ใกล้วันแห่งความรักเข้ามาทุกที การดูแลหัวใจให้สดใสแข็งแรงเป็นเรื่องสำคัญ จากสถิติของโรคหัวใจแต่กำเนิดพบว่าประมาณ 1 ใน 1,000 ของเด็กเกิดใหม่เป็นโรคผนังกั้นหัวใจห้องบนรั่ว และพบในผู้หญิงได้มากกว่าผู้ชายประมาณ 2 เท่า ในช่วงวัยเด็กอาจไม่ปรากฏอาการ ต่อเมื่อเข้าสู่วัยรุ่นและผู้ใหญ่จึงมีอาการ หรือบางรายอาจตรวจพบได้จากการตรวจเช็กสุขภาพหัวใจโดยบังเอิญ
นพ.เกรียงไกร เฮงรัศมี ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ อายุรแพทย์โรคหัวใจ ผู้ชำนาญด้านหัตถการปฏิบัติรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด กล่าวว่า โรคหัวใจแต่กำเนิดชนิดผนังกั้นหัวใจห้องบนรั่วเป็นโรคที่เกิดขึ้นได้ทั้งกับเด็กและผู้ใหญ่ หากรูรั่วมีขนาดเล็กอาจยังไม่แสดงอาการ แต่เมื่ออายุมากขึ้นอาการที่ผิดปกติก็จะแสดง ออกมา และหากปล่อยไว้อาจทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะจนถึงหัวใจล้มเหลวได้ การสังเกตตนเองหรือไปพบอายุรแพทย์หัวใจเพื่อตรวจเช็กโดยละเอียดคือสิ่งสำคัญที่ช่วยให้รักษาได้ทันเวลา และลดผลแทรกซ้อน
โรคหัวใจแต่กำเนิดชนิดผนังกั้นหัวใจห้องบนรั่ว( Atrial Septal Defect หรือ ASD) เกิดจากความผิดปกติของการพัฒนาการของหัวใจของเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา มีการพัฒนาของผนังกั้นหัวใจที่ไม่สมบูรณ์ มีรูรั่ว ทำให้เลือดแดงไหลจากหัวใจห้องบนซ้ายไปห้องบนขวาและผ่านไปปอดเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้น ส่งผลให้หัวใจโตผิดปกติ สัญญาณเตือนโรคผนังกั้นหัวใจห้องบนรั่วประกอบด้วย 4 อาการดังนี้ 1.หอบ 2.เหนื่อยง่าย 3.ใจสั่น 4.มือเท้าเขียวหรือม่วง โดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะมาพบแพทย์เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว และเริ่มมีอาการ ขณะบางรายมีโอกาสเป็นอัมพาตได้เนื่องจาก ลิ่มเลือดจากห้องหัวใจห้องขวามีโอกาสหลุดผ่านผนังที่รั่วไปยังหัวใจห้องบนซ้ายและขึ้นไปยังหลอดเลือดสมองได้ คนไข้บางรายที่รูรั่วมีขนาดใหญ่และความดันหลอดเลือดแดงปอดสูงจะมีอาการเหนื่อยมาก ริมฝีปาก มือและเท้าเขียวหรือม่วง อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ การตรวจวินิจฉัยโรคหัวใจแต่กำเนิดชนิดผนังกั้นหัวใจห้องบนรั่ว ทำได้โดยการฟังเสียงหัวใจและการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจความถี่สูง (Echocardiogram) โดยหลักการทำงานของเครื่องคือ ส่งคลื่นเสียงเข้าไปในทรวงอกแล้วรับเสียงที่สะท้อนออกมาไปแปลงเป็นภาพให้เห็นบนจอภาพ ซึ่งจะแสดงถึงรูปร่าง ขนาด การทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ ผนังกั้นห้องหัวใจ และลิ้นหัวใจว่าปกติ และการตรวจ Echocardiogram เป็นการตรวจหาโรคหัวใจแต่กำเนิดที่อาจเป็นสาเหตุของอาการเหนื่อยง่ายหรือแน่นหน้าอกได้ และช่วยให้อายุรแพทย์โรคหัวใจสามารถกำหนดแผนการรักษาได้อย่างถูกต้อง