4 บริการใหม่ของ GrabPay wallet
1. In-store Payment การชำระเงินกับร้านค้า
ผู้ใช้สามารถชำระเงินโดยการสแกนผ่าน QR Code ผ่านหน้าร้าน หวาน ซึ่งไม่ได้ถูกจำกัดเฉพาะการเรียกรถหรือสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชันอีกต่อไป แต่ครอบคลุมถึงบริการจากพาร์ทเนอร์หลายธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นบันเทิง ไลฟ์สไตล์ต่างๆ
2. Mobile Topup บริการเติมเงินโทรศัพท์มือถือ
Grab มองว่าเป็นการเติมเงินมือถือเป็นบริการพื้นฐานที่จะอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า เพราะลูกค้าใช้แอปพลิเคชั่นของ Grab อยู่แล้วในการเรียกรถ สั่งอาหาร ทำไมถึงไม่ใช้บริการเติมเงินมือถือด้วยเลย จะได้ไม่ต้องใช้แอปพลิเคชั่นหลายตัว โดยผู้ใช้สามารถใช้บริการเติมเงินมือถือผ่านทางแอพพลิเคชั่นของ Grab ได้อย่างสะดวกสบายโดยได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรด้านโทรคมนาคมต่างๆ
3. Subscription บริการสมัครสมาชิกรายเดือน
สำหรับผู้ที่ใช้งาน Grab เป็นประจำ สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง 50% เมื่อลงทะเบียนใช้งานกลุ่มบริการต่างๆของ Grab ที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และความต้องการที่แตกต่างกันไปของผู้ใช้แต่ละคน
4. Dealbook ส่วนลดและสิทธิพิเศษ
การซื้อขายดีลผ่านระบบการใช้ข้อมูลความเข้าใจของลูกค้าผ่านแอปพลิเคชันของ Grab ที่มีลูกค้าจำนวนมากผ่านการใช้งานทุกวัน จะเป็นรูปแบบใหม่ ที่ช่วยให้พาร์ทเนอร์ของ Grab เพิ่มยอดขายได้ ลูกค้าได้รับสิทธิประโยชน์มากมาย ทั้งในธุรกิจอาหาร ความบันเทิงและธุรกิจท่องเที่ยว เช่น Popcorn ราคาพิเศษจากโรงภาพยนตร์หรือชานมไข่มุกร้านดังในราคาพิเศษ
วรฉัตร กล่าวว่า “หลังจากนี้ Grab จะทำตลาดในเชิงรุกมากขึ้น และยังคงเดินหน้าพัฒนาบริการในการสร้างการเติบโตให้กับ Ecosystem เพื่อเติมเต็มความเป็น Super App ได้อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อตอบโจทย์กับความต้องการของผู้บริโภค และพาร์ทเนอร์ให้ได้มากขึ้น”
โดยในอนาคต Grab Financial Group ไม่ได้มีแค่ GrabPay Wallet เท่านั้น แต่ยังมีในส่วนของ GrabFinance บริการกู้ยืมเงินภายในแอปแก่พาร์ทเนอร์ผู้ประกอบการขนาดเล็กบนแพลตฟอร์มของ Grab และ GrabInsure ประกันรายย่อยสำหรับคนขับGrab เพื่อนำเสนอการเป็นบริการทางการเงินที่ครบวงจรยิ่งกว่าเดิม
ทั้งหมดนี้ จะช่วยตอกย้ำภาพของความเป็น Everyday App ของ Grab ให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น