BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
8,367
VIEWS

จาก “แดจังกึม” สู่ “แบล็กพิงค์” เมื่อ “ติ่งเกาหลี” เปลี่ยน เรดซัน เลยต้องปรับกลยุทธ์ตาม

ก.ย. 20, 2562 R.Somboon

ด้วยเหตุที่ ตลาดร้านอาหารเกาหลีในบ้านเราส่วนใหญ่จะถูกขับเคลื่อนด้วย K – Culture ซึ่งฐานลูกค้าหลักส่วนหนึ่งจะเป็นแฟนหรือติ่งเกาหลีที่คุ้นเคยกับอาหารเกาหลีผ่านซีรีส์หนังเกาหลี ซึ่งความเป็นเค ป๊อป นี้ค่อนข้างไดนามิค ทำให้แบรนด์ที่ทำตลาดร้านอาหารเกาหลีอย่าง Red Sun จึงต้องมีการปรับตัวให้มีไดนามิคตาม โดยเฉพาะกับการนำเสนอเมนูต่างๆ ที่มีความหลากหลาย เพื่อตอบโจทย์การบริโภคของกลุ่มเป้าหมาย

อย่างไรก็ตาม แม้ในภาพรวมจะยังคงสามารถยึดฐานลูกค้าที่ชื่นชอบอาหารเกาหลีไว้ได้อย่างเหนียวแน่นมาตลอด 5 ปีที่เข้ามาทำในตลาดในเมืองไทย แต่การสร้างโอกาสเติบโตจากกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะนอกจากจะทำให้สามารถขยายฐานการเติบโตของยอดขายได้แล้ว ยังเป็นตัวช่วยในการสร้างฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นกับ Red Sun ให้เติบพร้อมกับ Carry Brand ในระยะยาว ก็เป็นเรื่องจำเป็นไม่น้อย

การเปิดยุทธการ “รีแบรนด์” เพื่อปรับภาพลักษณ์ใหม่ พร้อมกับขยายฐานมายังกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นเด็กรุ่นใหม่ที่มีอายุ 18 – 25 ปี จึงกลายเป็นกลยุทธ์หลักในการขับเคลื่อนการเติบโตของ Red Sun ในห้วง 2 – 3 ปีถัดจากนี้ไป จากเดิมที่ฐานลูกค้าส่วนใหญ่ของ Red Sun ในช่วงที่ผ่านมาจะเป็นคนที่มีอายุ 25 – 35 ปี

 

นพวินท์ รอดริน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟู้ดซัน จำกัด ผู้บริหารแบรนด์ Red Sun บอกกับเราว่า การรีแบรนด์ของ Red Sun มีเป้ามหายเพื่อต้องการ Refresh ให้ภาพลักษณ์ของ Red Sun มีความสนุกและเข้าถึงได้ง่ายขึ้นตอบโจทย์ persona ของกลุ่มเป้าหมายอายุ 18-25 ปี ที่ชื่นชอบวัฒนธรรมเกาหลี ด้วยภาพลักษณ์ใหม่ที่สดใส สนุกกว่า เดิม จะช่วยให้เกิดการเข้าถึงที่มากขึ้นในทุก Touch Point ที่ทำ ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในใจกลุ่ม เป้าหมายได้มากขึ้น ภายใต้แนวคิด “Korean with a Twist” ซึ่งถูกคิดมาจากจุดแข็งของแบรนด์ คือ “การพัฒนาสินค้าที่ไม่หยุดยั้งและแปลกใหม่เสมอ” เพื่อตอบสนองความต้องการและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมายที่ปรับเปลี่ยนไปตามกระแสความนิยมเกาหลีในยุคใหม่โดยยังคงรักษากลิ่นอายของความเป็นออริจินัลไว้ตามแบบฉบับของ Red Sun

การรีแบรนด์ในครั้งนี้ ยังมีการปรับ Corporate Identity ใหม่ โดย Red Sun ทุกสาขาในประเทศไทยจะมีการเปลี่ยนโลโก้ใหม่ทั้งหมด, สีของแบรนด์ จากเดิมเป็นสีดำ/แดง ที่ดูหนักแน่นและนิ่งกว่า ไปสู่สีแดง ขาว น้ำเงิน ซึ่งเป็นสีที่ดูมีความเคลื่อนไหวมากขึ้น สดใสขึ้น โดยสาขาใหม่ทั้ง 3 สาขาที่จะเปิดตัวในปีนี้จะเป็นลุคค์ใหม่ทั้งหมด โดยสาขาแรกที่จะเป็นต้นแบบของ Red Sun โฉมใหม่ในประเทศไทย คือ สาขาสยามเซ็นเตอร์ ที่นอกจากจะมีการปรับโฉมร้านแล้ว ยังมีการเพิ่มโซนบริการแนว Grab & Go ที่ขายเมนูของทานเล่นและของหวานอีกด้วย ขณะที่อีก 2 สาขาที่จะเปิดที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว และเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน

 

ส่วนอีก 12 สาขาที่มีอยู่ จะมีการรีโนเวท เพื่อให้ออกมาในคอนเซ็ปต์ ที่จะมีการพิ่มบริการ Grab & Go และ ดิลิเวอรี่ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้ามากขึ้น โดยปัจุบันนี้สัดส่วนการขายจากดิลิเวอรี่มีไม่ถึง 1% จะเพิ่มเป็น 10% ในปีหน้า ส่วน Grab & Go นี้ จะสามารถทำสัดส่วนการขายในปีหน้าได้ที่ 20% จากตัวเลขประมาณ 5% ในปีนี้

“กลุ่มเป้าหมายที่เป็นเด็กรุ่นใหม่ค่อนข้างไดนามิคสูง ต้องการของใหม่ๆ ตลอดเวลา โดยเฉพาะเรื่องของเมนูที่ต้องมีความหลากหลาย และเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ซึ่งการปรับภาพลักษณ์ในครั้งนี้ มีการหยิบเอาเมนูที่เป็นซิกเนเจอร์ 3 แกนเมนูหลักทั้งเมนูชึกซอกต็อกปกกี่, ข้าวผัดเรดซัน, ชิคเก้นบอง มาทำเป็นคอมโบเซต พร้อมลดไซส์ และปรับราคาลดลงเพื่อให้สามารถเข้ามานั่งรับประทานได้ 1 – 2 คน ซึ่งจะเป็นการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการใช้บริการได้ง่ายขึ้น จากเดิมที่ลูกค้ากลุ่มเดิมคืออายุ 25 – 35 ปี มีการเข้ามาใช้บริการเฉลี่ย 2 ครั้งต่อเดือน มีการใช้จ่ายต่อบิล 850 บาท หรือเฉลี่ยต่อคน 350 บาท”

นพวินท์ ยอมรับว่า ตลาดร้านอาหารเกาหลีในบ้านเรา ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นคนที่นิยมชมชอบเค ป๊อป เพราะอาหารเกาหลีถูกสร้างการจดจำจากหนังซีรีส์มาตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตลาดเลยค่อนข้างจะ Niche ซึ่งจะเหมือน กับตลาดอาหารญี่ปุ่นเมื่อเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา ที่เริ่มต้นจากการเป็น Niche เจาะลูกค้าในกลุ่มพรีเมียมก่อนที่จะสามารถขยายให้ฐานของตลาดเติบโตมาเป็นแมสได้สำเร็จ

 

การรีแบรนด์ในครั้งนี้ จึงถือเป็นก้าวแรกของการปูทางให้ตลาดร้านอาหารเกาหลีที่ปัจจุบันมีมูลค่าตลาดประมาณ 2,000 ล้านบาท ให้มีการเติบโตเพื่อให้ฐานของการบริโภคขยายตัวมากขึ้น โดยการเลือกกลุ่มเด็กรุ่นใหม่ เป็นเป้าหมายแรกนั้น นอกจาก คนกลุ่มนี้ ชอบลองอะไรใหม่ๆ แล้ว ยังคุ้นเคยกับความเป็นเกาหลีได้ค่อนข้างดี โดย Red Sun พยายามทลาย Pain Point ในการทำตลาดของตัวเองลง เพื่อให้สามารถผลักดันแบรนด์ให้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์การบริโภคอาหารของเด็กรุ่นใหม่ให้ได้

ไล่ตั้งแต่ การทำให้สามารถเข้าถึงได้ง่าย ผ่านการขยายสาขาเข้าไปในโลเกชั่นสำคัญๆ ซึ่งการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งแบรนด์ในเครือฟู้ดแพชชั่น ที่เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ทำให้สามารถเพิ่มขีดความสามารถในการทำตลาดได้เป็นอย่างดี ทั้งจากการต่อรองพื้นที่ในศูนย์การค้าใหญ่ การมีระบบสนับสนุนในการทำตลาดที่ดี ซึ่งจะเข้ามาช่วยทำให้สามารถขยายสาขาได้เร็วขึ้น

เช่นเดียวกับเรื่องของการเพิ่มความหลากหลายของเมนู และการทำให้ไซส์ของเมนูที่นำเสนอสามารถเข้าถึงและจับต้องได้ง่ายขึ้น จากเดิมที่จะเข้ามาใช้บริการเมนูที่เป็นคอมโบเซตนั้น จะต้องมีเพื่อนร่วมโต๊ะ ไม่ต่ำกว่า 3 – 4 คน ก็สามารถมาใช้บริการในเมนูไซส์ที่รับประทานได้ 1 – 2 คน ซึ่งน่าจะช่วยในเรื่องของการเพิ่มความถี่ในการใช้บริการได้เป็นอย่างดี

 

ที่ผ่านมา Red Sun ในไทย ถือเป็นต้นแบบของการพัฒนาเมนูใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องซึ่งจะต่างจากสาขาที่เป็นต้นแบบที่ประเทศเกาหลีที่มีเพียง 7 – 8 เมนู โดยในเมืองไทยมีการพัฒนาเมนูต่างๆ ออกมาถึงกว่า 100 เมนู ซึ่งไม่เพียงแค่การครีเอทเมนูใหม่ๆ เท่านั้น แต่ยังมีการทำให้การรับประทานมีความสนุกเพิ่บมขึ้นมาจากลูกเล่นต่างๆ ที่ใส่เข้าไป ทำให้สามารถมอบ Experience ในการบริโภคอาหารเกาหลีในรูปแบบใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา

Red Sun ตั้งเป้าหมายในการเติบโตของรายได้ในปีนี้ไว้ที่ 40% โดยจะใช้งบ 40 ล้านบาท เพื่อการรีแบรนด์ในครั้งนี้ ซึ่ง Red Sun มองไปที่การก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในตลาดร้านอาหารเกาหลี จากปัจจุบันที่เป็นเบอร์ 1 ในตลาดร้านอาหารเกาหลีเซ็กเม้นต์ที่เป็นหม้อต้ม โดยมีส่วนแบ่งตลาดในภาพรวมอยู่ที่ 5% และคาดหวังว่าจะเพิ่มเป็น 10% ภายในสิ้นปีนี้ โดยทั้งหมดจะมีแรงส่งจากยุทธการรีแบรนด์ในครั้งนี้

“การรีแบรนด์ในครั้งนี้จะเป็นก้าวแรกของการผลักดันให้อาหารเกาหลีขยายจากการเป็น Nich Market มาสู่แมส ซึ่งหลังจากนี้เราจะมีการสร้างสีสันใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำให้อาหารเกาหลีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่เพื่อขยายฐานการบริโภคให้มีการเติบโตเพิ่มมากขึ้น”

ทำไม “คนอร์” ถึงยอมปรับสูตรครั้งแรกในรอบ 10 ปี? เมื่อครัวร้านอาหารวันนี้เหนื่อยกว่าเดิม ผงปรุงรสจึงต้องเข้มข้น x2

แรนดี้ – ชัยชัช นพประภา ปั้นตลาดโอมากาเสะสไตล์ “Fillets” เปลี่ยนซูชิเป็นประสบการณ์ เปลี่ยนร้านอาหารเป็นโรงละคร

เมื่อ Sukishi หนี Price War ร้านอาหาร พร้อมรุกตลาด Retail ในฐานะ Korean Flavor Solution Partner

MAGURO GROUP โชว์ฟอร์มแชมป์ กำไรเติบโต 54% รายได้โตกว่า 44% โตต่อเนื่องสวนกระแสธุรกิจร้านอาหาร เคาะจ่ายปันผล 0.46 บาท/หุ้น

ศึกใหม่ “ฟู้ด รีเทล vs ฟู้ด เซอร์วิส” เมื่อค้าปลีก ข้ามเส้นแบ่ง มาแข่งชิงพื้นที่กระเพาะกับร้านอาหาร

“สี” สำคัญอย่างไรต่อการทำ Branding แล้วทำไมร้านอาหาร “QSR” จึงใช้ “สีแดง” เป็นสีหลักของแบรนด์

DNA ต้องเป๊ะ-คอนเทนต์ต้องปัง AnyMind Group กางตำราปั้น Community เปลี่ยนผู้ติดตามให้เป็นลูกค้าอย่างยั่งยืน

จาก Cultural Asset สู่ Economic Asset สูตรความสำเร็จเฟสติวัลไทย

ครึ่งเก้า GROUP ดันแนวคิดพาร์ตเนอร์ไม่ใช่ลูกสังกัด พร้อมเดินเกมขยายเค้กทั้งอุตสาหกรรม

แรนดี้ – ชัยชัช นพประภา ปั้นตลาดโอมากาเสะสไตล์ “Fillets” เปลี่ยนซูชิเป็นประสบการณ์ เปลี่ยนร้านอาหารเป็นโรงละคร

Read More Stories  

Research

เมื่อ “คนโสด” เป็นคนหมู่มากของสังคมไทย และกำลังสร้าง “เศรษฐกิจคนโสด” ปรากฏการณ์ที่ธุรกิจไทยไม่อาจมองข้าม

ไถฟีดอยู่ดีๆ สรุปได้ตั๋วเครื่องบินเฉย! Klook เผยคนไทยกว่า 52% เที่ยวตามคอนเทนต์บนโซเชียล

Salesforce เผย มีเพียง 5% ของพนักงานไทยที่ไม่ใช้ AI Agent องค์กรต้องเร่งสร้างทักษะก่อนเสียความสามารถในการแข่งขัน

ค่าครองชีพพุ่ง งานไม่มั่นคง บ้านในฝันไกลเกินฝัน เสียงประชาชน 18.3 ล้านเอนเกจเมนต์ สะท้อนวิกฤตเศรษฐกิจไทย

Read More Stories  

Digest

ซีพี แอ็กซ์ตร้า ผนึกกรมควบคุมมลพิษ–พันธมิตร ประกาศเจตนารมณ์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน สู่การใช้ทรัพยากรพลาสติกอย่างยั่งยืน

เอพี ไทยแลนด์ ตอกย้ำองค์กรแห่งการเรียนรู้ เสริมทัพสกิล AI มุ่งส่งมอบ LIVING QUALITY

PTG โชว์ฟอร์ม! Q1/69 พอร์ต Non-Oil แข็งแกร่ง กำไรขั้นต้นโต 6.1% YoY - กาแฟพันธุ์ไทยขยายสาขาแตะ 2.3 พันสาขา ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันโต 5.2% YoY

Unboxing Ideas

โตเกียวชุบชีวิต “ตู้โทรศัพท์” สู่จุดกระจาย Wi-Fi ฟรี เพราะของเก่า ไม่จำเป็นต้องถูกทิ้งเสมอไป

“ไม่มีคำว่าแก่เกินเล่น” เมื่อ LEGO อัปเดตกล่องใหม่เป็น 100+ เพื่อเป็นของขวัญแด่ Sir David Attenborough

Farmhouse Fact รู้หรือไม่ สีคลิปหนีบถุงขนมปัง มีสีต่างกันตาม 'วันที่วางขาย'

อยากกินก็ต้องทนรอ จาก 3 วิ เป็น 3 นาที KitKat กับ Vending Machine ที่ช้าสุดในโลก

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact