BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
8,503
VIEWS

แบรนด์พอร์ตโฟลิโอที่แข็งแกร่งจะทำให้โตแบบยั่งยืน ด้วยเหตุนี้ MK จึงต้องทุ่มเพื่อซื้อแหลมเจริญ

ก.ย. 09, 2562 R.Somboon

กลายเป็นข่าวฮือฮาส่งท้ายสัปดาห์ที่ผ่านมาสำหรับการเข้าซื้อหุ้นของร้านอาหารแหลมเจริญซีฟู้ดในสัดส่วน 65% มูลค่า 2,060 ล้านบาทของบริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด ซึ่งทั้งหมดจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคมนี้

แน่นอนว่า ดีลที่เกิดขึ้นนี้ถือเป็นข่าวใหญ่ในรอบปีของธุรกิจร้านอาหารในบ้านเรา แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดคาดเดาเท่าไรนัก เพราะหากมองมาที่ 1 ในกลยุทธ์การเติบโตของกลุ่มเอ็มเคแล้วจะพบว่า กลยุทธ์ในเรื่องของแบรนด์พอร์ตโฟลิโอ ยังคงเป็นกลยุทธ์หลักที่ถูกใช้ เพราะการมีแบรนด์พอร์ตโฟลิโอที่แข็งแกร่งนั้น จะทำให้สามารถช่วยสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับกลุ่มเอ็มเคได้ เนื่องจากจะสามารถเข้ามาตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มีหลากหลายกลุ่มได้ ไม่เพียงเท่านั้น ยังทำให้สามารถเลือกแบรนด์ให้เหมาะสมกับศูนย์การค้าที่แต่ละแบรนด์หรือแต่ละโลเกชั่นจะมีกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันออกไป

หากมองเข้ามาที่แบรนด์ในพอร์ตของเอ็มเคแล้ว จะพบว่า มีค่อนข้างหลากหลาย ไล่ตั้งแต่ตัวสุกี้ที่เอ็มเค สุกี้ เอง มีการขยายออกไปตั้งแต่ตัวเอ็มเคสุกี้ ที่จับกลุ่มเป้าหมายครอบครัว เอ็มเค โกลด์ เจาะลูกค้าระดับบน และเอ็มเค ไลฟ์ ที่เจาะคนรุ่นใหม่ โดยเอ็มเคสุกี้ มีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศถึง 448 สาขา ขณะที่เอ็มเค โกลด์จะมีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 6 สาขา และเอ็มเค ไลฟ์ อีก 4 สาขา

เช่นเดียวกับหมวดร้านอาหารญี่ปุ่น กลุ่มเอ็มเค มีร้านยาโยอิที่เปรียบเสมือน “สตาร์” ของกลุ่ม มีจำนวนสาขา 184 สาขา ร้านฮากะตะ 4 สาขา และร้านมิยาซากิ 26 สาขา

 

ที่น่าสนใจก็คือ เอ็มเค มีแบรนด์ร้านอาหารไทยอยู่ในเครือถึง 2 แบรนด์คือ เลอสยาม มีสาขารวม 3 สาขา และร้านอาหารไทย ณ สยาม อีก 1 สาขา ซึ่งครั้งหนึ่งคุณฤทธิ์ ธีระโกเมน ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เคยให้พูดไว้อย่างน่าสนใจว่า ร้านอาหารไทยที่เป็นอาหารไทยจริงๆ จะถูกมองว่ามีแวลู่น้อยกว่าร้านอาหารประเภทอื่นๆ ในสายตาของผู้บริโภค การขยายฐานการเติบโตของร้านอาหารไทยจึงมีออกมาให้เห็นไม่มากนัก

สำหรับการซื้อแหลมเจริญซีฟู้ดนั้น ภาพของการเป็นร้านอาหารซีฟู้ดที่ติดตัวมากับแหลมเจริญซีฟู้ดค่อนข้างจะแข็งแกร่ง ทำให้สามารถนำมาต่อยอดในการสร้างการเติบโต โดยเฉพาะการสร้างมูลค่าเพิ่มอื่นๆ ที่จะตามมาในอนาคตอันใกล้นี้ได้อีก

