ออนไลน์ไม่ใช่ทุกอย่าง ผสมผสานดีที่สุด
สื่อออนไลน์เข้ามามีบทบาทต่อเเบรนด์ทำให้สื่อเก่าหลายๆ แบบ ได้รับผลกระทบและซบเซาไปตามๆ กัน
ด้วยความเชื่อที่ว่าผู้บริโภคใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์ การสร้างสื่อ การสร้างโฆษณาต่างๆ จึงต้องเคลื่อนไปอยู่บนออนไลน์ตามผู้บริโภคด้วยเช่นกัน
ด้วยข้อมูลและแนวคิดบนพื้นฐานเดียวกันทำให้แบรนด์ต่างให้ความสำคัญกับสื่อออนไลน์เพิ่มมากขึ้น ตามมาด้วยการเทงบประมาณไปที่สื่อออนไลน์บนแพลตฟอร์มต่างๆ มิใช่น้อย
ประกอบกับเม็ดเงินที่ใช้ในการโฆษณาบนโลกออนไลน์นั้นไม่ได้สูงเหมือนสื่อ Traditional อีกทั้งแพลตฟอร์มต่างๆ ยังเคลมในเรื่องของกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพ
แต่ก็มีหลายคน หลายแบรนด์ที่ยังไม่ได้กระโจนลงมาเเบบเต็มตัว พยายามทำความเข้าใจถึงบทบาทหน้าที่ที่แท้จริงของสื่อออนไลน์ ว่าสื่อออนไลน์นั้นสามารถตอบโจทย์การสื่อสารของแบรนด์ในข้อไหนได้บ้าง
“การที่เราเห็นแบรนด์ไปใช้สื่ออนไลน์เยอะขึ้นจากตัวเลขเม็ดเงินโฆษณาที่เติบโตขึ้นในแต่ละปี แต่วันนี้กลับมีตัวเลขบางอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่า การลงเงินไปที่สื่อออนไลน์นั้นไม่ได้ได้ทำให้ยอดขายเป็นไปตามเป้า จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้แบรนด์เริ่มกลับมาทำความเข้าใจในบทบาทและวัตถุประสงค์ของแต่ละสื่อ”
ทำให้สื่อออนไลน์เพียวๆ คงจะไม่ได้เป็นทุกสิ่งทุกอย่าง เหมือนที่หลายคนคิดกันไว้ ต้องมีการผสมผสานสื่อ Traditional ตามบทบาทและหน้าที่ของแต่ละสื่อ
“แต่ละสื่อมีรูปแบบและหน้าที่ของมันชัดเจน และสามารถตอบโจทย์การสื่อสารการตลาดได้แตกต่างกัน”
การผสมผสานช่องทางการสื่อสารออนไลน์ ออฟไลน์ และ ณ จุดขาย หรือ Point of Sale เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าอย่างชาญฉลาดและไร้รอยต่อในยุค "Digital Disruption" คืออีกหนึ่งสิ่งที่แบรนด์ต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจไปด้วยเช่นกัน
ภวัต บอกอีกว่า ในธุรกิจที่เห็นได้ชัดเจน เช่น มือถือ รถยนต์ ที่เริ่มกลับมาทบทวนการใช้เม็ดเงินโฆษณาที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น เพราะการทุ่มไปกับสื่อออนไลน์ไม่สามารถทำให้บรรลุเป้าหมายในเชิงของยอดขายได้อย่างที่ตั้งไว้
พูดง่ายๆ ก็คือ “สมดุล” ของการแพลนสื่อ ต้องมีความสอดคล้องกับ Journey ของผู้บริโภค และประเภทของสินค้า รวมถึงวัตถุประสงค์ทางการตลาดที่ต้องการ