“ในแง่ของพาร์ทเนอร์ที่เราทำงานด้วย ทั้งทีวี ผู้ผลิต และผู้นำเข้าคอนเทนต์ หลักๆ ก็ได้เห็น Performance ใน LINE TV มีหลายครั้งที่เยอะกว่าเรตติ้งในช่องปกติ หรือบางครั้งก็กลายเป็นตัวไดร์ฟที่ทำให้ทีวีเรตติ้งขึ้นตามไปด้วย อย่างคนที่ไม่ได้เลือกชมคอนเทนต์นี้ แต่พอคนมาดูย้อนหลังจาก LINE TV จนเกิดเป็นกระแสพูดถึง ก็เป็นตัวไดร์ฟทำให้คนกลับไปสดบนช่องส่งผลให้เรตติ้งทีวีเพิ่มขึ้น
พอเป็นภาพแบบนี้ก็ทำให้พาร์ทเนอร์เห็นว่าเราไม่ได้มา Disrupt หรือทำลายอุตสาหกรรม แต่เรามาช่วยตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค Mind Set ของพาร์ทเนอร์ก็จะเปลี่ยนไป ยอมรับว่านี่คือ New Normal เพราะคนไม่สามารถนั่งเฝ้าดูคอนเทนต์ช่วงสองทุ่มถึงสี่ทุ่มได้แต่คนกลุ่มนี้ก็ยังอยากดู แตดูตอนนั้นไม่ได้”
ส่วนในมุมของ ผู้ผลิตและ ผู้นำเข้าคอนเทนต์ คุณกณพ บอกว่ากลุ่มนี้มองเราเป็นช่องทางใหม่ในการนำเสนอคอนเทนต์ จากเดิมที่ต้องมีการลงทุนซื้อเวลา หาช่องทาง แต่มาวันนี้เราไม่ได้มีต้นทุนในการเผยเเพร่มาก เราเปิดให้กับผู้ผลิตเข้ามาใช้แพลตฟอร์มานำเสนอคอนเทนต์ไปสู่ผู้ชม
วันนี้ LINE TV กลายเป็นสิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นในยุคสมัยที่พฤติกรรมการดูทีวีของคนก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง นั่นคือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น จากภาพที่ไม่ชัดสู่ การสร้าง New Normal ของอุตสาหกรรม
“เราอาจจะไม่ใช่ทีวีออนไลน์รายแรกในประเทศไทย แต่สิ่งสำคัญคือ การวางตัวเองที่ชัดเจนในเรื่องของ TV Rerun รวมถึงจากฐานผู้ชมที่มาจากผู้ใช้งาน LINE เข้ามาสร้างวิธีการใหม่ๆ ในการนำคอนเทนต์ของผู้ผลิตไปถึงผู้บริโภค สร้างให้เกิดการบริโภคใหม่ๆ สร้าง Journey ใหม่ๆ ในการรับชม เป็นตัวเร่งที่ทำให้คนไทยมาใช้บริการและเปลี่ยนพฤติกรรมได้อย่างรวดเร็ว”