กระทบทั้งอุตสาหกรรมอีเวนท์ เชื่อยอดขายหายไปครึ่ง คนตกงานเป็นหมื่น
ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับธุรกิจอีเวนท์ นอกจากจะส่งผลกระทบต่อบริษัทออร์แกไนเซอร์แล้ว ธุรกิจอื่นๆ ที่เชื่อมโยงกับการจัดงานอีเวนท์อีกหลายธุรกิจก็ได้รับผลกระทบไปด้วย ได้แก่ 1.ธุรกิจด้านซัพพลายอุปกรณ์ระบบภาพแสงเสียง 2.ธุรกิจการทำโครงสร้างเวที, ทำฉาก 3.ธุรกิจให้เช่าสถานที่จัดงาน อาทิ ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมนานาชาติ, โรงแรม, ห้างสรรพสินค้า 4.ธุรกิจก่อสร้างบูธ, พาวิลเลี่ยน 5.ธุรกิจรับจัดเลี้ยง(Catering) นอกจากนี้ ยังกระทบไปถึงกลุ่มอาชีพอิสระที่เกี่ยวข้องในงานอีเวนท์ อาทิ พิธีกร, พริตตี้, สตาฟฟ์รันงาน, ช่างภาพ เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้ได้รับความเสียหายหนักมาก โดยเฉพาะในบางบริษัทที่มีขนาดไม่ใหญ่ สภาพคล่องในกิจการไม่มากพอ อาจจะต้องถึงกับปิดตัวภายใน 2 เดือน ทั้งนี้ เมื่อธุรกิจดำเนินต่อไม่ได้ ก็ส่งผลกระทบต่อรายได้กิจการ และสุดท้ายส่งผลต่อพนักงานคนทำงานในอุตสาหกรรมอีเวนท์ทั้งระบบจำนวนหลายหมื่นคน ที่บางคนต้องตกงาน หรือถูกลดเงินเดือน หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น เชื่อว่าจะมีคนตกงานอีกเป็นจำนวนมากถึง 50-60%
“ในส่วนของ CMO ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ในครั้งนี้ถือว่ารุนแรงที่สุดของการดำเนินธุรกิจ รวมไปถึงของวงการธุรกิจอีเวนท์ด้วย โดยส่งผลกระทบต่อรายได้บริษัทในไตรมาส 1 -2 คาดว่ารายได้จะลดลงประมาณ 80% เนื่องจากอีเวนท์หลายงานในช่วงนี้ต้องยกเลิก ซึ่งปกติเป็นช่วงที่ธุรกิจอีเวนท์คึกคัก มีทั้งการจัดงานมอเตอร์โชว์, งานแสดงสินค้าต่างๆ, เปิดตัวสินค้า รวมทั้งในเดือนเมษายน ที่ส่วนใหญ่จะมีจัดงานปาร์ตี้คอนเสิร์ต EDM ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งปีนี้ก็ต้องยกเลิกไป สำหรับผลกระทบในครั้งนี้ บริษัทได้แก้วิกฤติครั้งใหญ่ในเรื่องของการบริหารงานบริหารคนเช่นกัน โดยเราจำเป็นต้องปรับลดวันทำงานของพนักงานจาก 5 วัน เหลือ 4 วันต่อสัปดาห์ และขอปรับลดเงินเดือนพนักงานตามสัดส่วน ซึ่งได้มีการชี้แจงทำความเข้าใจกับพนักงาน โดยทุกคนเข้าใจและยินยอมที่จะสู้ไปด้วยกัน แต่อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ดีขึ้น กลับมาจัดงานอีเวนท์ได้ตามปกติ บริษัทยังมีงานที่มีความต่อเนื่องในช่วงไตรมาส 3-4 รวมมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท แต่ทั้งนี้ ก็ต้องขึ้นกับภาพรวมของเศรษฐกิจด้วย ซึ่งคงต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู ทำให้บริษัทจะปรับเป้ารายได้ปีนี้ลดลง 50% หรือลดลงประมาณ 700 ล้านบาท” เสริมคุณ กล่าว