เพิ่งผ่านพ้นการจ่ายค่าปรับมูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์ (หรือราว 150,000 ล้านบาท) ในคดีละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล เมื่อวันพุธคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลไอริช (Irish Data Protection Commission) ในยุโรปกล่าวว่ากำลังตรวจสอบการทำงานของ Facebook ว่าได้มีละเมิดกฎความเป็นส่วนตัวที่เข้มงวดของสหภาพยุโรป
ทาง Facebook ก็ได้ออกมายืนยันตั้งแต่วันอังคารที่ผ่านมาว่ามีการอัดเสียงของผู้ใช้จริง แต่ได้มีการหยุดกระบวนการทดสอบนี้ตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมาแล้ว และบริษัทกล่าวว่าการจ้างคนมาฟังคลิปเสียงของผู้ใช้บริการนั้น กระทำเพียงในแอป Messenger เท่านั้น เพื่อเป็นการตรวจสอบความแม่นยำของ AI ว่าตีความข้อความต่างๆ ได้ถูกต้องหรือไม่เท่านั้น
ซึ่งเหตุการณ์นี้ส่งผลให้หุ้นของโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ลดลง 1.3% ที่ 7:49 น. ตามเวลาในนิวยอร์กระหว่างการซื้อขายล่วงหน้า
แต่นี่ก็ไม่ใช่เหตุการณ์ครั้งแรก เพราะก่อนหน้านี้สำนักข่าวบลูมเบิร์กก็ได้รายงานว่า บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่อย่าง Amazon มีทีมงานหลายพันคนทั่วโลกแอบฟังเสียงของผู้ใช้ผ่าน Alexa โดยมีเป้าหมายในการปรับปรุงซอฟต์แวร์และการตรวจสอบ Human Review นอกจากนี้ยังมีบริษัทอย่าง Google และ Apple ที่ได้ใช้ Google Assistant และ Siri กระทำการในลักษณะเดียวกัน
ซึ่งทาง Facebook ไม่ได้เปิดเผยแก่ผู้ใช้ว่าบุคคลที่สามอาจตรวจสอบเสียงของพวกเขา นั่นทำให้คนบางกลุ่มรู้สึกว่างานของพวกเขานั้นผิดจรรยาบรรณ อย่างน้อยหนึ่งบริษัทที่ตรวจสอบการสนทนาของผู้ใช้คือ TaskUs ซึ่งเป็นบริษัทเอาท์ซอร์สในซานตาโมนิกาแคลิฟอร์เนีย โดย Facebook เป็นหนึ่งในลูกค้ารายใหญ่ที่สุดและสำคัญที่สุดของ TaskUs แต่พนักงานไม่ได้รับอนุญาตให้พูดถึงสาธารณชนว่าใครเป็นคนทำงานให้
Facebook ยังใช้ TaskUs เพื่อตรวจสอบเนื้อหาที่อาจละเมิดนโยบาย นอกจากนี้ยังมีทีม TaskUs ที่ทำงานเกี่ยวกับการเตรียมการเลือกตั้งและคัดกรองโฆษณาทางการเมือง ซึ่งทาง Facebook ก็ได้ขอให้ TaskUs หยุดการทำงานชั่วคราวในช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา TaskUs กล่าวเพื่อตอบสนองต่อคำร้องขอความคิดเห็นเกี่ยวกับงานถอดความ
David Marcus ผู้บริหารระดับสูงที่ดูแลบริการในเวลานั้นกล่าวในโพสต์ Facebook ว่า “เรากำลังพยายามหาวิธีที่จะทำให้ Messenger มีประโยชน์มากขึ้น”