ปัจจุบัน แหลมเจริญซีฟู้ด มีสาขาอยู่ในมือ 25 สาขา แม้จะเข้าตลาดมานาน แต่แหลมเจริญซีฟู้ดเองก็มีจุดอ่อนในเรื่องของการขยายสาขา เพราะภาพที่ติดมากับร้านอาหารประเภทซีฟู้ดก็คือความสดใหม่ หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่การมีลอจิสติกส์ตลอดจนซัพพลายเชนที่แข็งแกร่ง

ดีลระหว่างเอ็มเคกับแหลมเจริญซีฟู้ด จึงเป็นวิน วิน เกม ที่น่าสนใจ เพราะนอกจากความเชี่ยวชาญในเรื่องของการขยายสาขาในศูนย์การค้าหรือโมเดิร์นเทรดแล้ว ระบบซัพพลายเชนของเอ็มเค ถือแข็งแกร่งค่อนข้างมาก จึงสามารถเข้ามาเสริมกันได้อย่างลงตัว

ก่อนหน้านั้น ในปีที่แล้ว เอ็มเคมีการเข้าไปร่วมทุนกับยักษ์ใหญ่ด้านลอจิสติกส์จากประเทศญี่ปุ่น คือ บริษัท เซนโค กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (SENKO Group Holdings Co., Ltd.) จัดตั้งบริษัท เอ็ม-เซนโค โลจิสติกส์ เพื่อรุกธุรกิจบริการลอจิสติกส์แบบครบวงจร โดย เซนโค กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ เป็นบริษัทลอจิสติกส์ขนาดใหญ่อันดับ 2 ของญี่ปุ่นที่ทำธุรกิจลอจิสติกส์แบบ “เทิร์นคีย์” คือให้บริการตั้งแต่เรื่องของการซอร์สซิ่งหรือจัดหาสินค้า การทำในเรื่องของการแพ็กกิ้งสินค้า การนำเข้า – ส่งออกสินค้า การซื้อขายสินค้า ตลอดจน ให้เช่าคลังสินค้า และบริการส่งสินค้า คือทำตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงมือผู้บริโภค ทำให้การเข้าตลาดเมืองไทยของบริษัทสายเลือดซามูไรรายนี้ กลายเป็นผู้ให้บริการรายแรกๆ ที่ให้บริการแบบครบวงจร หลังจากที่ก่อนหน้านั้น ผู้เล่นในตลาดลอจิสติกส์ของบ้านเรา จะเลือกทำตลาดตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้านของตัวเอง

ไม่เพียงแค่การทำธุรกิจลอจิสติกส์ให้กับลูกค้าที่เป็นบีทูบีเท่านั้น เซนโค ยังมีความเชี่ยวชาญในการกระจายสินค้าให้กับลูกค้าที่เป็นบีทูซี ซึ่งจะสามารถเข้าไปรองรับกับการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซได้เป็นอย่างดี โดยลูกค้าหลักๆ ของเซนโคในประเทศญี่ปุ่นก็มีกลุ่มค้าปลีกดองกี้ อิออน และแฟมิลี่มาร์ท

จุดแข็งอีกอย่างของเซนโคก็คือ ความเชี่ยวชาญในเรื่อของการขนส่งสินค้าแบบเย็น (Cold Chain) อย่างครบวงจร ด้วยรถควบคุมอุณหภูมิ เพื่อการขนส่งอย่างมีคุณภาพ ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีผู้เล่นในตลาดที่สามารถให้บริการด้านลอจิสติกส์แบบเย็นได้ทุกมิติ ซึ่งความเชี่ยวชาญในเรื่องดังกล่าวนี้ สามารถนำมาต่อยอดให้กับการทำธุรกิจให้กับกลุ่มเอ็มเคได้เป็นอย่างดี

 

การร่วมทุนในครั้งนี้ ไม่เพียงจะเป็นการเปิดโอกาสในการเข้าสู่ธุรกิจใหม่ๆ นอกเหนือธุรกิจร้านอาหารของเอ็มเคเท่านั้น แต่ยังเข้ามาช่วยสนับสนุนการทำธุรกิจร้านอาหารในเครือเอ็มเคได้เป็นอย่างดี เพราะโนว์ฮาวของพาร์ทเนอร์รายนี้จะเข้ามาช่วยสนับสนุนในเรื่องของการกระจายสินค้าเข้าสู่สาขาของร้านอาหารในเครือเอ็มเคที่มีรวมกันถึง 635 สาขาได้เป็นอย่างดี โดยจะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในด้าน

