ผู้บริหารของตั้งงี่สุน มิลินทร์ วีระรัตนโรจน์ หรือเฮียกบ บอกกับเราว่า ถึงแม้เศรษฐกิจจะไม่ดี แต่เราต้องเข้าใจถึงความเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคให้ได้ โดยมองจากเทรนด์ต่างๆ อย่างการเติบโตของเมืองรองที่มีความเป็น Urbanize หรือความเป็นสังคมเมืองมากขึ้นนั้น มาพร้อมกับโอกาสทางการตลาด ยกตัวอย่างให้เห็นภาพก็คือ ทำไมวันนี้ตั้งงี่สุน จึงสามารถขายบะหมี่สำเร็จรูปนำเข้าจากเกาหลีได้ทั้งๆ ที่เศรษฐกิจไม่ดี ทั้งนี้ก็เพราะว่า มีกลุ่มผู้บริโภคซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลต่อตลาดอย่างกลุ่มมิลเลนเนียล อายุ 12 – 29 ปี เข้ามาเป็นแรงสนับสนุน พวกนี้พร้อมจะลองอะไรใหม่ๆ กล้าที่จะจ่าย เราจึงต้องมองให้ออก เพื่อที่จะเข้าไปตอบสนองพวกเขาให้ได้
“ถ้าเศรษฐกิจไม่ดี ลูกค้าจะมองถึงความคุ้มค่า คุ้มราคา แต่ถ้าเศรษฐกิจดี เขาพร้อมที่จะควักจ่าย ซึ่งสิ่งที่เราทำในเรื่องของความคุ้มค่า คุ้มราคา มันยืนยันได้ว่ามีส่วนช่วยสร้างความสำเร็จให้กับตั้งงี่สุน อย่างการขายสินค้าที่มีของแถมเป็นสินค้าอีกประเภทหนึ่งพ่วงเข้าไปนั้น ถือเป็นกลยุทธ์ที่ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มยอดขายให้เท่านั้น แต่มันยังช่วยในแง่ของภาพลักษณ์ของการเป็นร้านค้าปลีกที่มีความคุ้มค่า คุ้มราคา โดยไม่ได้ไปขายตัดราคาแข่งกับโมเดิร์นเทรด เพราะการตัดราคา ทำให้เจ็บตัวกันทุกฝ่าย”
ส่วนการหาดีมานด์ใหม่ๆ นี้ เฮียกบ บอกว่า มีการทำงานร่วมกันระหว่างค้าปลีกท้องถิ่นกับซัพพลายเออร์ที่จะเข้ามาช่วยแนะนำ พร้อมกับชี้ให้เห็นถึงเทรนด์ใหม่ๆ ซึ่งการสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องนั้น ต้องมีการมองที่ภาพรวมของพอร์ตโฟลิโอของสินค้าแต่ละค่ายว่าตัวไหนยังสามารถสร้างการเติบโตได้อีก ขณะที่ตัวไหนเริ่มทรงหรืออิ่มตัว ต้องมองเทรนด์ให้ออก ซึ่งการเติบโตของยอดขาย ไม่จำเป็นต้องมาจากการขยายสาขาเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังมาจากการมองหาโอกาสจากการขายสินค้าใหม่ๆ ของแต่ละค่ายเพิ่มขึ้น
“เมื่อก่อนสินค้ามันมีไม่มาก จะเน้นในเรื่องของการขายถูกเพียงอย่างเดียว แต่ในปัจจุบันแกร็บของสินค้ามันมีมากขึ้น Need ของผู้บริโภคมันหลากหลาย จึงต้องมองหาดีมานด์ให้เจอ เพื่อเข้าไปสร้างการเติบโตกับโครงสร้างที่เปลี่ยนแปลงไปของตลาด”
อย่างไรก็ตาม มิลินทร์ บอกว่า ไม่ได้ปิดโอกาสในการขยายสาขาเพิ่มขึ้น แต่ต้องมองถึงความพร้อมก่อน โดยล่าสุดได้มีการลงทุน 30 ล้านบาท เพื่อสร้างศูนย์กระจายสินค้าที่ตั้งอยู่ด้านหลังของสาขานาดี ซึ่งศูนย์กระจายสินค้านี้จะเข้ามาช่วยในเรื่องของการบริหารจัดการด้านสต๊อคสินค้า ซึ่งจะมีผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการในเรื่องของต้นทุนการดำเนินงาน
“ลูกค้าเรากว่าครึ่งเป็นร้านค้าย่อย เพราะฉะนั้น การขยายสาขาเพิ่มขึ้นนั้น ส่วนหนึ่งจะเข้าไปรองรับการให้บริการลูกค้ากลุ่มนี้ โดยไม่ได้เข้าไปแย่งลูกค้าหรือแข่งกับพวกเขา ซึ่งเราเชื่อมั่นว่า ยังมีโอกาสทางการตลาดอีกมากเปิดกว้างรออยู่”