ที่น่าจับตามองก็คือ โรบินสันยังมีการเพิ่มบริการที่ตอบรับอีกหนึ่งไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันที่นิยมการข้อปออนไลน์ อย่างบริการ E-Ordering ที่จุดบริการลูกค้าสัมพันธ์ ซึ่งเป็นบริการที่พัฒนาเพื่อตอบรับก้าวต่อไปของการเป็น Omni Channel อย่างสมบูรณ์แบบของโรบินสันทั้ง Robinson Shop Online ช้อปสินค้าแบรนด์ชั้นนำได้ทุกที่ตลอด 24 ชั่วโมงที่ www.robinson.co.th การบริการสั่งสินค้าผ่าน Robinson Online และบริการ Robinson Chat & Shop และบริการ Click & Collect
“เราใช้งบประมาณในการรีโนเวทโรบินสัน สุพรรณบุรีครั้งนี้ราว200 ล้านบาท ซึ่งพิจารณาแล้วว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามาก ทั้งในแง่ของธุรกิจโรบินสัน ที่เราคาดหวังว่าหลังจากเปิดให้บริการภายหลังจากการรีโนเวทแล้วเสร็จในวันที่ 6 ธันวาคมนี้ จะสามารถทำให้มียอดผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นและมียอดขายของสาขาที่เติบโตในทิศทางบวกอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งในแง่ของร้านค้าและจังหวัด ที่เราจะเติบโตไปพร้อมๆ กัน โดยเราหวังว่าจะเป็น Center of Community ที่มีศักยภาพ และเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดให้เติบโตในทิศทางบวกได้เช่นเดียวกัน”
ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ถือเป็น 1 ใน 3 เสาหลักของธุรกิจของโรบินสัน อีก 2 ธุรกิจที่เหลือคือธุรกิจดีพาร์ตเมนต์สโตร์ และกลุ่มธุรกิจ Brand Management ที่ประกอบด้วยไพรเวทแบรนด์ แฟรนไชส์แบรนด์ และแบรนด์ที่ซื้อเข้ามาไว้ในพอร์ตโฟลิโอ ซึ่งทั้ง 3 ธุรกิจ จะส่งเสริมซึ่งกันและกันได้เป็นอย่างดี โดยศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ไม่เพียงจะทำหน้าที่เป็นหัวลากสำคัญในการนำพาธุรกิจห้างสรรพสินค้าและกลุ่มธุรกิจ Brand Management ออกไปสร้างโอกาสการเติบโตในหัวเมืองขนาดกลางเท่านั้น แต่ยังช่วยผลักดันให้ธุรกิจค้าปลีกในเครือเซ็นทรัลขยายตลาดตามไปอีกด้วย
ปัจจุบัน Store Format ของศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ มี 3 รูปแบบ คือ
1. รูปแบบใหญ่ (Size L) พื้นที่ 37,000 ตารางเมตรขึ้นไป เช่น สาขาสระบุรี ศรีสมาน ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ สุพรรณบุรี เป็นต้น
2. รูปแบบกลาง (Size M) พื้นที่ 35,000 ตารางเมตร เช่น สาขาสกลนคร ร้อยเอ็ด และมุกดาหาร
3. รูปแบบ Compact Size พื้นที่ 28,000 – 30,000 ตารางเมตร โดยเป็นโมเดลใหม่ที่นำมาใช้พัฒนากับสาขาใหม่ๆ ที่ขยายเข้าไปในจังหวัดขนาดไม่ใหญ่นัก รวมถึงการขยายลงสู่ระดับอำเภอขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นการเข้ามาช่วยเปิดไปสู่โอกาสทางการตลาดใหม่ๆ มากขึ้น......