1.การช่วยลดต้นทุน ซึ่งต้นทุนของการกระจายสินค้าส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของคน โนว์ฮาวของเซนโคที่มีการนำโรบอทเข้ามาช่วยงานจะทำให้สามารถลดต้นทุนในเรื่องของคนลงได้ถึงครึ่งหนึ่ง

2.ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ในแง่ของความรวดเร็วในการกระจายสินค้าจากระบบอัตโนมัติต่างๆ ซึ่งว่าไปแล้ว ในธุรกิจร้านอาหาร ความเร็วจะหมายถึงคุณภาพที่เพิ่มขึ้นของวัตถุดิบ

เพิ่มแบรนด์หนีการอิ่มตัวของตลาด

อย่างไรก็ตาม ความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคที่โดน Disrupt โดยเทคโนโลยี รวมถึงตลาดร้านอาหารในบางเซ็กเม้นต์เริ่มที่จะอิ่มตัว หรือมีการเติบโตในตัวเลขที่ไม่สูงนัก ทำให้กลุ่มเอ็มเคต้องมองหาโอกาสในการผลักดันการเติบโตของธุรกิจให้มีออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยการเติบโตของกลุ่มเอ็มเคนั้น จะมาจาก

1.กลยุทธ์ในเรื่องของแบรนด์ พอร์ตโฟลิโอ ยังเป็นหัวใจสำคัญ เนื่องจากจะสามารถเข้ามาตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มีหลากหลายกลุ่มได้ ไม่เพียงเท่านั้น ยังทำให้สามารถเลือกแบรนด์ให้เหมาะสมกับศูนย์การค้าที่แต่ละแบรนด์หรือแต่ละโลเกชั่นจะมีกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันออกไป

การเข้าไปถือหุ้นในร้านแหลมเจริญซีฟู้ดนั้น แม้เอ็มเคสุกี้ และแหลมเจริญซีฟู้ดจะมีกลุ่มเป้าหมายที่เหมือนกันคือเป็นกลุ่มครอบครัว แต่การได้แบรนด์แหลมเจริญซีฟู้ดเข้ามาอยู่ในพอร์ต ก็เป็นเสมือนการช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น โดยนำเสนอทางเลือกที่แตกต่างจากที่มีอยู่เดิม

2.ขณะที่แบรนด์เอ็มเคที่ถือเป็น “พี่ใหญ่” ในพอร์ต ซึ่งเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งนั้น จะเพิ่มโอกาสจากการทลายกำแพงในการบริโภคอาหารประเภทสุกี้ที่รูปแบบการรับประทานส่วนใหญ่จะมาเป็นกลุ่มทั้งกลุ่มครอบครัวที่มีความถี่ไม่มากนัก หรือกลุ่มเพื่อน การทลายกำแพงตรงนี้ก็คือ การเพิ่มโอกาส หรือความถี่ในการบริโภคให้มีมากขึ้น ทั้งจากการครีเอทเมนู หรือโปรดักต์ใหม่ รวมถึงการแตกแบรนด์ และรูปแบบของร้านเพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มใหม่ ๆ

 

ตัวอย่างในเรื่องนี้ก็คือการแตกแบรนด์เอ็มเค ไลฟ์ เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นคนรุ่นใหม่ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่น วัยทำงานตอนต้น และครอบครัวที่ชื่นชอบการลองสิ่งใหม่ๆ ที่ประยุกต์ไลฟ์สไตล์เข้ากับมื้ออาหาร และสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่ใส่ใจสุขภาพ เป็นการเปลี่ยนภาพเดิมๆ ของเอ็มเคจากที่ผ่านมาเมื่อพูดถึงร้านสุกี้เอ็มเค คนส่วนใหญ่มองว่าเป็นร้านอาหารสำหรับครอบครัว แต่เอ็มเค ต้องการเป็นร้านอาหารสำหรับคนทุกเพศ ทุกวัย

นอกจากการแตกแบรนด์ใหม่แล้ว สิ่งที่เอ็มเคมีการปรับเปลี่ยนอีกอย่างก็คือ การปรับที่นั่งในร้านให้สามารถรองรับการมานั่งทานคนเดียวได้ โดยไม่จำเป็นต้องมาแบบครอบครัวเหมือนที่ผ่านมา เป็นการขยายโอกาสในการใช้บริการไปสู่คนกลุ่มใหม่ๆ

