นอกจากนี้ บริษัทมีแผนขยายตลาดทั้งผลิตภัณฑ์ข้าวโพดหวานและผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทานเพื่อสุข ภาพ โดยการเพิ่มประเภทสินค้าใหม่ภายในประเทศให้ครอบคลุมทุกความต้องการของผู้บริโภค เช่น มันหวานพร้อมรับประทาน , ข้าวโพดหวาน 2 สี รวมไปถึงการสร้างนวัตกรรมทางอาหาร โดยปรับสัดส่วนการจำหน่ายสินค้าในประเทศขึ้นเป็น 30% จากเดิม 20% เพิ่มช่องทางขายในกลุ่มค้าปลีก และ การทำโปรโมชั่นผ่านทางออนไลน์ เพื่อรองรับความต้องการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพในประเทศที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้น อีกทั้งยังป้องกันความเสี่ยงในด้านค่าเงินที่จะเกิดขึ้นกับสัดส่วนการส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังตลาดต่างประ เทศ และการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยมีการแถลงว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติให้ลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% จาก 1.75% เป็น 1.50% จากการที่เศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่คาดการณ์ อาจส่งผลให้ค่าเงินบาทปรับตัวอ่อนลงซึ่งถือว่าเป็นผลดีกับบริษัทฯ โดยคาดว่ายอดขายทั้งหมดจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 10% จากปี 2561 ที่มียอดขาย 1,800 ล้านบาท
“ซันสวีทยังคงปรับตัวให้ทันสถานการณ์โลกอยู่เสมอ และ พร้อมรุกตลาดผลิตภัณฑ์ข้าวโพดหวานและสินค้าเพื่อสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่ายอดขายในช่วงที่ผ่านมาจะเพิ่มขึ้นไม่มาก จากผลกระทบของเปลี่ยนแปลงค่าเงิน แต่เราจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อทำให้มียอดขายเพิ่มขึ้น เพื่อสะท้อนถึงกำลังการผลิตของเราที่เพิ่มขึ้นตามเป้าหมายที่เราได้วางไว้” ดร.องอาจกล่าว