ซาร่า ถือกำเนิดมาด้วยการมองเห็นช่องว่างของตลาด ที่คนไทยยังไม่ถูก Educate การรับประทานยาแก้ปวดอย่างถูกวิธี การเกิดของแบรนด์นี้ จึงมีพื้นฐานมาจากการมองถึงคุณภาพของตัวยาที่สามารถตอบโจทย์ของเขาได้ตรงจุด คือ เป็นยาคุณภาพที่ไม่ต้องกินมากเม็ด แต่สามารถแก้ปวดได้
ในช่วงแรกที่เข้าตลาด ซาร่า จะมีการรีจิสเตอร์ในเรื่องของคุณภาพผ่าน การมีตัวยาพาราเซตามอล จาก “มาลิงครอทด์ เคมิคอล” สหรัฐอเมริกา ที่เป็นตัวยาคุณภาพเดียวกับแบรนด์ยาแก้ปวดพาราเซทตามอลแบรนด์ใหญ่ๆ ของอเมริกา ที่เป็นตัวยาบริสุทธิ์ มีการ Action ของตัวยาไวมาก และสามารถสะท้อนให้เห็นถึงการเป็นยาแก้ปวดที่มีคุณภาพเหนือกว่ายาราคาถูกทั่วไป
การรีจิสเตอร์ในเรื่องของคุณภาพผ่าน มาลิงครอทด์ แม้จะสามารถสะท้อนในเรื่องของคุณภาพยากลับมาที่แบรนด์ได้ แต่ข้อจำกัดของการสื่อสารในเรื่องดังกล่าวก็คือ ยังจำกัดวงอยู่แค่กลุ่มบนๆ ไทยนครพัฒนา จึงมีการพลิกกลยุทธ์การสื่อสารแบรนด์ครั้งใหญ่ ด้วยการนำนักร้องชื่อดังอย่าง ทาทายัง เข้ามาเป็นพรีเซ็นเตอร์ เพื่อสื่อสารกับกลุ่มผู้บริโภคในวงที่กว้างขึ้น
ทาทา ยัง ถูกนำมาใช้เป็นแม่เหล็กในการสื่อสารการตลาดที่มีจุดเด่นในเรื่องของการเป็น “เทสติโมเนียล” เพราะทาทา ยัง เป็นคนที่มีประสบการณ์ในการใช้ยาซาร่ามาก่อน
เหตุผลของการเลือกทาทา ยัง ในช่วงนั้นมาจากการมองเห็นว่าพรีเซ็นเตอร์คนนี้เป็นคนไทยคุณภาพ มีบุคลิกที่มั่นใจ และมีการพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ซึ่งทาทา ยัง จะเข้ามาช่วยสื่อถึงความมั่นใจในการเป็นยาคุณภาพของซาร่า ที่เขาเข้ามาในฐานะคนใช้จริงและมีประสบการณ์กับแบรนด์ซาร่ามาก่อน ไม่ใช่แค่การเป็นพรีเซ็นเตอร์ธรรมดา
การใช้ทาทา ยัง เป็นแม่เหล็กในการสื่อสารแบรนด์ซาร่าในครั้งนั้น ถือเป็นความพยายามในการผลักดันให้แบรนด์ซาร่า เป็นที่รู้จัก และเกิดการทดลองใช้ในกลุ่มผู้บริโภควงกว้างมากขึ้น เพราะในกลุ่มลูกค้าระดับบน ถือเป็นกลุ่มที่มีแบรนด์ลอยัลตี้กับสินค้าค่อนข้างสูงอยู่แล้ว การซื้อแต่ละครั้งจะมีการระบุแบรนด์ที่ชัดเจน ต่างจากระดับแมสทั่วๆ ไป ที่จะดูราคาเป็นหลัก ในครั้งนี้ จึงเป็นความพยายามในการขยายการรับรู้แบรนด์ไปยังวงกว้าง หลังจากที่ซารา สามารถรีจิสเตอร์ในเรื่องของคุณภาพยาผ่านทาง มาลิงครอทด์ เคมิคอล
ไทยนครพัฒนา มีดีเอ็นเอ ในเรื่องของยาคุณภาพ ที่ถูกส่งผ่านมายังยาแบรนด์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ทิฟฟี่ แอนตาซิน หรือแม้แต่ซาร่า ที่คุณวินัย วีระภชงค์ ผู้ก่อตั้งบริษัทวางไว้ตั้งแต่การให้กำเนิดบริษัท น่าจะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญ ที่ทำให้การสื่อสารถึงเรื่องคุณภาพของยาซาร่า กับผู้บริโภคผ่านแคมเปญดังกล่าวบรรลุวัตถุประสงค์ได้เร็วขึ้น และถือเป็น “ลูกฮุค” ครั้งใหญ่ ที่สร้างความฮือฮาให้กับตลาดยาแก้ปวดพาราเซตามอล ในช่วงนั้นได้ไม่น้อยทีเดียว
ที่สำคัญยังทำให้คนไทยหันมามองยาคุณภาพผ่านแบรนด์คุณภาพของไทยที่มีมาตรฐานไม่แพ้ยาของชาติยักษ์ใหญ่ทั้งหลาย