“เป็นที่ชัดเจนว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่ไม่ต้องการเป็นลูกจ้าง สนใจที่จะมีธุรกิจเป็นของตัวเองเราจึงปรับตัวเองให้สามารถมีรายได้ได้ง่ายขึ้นไม่ต้องมีขั้นตอนเยอะมากและที่สำคัญคือมีแพลตฟอร์มช่วยสร้างความสะดวกสบายในการทำงาน”
แต่แค่นั้นคงไม่พอ เพราะเทคโนโลยีที่คืบคลานเข้ามากระทบไปทั้งอุตสาหกรรมค้าปลีก ผู้บริโภคสามารถเลือกหาและซื้อสินค้าได้บนมือถือ ในทางกลับกันกลุ่มคนรุ่นใหม่ก็กอบโกยรายได้จากการใช้ช่องทางนี้ได้อย่างมหาศาลเนื่องจากมีความคุ้นเคยกับแพลตฟอร์มนี้เป็นอย่างดี
การแก้เกมของแอมเวย์ จึงไม่ได้ทำแค่การนำ คอร์พลัส เข้ามาใช้ แต่ยังเสริมทัพด้วยการสร้างแพลตฟอร์มของแอมเวย์ให้นักธุรกิจใช้ประโยชน์ได้สูงสุด เพิ่มความสำเร็จในการทำธุรกิจด้วยเทคโนโลยีแบบ Total Solution ด้วยงบประมาณ 100 ล้านบาทต่อปี
“เสน่ห์ของธุรกิจขายตรงคือการมี “Human Touch”ระหว่างกัน แต่วันนี้เราต้องสร้างสมดุลของการขายตรงในโลกใหม่ระหว่าง “Hi-Tech”และ “Hi-Touch” ให้เกิดขึ้น ดิจิทัลในมุมของแอมเวย์จึงไม่ใช่แค่การทำออนไลน์ แต่เป็นการสร้างให้ดิจิทัลแพลตฟอร์มครอบคลุมในทุกทัชพอยต์คือการให้ลูกค้าทุกกลุ่มได้สัมผัสประสบการณ์ดิจิทัลของแอมเวย์ได้ในทุกช่อง”
ถ้ามองในภาพใหญ่จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าการปรับตัวของเเอมเวย์ในครั้งนี้เป็นการวางแผนในระดับ Long Term ซึ่งเราเห็นได้ไม่บ่อยในสถานการณ์แบบนี้ ที่รองรับการเปลี่ยนแปลงในระยะยาวเลยทีเดียว เพราะมีทั้งเรื่องแผน Incentive และเรื่องของความชัดเจนในการนำดิจิทัลเข้ามาขับเคลื่อนธุรกิจ
การตั้งเป้าหมายยอดขาย 30,000 ล้านบาท ในปี 2025 ก็คงจะไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินไปนักสำหรับแอมเวย์