BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
13,207
VIEWS

COVID-19 กับการจัดระเบียบโลก Reordering The World Order

เม.ย. 07, 2563

เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า สถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นแบบถาโถมในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ได้กลายเป็นบททดสอบสำคัญของมวลมนุษยชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแพร่ระบาดของ COVID-19

เอาเข้าจริง เราแทบจะไม่เจอความท้าทายในระดับมหภาคมานานแล้ว นั่นหมายถึงว่า ปัญหามักจะเกิดแค่บางที่ ส่วนที่ยังแข็งแรงอาจจะช่วยเหลือกันได้ แต่สถานการณ์ตอนนี้ทุกที่โดนหมด ต้องช่วยตัวเอง ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าเรากำลังอยู่ในโลกที่กำลังจัดระเบียบตัวเองใหม่

ความไม่ปกติของโลกเกิดขึ้นมาซักระยะแล้ว โลกในวันนี้เป็นโลกซึ่งเรารู้จักน้อยมาก ตอบไม่ได้เลยว่า พรุ่งนี้จะมีอะไรเกิดขึ้น มันอาจจะดีหรือร้าย ทัศนคติและวิธีการมองโลกจึงมีบทบาทสำคัญ

ปิยะชาติ อิศรภักดี CEO BRANDi  ได้สรุปความเข้าใจมาให้ทุกท่านได้ลองนั่งคิดกับตัวเองว่า ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามนี้ เราจะต้องดำเนินชีวิตกันอย่างไรต่อ ก้าวต่อไปนับจากนี้จะไม่สามารถอ้างอิงหลักการเดิมได้ ต้องคิดใหม่ ทำใหม่ และอาจจะต้องกลับมาคิดใหม่อยู่เรื่อย ๆ

ลองดูนะครับ

1.การเปลี่ยนขั้วอำนาจ จากตะวันตกสู่ตะวันออก (West to East)

ปีที่แล้วเราได้เห็นจีนผงาดขึ้นเป็นมหาอำนาจในโลกธุรกิจ อย่างไรก็ตาม ชาติตะวันตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐฯ ก็ยังคงเป็นชาติมหาศาลอำนาจที่เหนือกว่าทั้งในมิติของเศรษฐกิจและสังคม แต่แน่นอนว่าเศรษฐกิจไม่ได้เป็นแค่เรื่องเดียวที่ทั้งโลกสนใจแล้วในปัจจุบัน

ล่าสุด จีน (และอีกหลายประเทศในเอเชีย) ได้แสดงให้เห็นว่าพวกเขามีความสามารถในการบริหารจัดการเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงอย่าง COVID-19 ได้ดีเพียงใด ในขณะที่ชาติตะวันตกดูจะมีความเปราะบางมากกว่า เมื่อจีนเองมีความโดดเด่นทั้งในมิติของการเศรษฐกิจ สังคม และการบริหารจัดการภาครัฐ ก็ไม่น่าแปลกใจที่หลังจากนี้

เราจะเห็นโลกที่มังกรผงาดของจริง เหมือนที่ครั้งหนึ่งเคยเป็น

 

2.แนวคิดประเทศนิยม (Nationalism) เติบโต และความเปราะบางของภาครัฐในยุค Socialized Capitalism

 ในภาวะวิกฤต มักจะสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของแต่ละประเทศในการพึงพาตนเอง ที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในบริบทของ Globalization จะทำให้เศรษฐกิจของหลายประเทศเติบโตผ่านการส่งออก (ไทยเป็นหนึ่งในนั้น)

จนลืมมองไปว่า แล้วเรานำเข้าอะไรบ้าง (เวเนซุเอลาเป็นกรณีศึกษาที่ดี) เราพึ่งพาตนเองได้แค่ไหน โดยเฉพาะในเวลาที่เราปิดประเทศ

เหตุการณ์นี้น่าจะเป็นชนวนสำคัญที่หลายประเทศจะหันมาดำเนินนโยบายแบบ Nationalism มากขึ้น เพราะไม่เพียงแต่มันจะสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถของรัฐในการบริหารจัดการสภาวะวิกฤตเท่านั้น มันยังเป็นการตอบรับเสียงเรียกร้องของประชาชน ที่อยากจะเห็นรัฐให้ความสำคัญกับพวกเขาก่อนเป็นอันดับแรกอีกด้วย

การโคจรมาพบกันของอำนาจเงินและเสียงของประชาชนทำให้เราพูดได้เต็มปากว่าเราอยู่ในยุคที่ชื่อ Socialized Capitalism และนี่ก็เป็นอีกโลกที่เราไม่คุ้นเคย

3.เศรษฐกิจไม่ล่มสลาย แต่โครงสร้างธุรกิจเปลี่ยน (Economics Structure)

หลายคนตั้งคำถามว่าในสภาวะที่ทุกคนหวาดกลัว จะเกิดอะไรขึ้นกับระบบเศรษฐกิจ แน่ล่ะครับ ปัญหาที่เกิดขึ้นกับตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกย่อมไม่ใช่สัญญานที่ดี ราคาน้ำมันตกฮวบย่อมไม่ใช่สัญญานที่ดี แต่ทั้งหมดนั้นมันไม่ได้บ่งบอกถึงความล่มสลายของระบบเศรษฐกิจหรอก มันแค่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอย่างมีนัยสำคัญก็เท่านั้นเอง

การที่ผู้คนไม่ได้เดินห้าง ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่จับจ่ายใช้สอย พวกเขาแค่เปลี่ยนวิธี

การรุมซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค สะท้อนให้เห็นว่าในสภาวะวิกฤต ผู้คนกำลังกลับเข้าสู่ปัจจัยพื้นฐาน

ธุรกิจสายการบินจะเกิดการปรับตัวครั้งสำคัญหลังจากนี้ การเดินทางระหว่างประเทศจะไม่กลับมาคึกคักเหมือนแต่ก่อน

ธุรกิจโรงแรมจะไม่สามารถดำรงอยู่ด้วย Business Model ที่พึ่งพานักท่องเที่ยวได้เพียงอย่างเดียว

ผู้คนเริ่มสับสนว่าจะถือหลักทรัพย์ (ซึ่งกระทบหนักในสภาวะวิกฤต) หรือจะถือเงินสด (ซึ่งมีสภาพคล่องที่สุดและมั่นคงที่สุด)

ธุรกิจสุขภาพจะถูกทดสอบด้วยจริยธรรมอย่างรุนแรงทั้งในมิติของราคาและการให้บริการ

กิจกรรมที่มีการร่วมตัวกัน (Social Gathering) จะต้องถูกออกแบบใหม่และอื่น ๆ อีกมากมาย

ต้องเข้าใจซะก่อนว่า ในวิกฤตนั้น เงินไม่ได้หายไปจากระบบ แต่มันเปลี่ยนเส้นทางออกจากกระเป๋าคนหนึ่ง (ธุรกิจที่เคยโต) ค้างไว้ในกระเป๋าอีกคน (เจ้าของเงิน) และไปยังกระเป๋าอีกคนหนึ่ง (ธุรกิจที่โตในช่วงวิกฤต) แค่นั้น ไม่ง่ายที่หลังจากวิกฤต ธุรกิจขั้วเก่าจะกลับมา และก็ไม่ง่ายที่ธุรกิจที่กำลังเติบโตจะยังคงเติบโตได้ต่อเนื่อง

แต่ที่แน่ ๆ โครงสร้างของเศรษฐกิจในแต่ละประเทศเปลี่ยนแน่นอน และมันจะอยู่ในรูปแบบที่เราไม่คุ้นเคยเช่นกัน

 

4.ธรรมชาติ สู่การเยียวยาตัวเอง (Natural Recovering)

ก่อนที่ COVID-19 จะเกิดขึ้น เราเคยตั้งคำถามว่า ถ้าไม่ใช่ธรรมชาติ อะไรจะเยียวยาปัญหาที่มนุษย์สร้างและสั่งสมไว้มาอย่างยาวนาน เรานึกภาพไม่ออกเลยว่าเราจะ ลดปริมาณการปล่อย Carbon ลงได้อย่างไร ในเมื่อกิจกรรมทางธุรกิจยังคงดำเนินไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และ Carbon Emission ยังเป็นปัจจัยสำคัญในทุกห่วงโซ่ แต่สุดท้ายการเปลี่ยนแปลงก็มาเกิดขึ้นเพราะฝีมือธรรมชาติเอง

ถึงแม้ว่า COVID-19 จะเกิดขึ้นได้ไม่นาน เราได้เห็นการลดลงของ Carbon Footprint อย่างมีนัยสำคัญ เหตุการณ์ในลักษณะนี้มักเกิดขึ้นโดยมีเจตนาของมันเอง เราไม่ได้บอกว่าเรายินดีไปกับมัน แต่เราต้องมองอย่างเข้าใจว่าผลกระทบของมันในหลายเรื่องได้แก้ปัญหาที่เกิดจากพวกเราผู้สร้างได้อย่างเบ็ดเสร็จ จนอดนึกไม่ได้ว่า เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของโลกในอีกหลายมิติซึ่งสะท้อนสิ่งที่มนุษย์ได้ทำกับโลกไว้ก่อนหน้านี้

5.ค่านิยมเชิงสังคมกับบททดสอบมหภาค (Social Values)

ถามว่าสังคมของเราเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมขนาดไหน ผมคิดว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงแทบจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ แต่การเปลี่ยนแปลงนั้นไม่ได้ส่งผลกระทบเชิงลบต่อเราซักเท่าไหร่ เอาเข้าจริง ส่วนใหญ่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในระดับบุคคลด้วยซ้ำ ค่านิยมใหม่ที่เกิดขึ้นจึงไม่ถูกให้ความสำคัญจนกระทั่งวันที่สังคมและพวกเราทุกคนโดนทดสอบ

จะบอกว่ามนุษย์มีความเป็นปัจเจกมากขึ้นก็คงจะไม่ผิด เรามีวิธีคิดในแบบของเรา เชื่อในแบบของเรา ทำในแบบของเรา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่ไม่เป็นผลดีต่อการบริหารจัดการมหภาคในสภาวะวิกฤต ซึ่งต้องการผู้ฟังที่ดีและผู้ตามที่ดี ในขณะที่ค่านิยมใหม่ในสังคม ทุกคนมีสิทธิ์และมีเสียงในการพูด COVID-19 เป็นเครื่องพิสูจน์สถานการณ์นี้เป็นอย่างดี

ทุกคนมีหน้าที่ของตัวเอง และความเป็นจริง คือ ระบบสาธารณสุขไม่มีทางรองรับทุกคนได้

ก็น่าสนใจว่า นับจากนี้ หากเกิดปัญหาลักษณะนี้ขึ้นอีก เราจะขับเคลื่อนในเชิงสังคมได้อย่างไร ในวันที่ความเป็นสังคมนั้น ไม่ได้มีอยู่จริงอีกต่อไป ทุกคนแค่อาศัยอยู่ในสังคมเดียวกันแบบต่างคนต่างอยู่ นี่คือโลกอีกแบบที่มันไม่ได้เดินไปในทางเดียวกันเหมือนแต่ก่อน

 

6.กลับสู่การดำรงชีวิตแบบนอกระบบ (Off Grid)

การดำรงชีวิตอยู่ภายใต้สภาวะพึ่งพาก็กำลังถูกทดสอบเช่นกัน ไม่ใช่เรื่องใหม่เลยในสังคมมนุษย์ ที่พวกเราจะต้องดำรงอยู่ได้โดยพึ่งพาตัวเอง (สมัยปู่ย่าเราก็ชัดเจน) แต่ความสะดวกสบายที่เกิดขึ้นจากโลกธุรกิจและเทคโนโลยีทำให้เราห่างหายจากการพึ่งพาตนเอง จนแทบจะเรียกได้ว่ามา พึ่งพาระบบโดยสมบูรณ์แบบ (On Grid)

เรากินข้าวนอกบ้าน

ส่งลูกไปโรงเรียน

พึ่งพาไฟฟ้า

พึ่งพายานพาหนะ

พึ่งพาเครื่องมือที่ช่วยในการทำงาน

ใช้อุปกรณ์ที่ทันสมัย (แต่ซ่อมเองไม่ได้)

แม้กระทั่งการซักผ้าเรายังต้องพึ่งพาระบบ

การพึ่งพาระบบก่อให้เกิดปัญหา 2 อย่าง อย่างแรก คือ ความกลัวต่อระบบล่ม และสอง ความไม่สามารถพึงพาตนเองได้ ทั้ง 2 สิ่งนี้จะเห็นได้ชัดในช่วงที่เกิดวิกฤตต่าง ๆ

COVID-19 เป็นอีกหนึ่งครั้งที่ทำให้เราเห็นปัญหาดังกล่าวชัดเจนขึ้น เมื่อต้องออกมาใช้ชีวิตแบบ Off Grid เราจึงเริ่ม

