สมาคมเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศ (International Trademark Association - INTA) เผยผลวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ใช้ประโยชน์จากเครื่องหมายการค้าอย่างจริงจัง สามารถสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้อย่างมีนัยสำคัญในกลุ่มประเทศในอาเซียน 5 ประเทศ จากรายงาน The Economic Contribution of Trademark-Intensive Industries พบว่า ในประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องหมายการค้า (Trademark-Intensive Activities) สามารถกระตุ้นให้เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้นครอบคลุมทุกภาคธุรกิจและส่งผลต่อการค้าระหว่างประเทศ โดยอุตสาหกรรมที่ใช้ประโยชน์จากเครื่องหมายการค้าเป็นหลัก หมายถึงอุตสาหกรรมที่จดทะเบียนเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้ามากกว่าอุตสาหกรรมอื่นเมื่อเทียบกับการจ้างงานรวมในอุตสาหกรรมนั้นๆ
รายงานฉบับนี้เผยแพร่ในวาระเดียวกันกับการครบรอบ 50 ปีแห่งการก่อตั้งอาเซียน ที่ได้พัฒนากลายเป็นตลาดการค้าขนาดใหญ่อันดับ 7 ของโลก และกลายเป็นตลาดแรงงานใหญ่อันดับ 3 ในช่วงครึ่งศตวรรษที่ผ่านมาสมาคมเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศ ได้มอบหมายให้ Frontier Economics ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยเศรษฐกิจที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก จัดทำรายงานนี้ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างเครื่องหมายการค้าและผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อจีดีพีหรือผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ส่วนแบ่งตลาดส่งออกและการจ้างงานในตลาดการค้าสำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมื่อพิจารณาข้อมูลช่วงพ.ศ. 2555-2558 พบว่า อุตสาหกรรมที่ใช้ประโยชน์จากเครื่องหมายการค้าเป็นหลักในประเทศไทยนั้น ทำให้เกิดผลทางเศรษฐกิจโดยตรงต่อจีดีพีถึงร้อยละ 22 และส่งผลทางอ้อมถึงร้อยละ 40 สะท้อนถึงความสัมพันธ์โดยตรงระหว่างอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนและไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยเครื่องหมายการค้าในแง่การจ้างงาน ผลผลิต และมูลค่าเพิ่มนั้น เห็นได้จากสัดส่วนแรงงานที่คิดเป็นร้อยละ 13 ของการจ้างงานทั้งหมด ทั้งนี้ อุตสาหกรรมที่ใช้ประโยชน์จากเครื่องหมายการค้าเป็นหลักในประเทศไทย สามารถสร้างการส่งออกได้ถึงร้อยละ 60 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดซึ่งรวมถึงการผลิตคอมพิวเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง และยานยนต์ โดยแต่ละอุตสาหกรรม ได้สร้างมูลค่าเพิ่มด้านการผลิตคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 13 ของมูลค่าเพิ่มด้านการผลิตทั้งหมด
ดร.จักรกฤษณ์ ควรพจน์ สมาชิกของสมาคมเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศ และทนายที่ปรึกษาของบริษัทกฎหมาย ติลลิกีแอนด์กิบบินส์ประเทศไทย กล่าวว่า “ในประเทศไทย อุตสาหกรรมการผลิตเป็นตัวผลักดันให้เกิดธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องหมายการค้า ซึ่งส่งผลดีอย่างมากต่อเศรษฐกิจของประเทศ นอกจากนี้ ผลการวิจัยยังบ่งชี้ว่า แม้แต่อุตสาหกรรมที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากเครื่องหมายการค้าเป็นหลักก็ยังได้ประโยชน์จากแรงหนุนของอุตสาหกรรมที่ใช้ประโยชน์จากเครื่องหมายการค้า”
มร.เอเทียนน์ ซานซ์ เดอ อาเซโด ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสมาคมเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศ กล่าวถึงผลการวิจัยครั้งนี้ว่า “เป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงศักยภาพมหาศาลของการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มาจากหลายภาคส่วน ซึ่งมีโอกาสเติบโตได้อีกมากหากส่งเสริมให้ภาคธุรกิจ ภาครัฐ และประชาชนทั่วไป เห็นคุณค่าของเครื่องหมายการค้า รวมทั้งพัฒนาระบบเครื่องหมายการค้าแห่งชาติ และอุตสาหกรรมที่ใช้ประโยชน์จากเครื่องหมายการค้าเป็นหลักให้มากขึ้น หากพิจารณาประโยชน์ของเครื่องหมายการค้าในเชิงเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว รวมทั้งทรัพย์สินทางปัญญาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนก็ยิ่งควรต้องให้ความสำคัญและมีส่วนร่วมให้มากขึ้นรวมถึงสนับสนุนรัฐบาลในการพัฒนาเครื่องหมายการค้า พัฒนาและคุ้มครองแบรนด์หรือตราสินค้า รวมทั้งคุ้มครองสินค้าระหว่างทางด้วย”