3.ขยายช่องทางใหม่ๆ อาทิ ช่องทางดิลิเวอรี่ที่ในปีที่แล้วสามารถสร้างยอดขายให้กับกลุ่มเอ็มเคได้ประมาณ 300 ล้านบาท การมีเครื่องมือใหม่ๆ อย่างแอพพลิเคชั่น จะเข้ามาช่วยเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงบริการตรงนี้ได้มากขึ้น

การเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้านี้ เอ็มเคยังมีการเปิดแบรนด์ใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Grab & Go ในชื่อแบรนด์ “Bizzy Box” ซึ่งจะเน้นเปิดขยายตามอาคารสำนักงานเพื่อตอบสนองความต้องการของพนักงานออฟฟิศใจกลางกรุงเทพฯ โดยการจัดเตรียมอาหารนั้นปรุงสดใหม่ทุกๆ ชั่วโมงในราคาตั้งแต่ 49 -109 บาท

 

เอ็มเคเปิดร้าน“Bizzy Box” ไปแล้ว 4 สาขา เน้นทำเลที่อยู่ในอาคารสำนักงาน อย่างออฟฟิศของเอ็มเค ย่านบางนา ซึ่งเป็นสาขาต้นแบบ และในอาคารสาทร สแควร์ เป็นต้น

4.ขยายแบรนด์ใหม่ๆ โดยมองหาแบรนด์ที่มีศักยภาพในการเติบโตอาจจะเป็นแบรนด์ที่สร้างเองหรือซื้อสิทธิ์แฟรนไชส์เข้ามาทำตลาด การซื้อแบรนด์เข้ามาทำนั้นจะใช้เวลาในการศึกษาเพื่อดูถึงความเป็นไปได้ จนกว่าจะมั่นใจว่าแบรนด์ที่ซื้อมา เป็นแบรนด์มีคุณภาพ และสามารถทำให้แบรนด์นั้นเติบโตได้

5.ขยายสาขาต่อเนื่อง โดยมีแผนที่จะลงทุน 600 ล้านบาท เพื่อขยายสาขาเพิ่มปีละ 40 – 50 สาขา

ในปี 2558 เอ็มเค มีรายได้ 14,923 ล้านบาท กำไร 1,856 ล้านบาท จากจำนวนสาขาทั้งหมด 592 สาขา ข้ามมาที่ปี 2559 มีรายได้ 15,498 ล้านบาท กำไร 2,100 ล้านบาท จำนวนสาขา 619 ล้านบาท ปี 2560 มีรายได้ 16,458 ล้านบาท กำไร 2,454 ล้านบาท สาขา 638 สาขา และปี 2561 มีรายได้ 17,234 ล้านบาท กำไร 2,574 ล้านบาท จากสาขาทั้งหมด 674 สาขา

แหลมเจริญซีฟู้ด น่าจะเป็นอีกหนึ่งคำตอบที่นอกจากจะเข้ามาช่วยเติมเต็มแบรนด์พอร์ตโฟลิโอให้แข็งแกร่งมากขึ้นแล้ว ยังน่าจะช่วยเพิ่มในแง่ของผลกำไรได้เป็นอย่างดี....

เมื่อ Sukishi หนี Price War ร้านอาหาร พร้อมรุกตลาด Retail ในฐานะ Korean Flavor Solution Partner

MAGURO GROUP โชว์ฟอร์มแชมป์ กำไรเติบโต 54% รายได้โตกว่า 44% โตต่อเนื่องสวนกระแสธุรกิจร้านอาหาร เคาะจ่ายปันผล 0.46 บาท/หุ้น

ศึกใหม่ “ฟู้ด รีเทล vs ฟู้ด เซอร์วิส” เมื่อค้าปลีก ข้ามเส้นแบ่ง มาแข่งชิงพื้นที่กระเพาะกับร้านอาหาร

“สี” สำคัญอย่างไรต่อการทำ Branding แล้วทำไมร้านอาหาร “QSR” จึงใช้ “สีแดง” เป็นสีหลักของแบรนด์

รู้จัก “Brand Visibility” เมื่อร้านอาหารต้องไปอยู่บนเชลฟ์ มากกว่ารอลูกค้าในห้าง

ไม่ใช่แค่เอาตัวรอด แต่ต้องโตให้ได้ คุยกับณัฐ วงศ์พานิช กับโจทย์ธุรกิจร้านอาหารในวันที่แรงกดดันรอบด้าน

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact