หากยังพอจำกันได้ การเกิดขึ้นของโออิชิ อีทเทอเรียม นั้น นอกจากจะเป็นการนำเสนอประสบการณ์ใหม่ๆ ในเรื่องของการรับประทานอาหารญี่ปุ่นแล้ว อีทเทอเรียม ยังเข้ามาเป็นตัวช่วยเปลี่ยน Perception ของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์โออิชิ เพราะก่อนหน้านั้น ภาพที่ติดตัวมากับโออิชิก็คือการเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นบุฟเฟ่ต์ที่ลูกค้ารับรู้ว่าต้องกินให้เยอะ กินให้คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป
แต่อีทเทอเรียม จะเข้ามาช่วยเปลี่ยนมุมมองใหม่ คือ ไม่ได้เป็นบุฟเฟ่ต์ที่ต้องกินเยอะๆ แต่จะมีความคุ้มค่าจากเมนูอาหารที่นำเสนอในร้าน ซึ่งเป็นการมองเห็นเทรนด์ในเรื่องของสุขภาพที่คนรุ่นใหม่ส่วนหนึ่งจะมองว่า การกินบุฟเฟ่ต์ ทำให้อ้วน ซึ่งไม่ดีต่อสุขภาพมากนัก
“เราจะเริ่มจากการทำเรื่องของ Healthy Fact ว่ากินอะไร ได้สุขภาพอย่างไร อันที่สองก็คือเรื่องของ การทำโปรดักต์ที่เป็น Healthier พวก Non Meat พวกไฮโปรตีน โลว์แฟต โลว์ โซเดียม เริ่มทำจากอีทเทอเรียม ก่อน เพราะเป็นคนรุ่นใหม่ เราเริ่ม Educate จากเฟส 1 คือคนที่เปลี่ยนพฤติกรรมจากการกินบุฟเฟ่ต์มากินที่อีทเทอเรียมที่ไม่ต้องตักมาเยอะ แต่ทยอยสั่งมาได้ เลือกได้ตามที่ต้องการ ใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการสั่ง เราเริ่ม Educate จากเฟสแรกไปแล้ว จะตามมาด้วยเฟส 2 ไม่ต้องกินเยอะ แต่จะกินอย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ เราจะ Personalize ลงไปในแต่ละคน เพราะทุกคนไม่ได้กินเหมือนกัน อันที่ 3 เรื่องของ Experience ที่เราจะเพิ่มเข้ามาคือเรื่องของคอนวีเนียนทั้ง AI เพย์เม้นต์ เพื่อให้สะดวกสบายมากขึ้น จะไปอยู่ในรูปแบบนั้น”
ไพศาล สรุปทิ้งท้ายว่า นอกจากความเข้าใจในการเปลี่ยนแปลงไปของลูกค้าแล้ว หัวใจสำคัญอีกอย่างก็คือเรื่องของการสร้าง Experience ซึ่งเรื่องของ Experience นี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของเซอร์วิส แต่เป็น Experience ที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์ จะออกมาในรูปแบบของจรรยาบรรณในการทำธุรกิจ ช่วยเหลือสังคมมากน้อยแค่ไหน อีกเทรนด์คือเรื่องของความยั่งยืนนั่นเอง....