของตน สำหรับวลีที่ว่า "ฉันต้องการเกมนี้ (ชื่อเกม) เวอร์ชั่นใหม่ แต่ราคาแพงเกินไป" จากนั้นบริษัทได้ติดแท็กคนโพสต์เนื้อหาประเภทนี้ ทำให้ในนาทีที่เกมออกขาย เกมแบรนด์ดังกล่าวได้เข้าถึงคนเหล่านั้นเพื่อแจ้งการขายให้ทราบ จากการขาย เป็นผลให้ บริษัทขายเกมนั้นได้ถึง 70,000 ชุด
ข้อมูลการฟังความคิดความเห็นของคนในสื่อ Social มีมูลค่าดั่งทองคำสำหรับนักการตลาด ผู้ลงโฆษณาบนสื่อ Social Media "เป็นเสมือนจอกศักดิ์สิทธิ์ของสื่อ Social Media เป็นการใช้กลุ่มผู้รับสื่อที่กำหนดกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เพื่อส่งข้อความที่เฉพาะเจาะจงได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย" ผู้ก่อตั้ง WordStream, Larry Kim กล่าว แบรนด์วิดีโอเกมแบรนด์นี้ ได้ให้บริการคูปองที่เกี่ยวข้อง (และเนื้อหา) แก่ผู้รับสื่อเป้าหมาย ผ่านทางโฆษณาทาง Social Media เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่ต้องรู้ในการทำโฆษณาบน Social Media
1. ก่อนทำแคมเปญ
ทำความเข้าใจผู้รับสื่อเป้าหมายของคุณนอกเหนือจากข้อมูลประชากรขั้นพื้นฐาน ระบุผู้รับสื่อกลุ่มใหม่ๆ เพื่อกำหนดเป้าหมายตามคุณลักษณะที่คล้ายคลึงกัน
ดูว่าคู่แข่งของคุณกำลังทำอะไรอยู่ และคุณจะทำให้โดดเด่นกว่าได้อย่างไร
2. ระหว่างแคมเปญ
เพิ่มประสิทธิภาพโฆษณาได้ทันที โดยอิงตามการตอบรับแบบเรียลไทม์ ตรวจสอบความคิดเห็นเพื่อเพิ่มคุณค่าเชิงบวกและลดคุณค่าเชิงลบ ระบุแนวโน้มกลุ่มผู้ชมเครือข่ายและความรู้สึกตามการรับแคมเปญ
3. หลังจากแคมเปญ
วัดผลการทำการตลาดบน Social Media และดูว่าข่าวสารที่ส่งถึงกลุ่มเป้าหมาย อยู่เหนือกำแพงของแบรนด์หรือไม่? ทำความเข้าใจข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภคเป้าหมาย พิสูจน์คุณค่าที่แท้จริงของแคมเปญ ประสานการรับฟังจากสังคมว่ายินดีจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้าตามโฆษณา เพื่อความสำเร็จในการใช้การตลาด Social Media
เน้นย้ำอีกครั้งว่า การโฆษณาผ่าน Social Media แตกต่างจากโฆษณาประเภทอื่น เนื่องจากสื่อ Social Media เป็นบทสนทนาที่ไม่ใช่ทางเดียว ดังนั้นคุณต้องใช้แนวทาง "รับฟังก่อน" เพื่อสร้างกลยุทธ์การโฆษณาทาง Social Media ในปี 2017
ผู้คนใน Social Media ไม่ต้องการฟังคุณพูดถึงตัวคุณเองหรือผลิตภัณฑ์ของคุณอีกต่อไป พวกเขาต้องการฟังคุณพูดถึงพวกเขาและสิ่งที่พวกเขาสนใจ
แต่การตอกย้ำกลยุทธ์การฟังความคิดเห็นของผู้คนในสื่อ Social เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น การที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการโฆษณาผ่าน Social Media วิธีการแบบองค์รวมซึ่งรวมการฟังความคิดเห็นผู้บริโภคใน Social กับการโฆษณาทาง Social ที่เสียค่าใช้จ่าย คือ การต่อยหมัดหนึ่งสอง ที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการทำการตลาดบน Social Media
ในความเป็นจริง และอาจเป็นเรื่องที่น่าเศร้าและน่าสลดใจ คือ Social Media ส่วนใหญ่ นิยมใช้วิธี pay-to-play จ่ายเงินเพื่อให้เกิดผลทางการตลาดอย่างเดียว ไม่มีกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพในการพึ่งพาการเข้าถึงผู้บริโภคเป้าหมาย เมื่อการโพสต์เนื้อหาทั่วไปเข้าถึงผู้คนน้อยลงถึง 91 เปอร์เซ็นต์ ของแบรนด์ในปัจจุบันที่ทำโฆษณาบน Facebook, ในความเป็นจริง ผู้บริโภคเป้าหมายที่เข้าถึงแบรนด์บน Facebook ตลอดเวลานั้นอยู่ที่ประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์ และการเข้าถึงต่อโพสต์จะลดลงอย่างรวดเร็วทุกวัน
แต่อย่าเพิ่งสิ้นหวัง ขอเพียงแค่เปลี่ยนโฟกัสของคุณเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการใช้กลยุทธ์การโฆษณา ก็จะสามารถบรรเทาความเจ็บปวดนี้
มีสองประเภทหลักของกลยุทธ์การโฆษณาทาง Social Media คือ ทำอย่างไรให้การโฆษณาทาง Social Media ประสบความสำเร็จ
คือ แคมเปญแบบครั้งเดียว และแคมเปญที่มีการส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง ทั้งสองมีความสำคัญและควรใช้ควบคู่กันไป แคมเปญแบบครั้งเดียวมักจะทำงานได้โดยอิสระในความพยายามในการเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายของคุณ ในขณะที่แคมเปญที่มีการส่งเสริมอย่างต่อเนื่องจะสร้างเนื้อหาที่ทำให้ลูกค้าเป้าหมายประทับใจและเข้าถึงแบรนด์
แคมเปญแบบครั้งเดียว : แคมเปญเหล่านี้เหมือนกับแคมเปญโฆษณาแบบเดิมและควรรวมอยู่ในทุกช่องของคุณ มักเรียกกันว่า "โพสต์มืด ( dark posts)" ซึ่งจะแสดงเฉพาะกับผู้ชมที่คุณเลือกเท่านั้น ช่วยให้สามารถปรับแต่งให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
แคมเปญแบบที่มีการส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง : เมื่อลูกค้าเป้าหมายเข้าถึงแบรนด์น้อยลง ทำให้หลายแบรนด์ต้องใส่เงินไว้เบื้องหลังโพสต์ เพื่อให้มีประสิทธิภาพเในการเข้าถึงแฟนๆ และผู้ติดตามของพวกเขา และเพิ่มการมีส่วนร่วมของเพจ โพสต์ที่ได้รับการสนับสนุนเหล่านี้สามารถกำหนดเป้าหมายไปยังกลุ่มผู้ชมใหม่ ๆ เพื่อนำมาซึ่งผู้ติดตาม, ผู้นำและลูกค้ารายใหม่ ๆ
หลักปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับโฆษณาแบบ Social Media Display Ads
แม้ว่าคุณจะมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ซื้อสินค้าของคุณ ผ่านการรับฟังและสร้างโฆษณาบน Social แต่ก็ไม่สามารถพูดได้ว่า รูปลักษณ์และความรู้สึกของโฆษณาของคุณที่สื่อสารออกมาโดดเด่นเป็นพิเศษรึเปล่า
เพราะคุณไม่เพียงแต่แข่งขันกับแบรนด์อื่นๆ เพื่อสร้างความสนใจ คุณกำลังแข่งขันกับเพื่อน, ครอบครัว, สัตว์เลี้ยง, และคนดังที่กลุ่มเป้าหมายชื่นชอบด้วย
การดึงดูดความสนใจภายใต้สถานการณ์ดังกล่าวไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นโปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าโฆษณาของคุณน่าสนใจมีคุณภาพสูง และดึงดูดสายตาของกลุ่มเป้าหมาย และเพื่อช่วยให้คุณเริ่มต้นอย่างถูกต้อง นี่คือ แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด 5 ข้อแรกเกี่ยวกับการนำเสนอภาพในโฆษณา :
1. ทำให้แบรนด์ของคุณมีสีสัน คุณกำลังใช้จ่ายเงินเพื่อสร้างโอกาสในการทำธุรกิจของคุณ เพื่อให้แน่ใจว่าโฆษณาของคุณจะสามารถจำแนกได้ ผ่านทางองค์ประกอบที่เชื่อมโยง เช่น โลโก้ขนาดเล็ก หรือความละเอียดอ่อนของสีของแบรนด์, รูปทรง, สไตล์ของภาพถ่าย แต่อย่าลืมว่าการสร้างแบรนด์ของคุณต้องไม่ได้ทำให้ข้อความเรื่องราวที่ต้องการสื่อสารของคุณถูกบดบัง
2. ใช้ภาพที่มีคุณภาพสูง แสงเป็นกุญแจสำคัญ ไม่ว่าคุณจะดีไซน์, วิดีโอ หรือภาพถ่าย ให้แน่ใจว่าภาพดังกล่าวสอดคล้องกับผู้รับสื่อเป้าหมายของคุณ เพื่อไม่ให้เกิดประสบการณ์ของผู้ใช้ที่ไม่ดีบนเว็บไซต์, เพราะเกิดภาพเบลอหรือหยาบเป็นภาพลวงตา ถ้าคุณถ่ายภาพของคุณเอง ให้ใช้แสงธรรมชาติเมื่อใดก็ตามที่ทำได้
3. ศึกษากฎองค์ประกอบการถ่ายภาพ ใช้เวลาในการเรียนรู้แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด เช่น กฎสามส่วน (rule of thirds) เป็นวิธีการง่ายๆ ที่จะทำให้ภาพออกมาดูดี โดย หลีกเลี่ยง การวางตำแหน่งของวัตถุหลักที่เราจะถ่าย ไม่ให้อยู่ตรงจุดกึ่งกลางภาพ ซึ่งจะทำให้ภาพนั้นแข็งทื่อ ไม่ชวนมอง ดังนั้น ตำแหน่งที่เหมาะสมต่อการวางวัตถุ ควรอยู่ในตำแหน่งที่เกิดจากจุดตัดของเส้นสี่เส้นตามทฤษฎี กฎสามส่วน ซึ่งการจัดวางตำแหน่งหลักของภาพถ่าย เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สามารถทำให้เกิดผลทางด้านแนวความคิด และความรู้สึกได้
4. ใช้การทดสอบเพื่อหลีกเลี่ยงความซ้ำซากน่าเบื่อของโฆษณาที่จะเกิดกับกลุ่มเป้าหมาย เพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุดให้อัปเดตโฆษณาทุกๆ 1-2 สัปดาห์ ถ้าทุกคนในกลุ่มเป้าหมายของคุณได้เห็นโฆษณาเดิมหลายครั้ง การใช้โฆษณาเดิมต่อไปจะแพงไม่คุ้มค่าและอาจส่งผลเสียต่อการรับรู้แบรนด์ของกลุ่มเป้าหมายของคุณ
5. ใช้คำบรรยายในโฆษณาให้น้อยที่สุด ภาพภาพเดียวมีค่าเท่ากับคำพูดคำบรรยายหลายคำ ดังนั้นโปรดทำคำบรรยายโฆษณาของคุณให้กระชับ และเป็นคำเฮดไลน์อยู่บนโฆษณา แทนที่จะใช้การบีบอัดถ้อยคำลงในภาพในโฆษณาของคุณ
เพื่อให้สามารถสื่อสารเรื่องราวของแบรนด์ ถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ให้มีส่วนที่เป็นข้อความน้อยกว่า 20% ของภาพรวมทั้งหมดของโฆษณาของคุณ
ยุคใหม่ของการโฆษณาผ่าน Social Media ทำให้บริษัทมีโอกาสมากขึ้นในการเริ่มต้นฟังเสียงลูกค้าเป้าหมายได้ดีขึ้น และนำเสนอเนื้อหาที่น่าสนใจมากขึ้น และเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับสิ่งที่ลูกค้าเป้าหมายสนใจ สิ่งที่พวกเขามีชีวิตอยู่กับมันและหายใจทุกวัน
สื่อ Social Media เป็นถนนสองทาง ทุกๆ โฆษณาที่คุณแสดงในสื่อนี้ ให้ฟังเสียงความต้องการลูกค้าของคุณ ทั้งก่อนที่จะสร้างแคมเปญโฆษณา และระหว่างการทำแคมเปญ เพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบพฤติกรรมและการตอบสนองความต้องการส่วนบุคคลของลูกค้าเป้าหมาย
การฟังความคิดเห็น, การมีส่วนร่วม และการวิเคราะห์อย่างต่อเนื่องทาง Social จะช่วยให้คุณสามารถสร้างแคมเปญโฆษณา Social Media ได้อย่างชาญฉลาดในช่วงที่เหลือของปี 2017 นี้
Cr : MarketingProfs