กลัวที่จะไม่มีของอุปโภคบริโภค

กลัวที่จะไม่ได้เดินทางไปไหนมาไหน

กลัวที่จะดำรงอยู่ไม่ได้โดยไม่มีสิ่งเหล่านี้เหล่านั้น

กลัวจะต้องตัดขาดจากโลกภายนอก

และท้ายที่สุด ความกลัวนี่แหละครับที่นำไปสู่ปัญหาที่แท้จริง เพราะเมื่อผู้คนกลัว การแย่งชิงทรัพยากรจะเกิดขึ้น เมื่อถึงเวลานั้น กลไกการตลาดจะทำงานด้วยตัวมันเอง มองในมิติของสินค้า ถ้าสินค้าหมด ผู้คนจะยิ่งอยากได้ ถ้าสินค้าไม่หมด มันก็จะถูกผลักดันให้ราคาสูงจนมีแค่บางกลุ่มคนเท่านั้นที่สามารถเข้าถึง

การเรียนรู้ที่จะอยู่ให้ได้ทั้งในโลก Off Grid และ On Grid จึงเป็นเรื่องสำคัญ และมันเป็นพฤติกรรมใหม่ที่เราควรจะมีในโลกที่ไม่คุ้นเคย

7.การเข้าสู่สังคมดิจิทัล (Digital Society) โดยสมบูรณ์

วิธีที่เดียวที่จะทำให้ผู้คนดำรงอยู่แบบ Off Grid และไม่ตัดขาดจากโลกภายนอก คือ การเข้าสู่โลกดิจิทัล แน่นอนว่า ถ้าไม่ใช่พิบัติภัยทางธรรมชาติ การติดต่อสื่อสารและการเชื่อมโยงอินเตอร์เน็ตจะยังคงสามารถดำเนินต่อไปได้ จากเดิมที่ผู้คนใช้ชีวิตอยู่ในโลกดิจิทัลประมาณหนึ่ง ควบคู่ไปกับกิจกรรมในด้านอื่น ๆ เช่น การทำงาน การเดินทางไปข้างนอก

คราวนี้พวกเขาจะมีเวลาอยู่ในโลกดิจิทัลมากขึ้น จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญที่กิจกรรมดิจิทัลจำนวนหนึ่ง ซึ่งรอเข้ามาแทนที่พฤติกรรมปกติ เช่น การซื้อสินค้าออนไลน์ การสั่งอาหาร การสร้างความคุ้นเคยกับการไม่ใช้เงินสด จะแทรกซึมเข้ามาสู่ชีวิตเราโดยสมบูรณ์ การเข้ามาของพฤติกรรมเหล่านั้นจะเข้ามาแทนที่พฤติกรรมก่อนหน้า เป็นไปได้ว่าในอนาคตเราอาจจะไม่เห็นผู้คนทานข้าวในร้านอาหารแต่ทุกคนสั่งมาทานที่บ้านกันหมด และคนที่อยู่ที่ร้านอาหารอาจจะเป็น Messenger ทั้งหมด

การดูหนัง ซีรี่ส์ หรืออะไรก็ตามที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์จะยิ่งเข้ามามีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตมากยิ่งขึ้น เพราะผู้คนสามารถให้เวลากับมันได้มากขึ้น ทั้งหมดจึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจว่าชีวิตของเราจะเป็นอย่างไรหลังจากที่เราผ่านพ้นวิกฤตต่าง ๆ นานาไปแล้ว มันจะกลับไปสู่สภาวะเดิม หรือเปลี่ยนแปลงโดยสิ้นเชิง แต่ที่แน่ๆ ความเป็นสังคมดิจิทัลจะฝังรากลึกกว่าเดิมแน่นอน และมันจะยิ่งทำให้แต่ละช่วงอายุของคนมีความแตกต่างกันมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

 

8.สถานการณ์แบบ Set Zero

วิกฤตที่เกิดขึ้นจาก COVID-19 เป็นวิกฤตที่ส่งผลกระทบต่อทุกชีวิต ย้ำว่าทุกชีวิต นั่นแปลว่าทุกคนกำลังกลับเข้ามาสู่การเล่นในเกมเดียวกันอีกครั้ง ยักษ์ใหญ่สามารถล้มได้ รายเล็กที่มองเห็นโอกาสก็เติบโตได้ รัฐบาลมีโอกาสได้แสดงฝีมือ พฤติกรรมใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นจะนำไปสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ เช่นกัน สถานการณ์แบบนี้

เป็นได้ทั้งวิกฤตและโอกาส

ขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคนในการจะไขว่คว้า จนถึงเวลานี้ ความพร้อมและทัศนคติจึงถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด เพราะสะท้อนให้เห็นถึง Resilience หรือความสามารถในการกลับมา (หลังจากผ่านความยากลำบาก) ของแต่ละคน การมีสติและการตั้งคำถามที่ถูกต้องจะช่วยให้เราได้มุมคิดในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนได้

9.คลื่นลูกที่ 5 และสิ่งที่เกินจะคาดเดา

ท้ายที่สุด อะไรจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ต่อไป ไม่มีใครตอบได้ เพราะเพียงแค่ 3 เดือน เราเจอเรื่อง Surprise กันแบบไม่หยุดหย่อน เรื่องข้างหน้า จึงเป็นสิ่งที่ยากเกินกว่าจะคาดเดา เรากำลังเผชิญหน้ากับคลื่นลูกที่ 5 ซึ่งไม่มีสัญญาณใด ๆ ทุกอย่างพร้อมที่จะเกิดขึ้นได้เสมอ และกำลังทดสอบว่า มนุษย์ มีความสามารถแค่ไหนและที่สำคัญพวกเขาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมากแค่ไหน

แน่นอนครับ ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้จะไม่มีทางหายไปโดยง่าย มันจะวนอยู่กับเราและคำถามสำคัญ คือ เราจะ “อยู่กับมัน” ได้อย่างไร การปรับตัวจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก แต่ไม่ว่าอะไรก็ตามและไม่ว่าโครงสร้างและระเบียบของโลกจะเปลี่ยนไปแค่ไหน เราก็ยังมั่นใจได้ว่า มนุษย์จะสามารถเอาตัวรอด และเจริญก้าวหน้าต่อไปได้

นี่แหละครับ มนุษย์ ความสามารถในการดำรงอยู่ คือ พื้นฐานที่ทุกคนมี

 

ขอให้โชคดีกับโลกใบใหม่ (ในขวดใบเดิม)

ปิยะชาติ (อาร์ม)

 

เกี่ยวกับผู้เขียน
 

อาร์มจบปริญญาตรีวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และไปศึกษาต่อจนจบปริญญาโทวิศวกรรมอวกาศยานที่เซอรี่ ประเทศอังกฤษ ก่อนมาสนใจเรื่องการสร้างแบรนด์อย่างจริงจัง และเลือกเรียนด้านการบริหารจัดการแบรนด์ที่ Kellogg Northwestern University ประเทศสหรัฐอเมริกา

ปัจจุบัน คุณปิยะชาติ ทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ และการสร้างแบรนด์ เป็นอาจาร์ยพิเศษด้านการตลาดให้กับสถานบันการศึกษาหลายแห่ง รวมถึงยังเป็นผู้เขียนหนังสือการตลาด Business as Unusual และ BRANDing 4.0

ปลายปีที่ผ่านมา BRANDi ร่วมมือกับ Kotler Impact (KI) จัดงาน World Marketing Summit Asia 2019 ครั้งแรกในประเทศไทย รวมถึงยังมีการเปิดตัว Better World Index (BWi) ที่ถือเป็นดัชนีชี้วัดเพื่อการพัฒนาองค์กรธุรกิจไปสู่ความยั่งยืน โดยมีไฮไลท์อยู่ที่การบรรยายของ Philip Kotler นักการตลาดระดับแนวหน้าของโลก

IdeasLabs ชี้เกมใหม่ Influencer Marketing ปรับแนวรบสู่ “Deep Influencer” เมื่ออัลกอริทึมบีบให้ต้องคิดใหม่ทั้งระบบ

"สยามเซ็นเตอร์” ย้ำบทบาท THAIdeaopolis – มหานครแห่งไทยสร้างสรรค์ ดึง “เด็กสมบูรณ์ x ลงนวมบอยส์" เปิด Pop-up Experience ผสานอาหารไทยกับโลกแฟช

สยามเซ็นเตอร์ เปิดรันเวย์ซัมเมอร์ โชว์พลังไทยสร้างสรรค์ “SIAM CENTER THE SUMMER TRENDSETTER: The THAIdeaopolis Runway”

“IdeasLabs” สร้างโซลูชันสื่อสารครบวงจร แก้ Pain Point ลูกค้าแบบ End-to-End พร้อมดัน Mar Tech ไทยสู่อาเซียน

Whirlpool ยื่นฟ้องให้ระงับการนำเข้าไมโครเวฟ Samsung, LG, Midea, Haier จากข้อพิพาทเรื่องสิทธิบัตร

เมื่อทุกคนใช้ AI เหมือนกัน ความสร้างสรรค์จึงหายไป แต่ไม่ใช่ที่ ‘นิวยอร์ก’ New York Marketing Ideas Make Magic บันทึกจากนิวยอร์ก นครที่ไอเดียไม่มีสุด

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact