การเปิดกว้างของศักยภาพใหม่ๆ นี้ นำไปสู่โอกาสอีกมากมายในอุตสาหกรรมนี้ สำหรับผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ การเพิ่มศักยภาพหรือขีดความสามารถดังกล่าว ช่วยทำให้ผู้ใช้มองเห็นประโยชน์และความสะดวกสบายในการใช้งานอุปกรณ์ ซึ่งส่งผลให้เกิดความต้องการใช้มากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันศักยภาพนี้ก็ช่วยย่นระยะเวลาการทำงานและลดความยุ่งยากของขั้นตอน จากเดิมที่ต้องพัฒนาแอปฯ เพื่อให้รองรับการใช้งานหลายอุปกรณ์ สามารถลดเหลือเพียงเวอร์ชันเดียวได้ เนื่องจากทุกอุปกรณ์สามารถเชื่อมต่อและทำงานร่วมกันได้ นำมาซึ่งประสบการณ์ชีวิตเอไอ ไร้รอยต่อ โดยมีความสามารถในประสานการทำงานระหว่างหลายอุปกรณ์เป็นตัวช่วย
Huawei Mobile Services เต็มรูปแบบ เพื่อสรรค์สร้างชีวิตเอไอ ไร้รอยต่อ
หัวเว่ยได้เปิดให้นักพัฒนาใช้ "Chipset-Device-Cloud" ซึ่งประกอบไปด้วยชุดเครื่องมือ HMS Core Kits มากมายไม่ว่าจะเป็น Account Kit, In-App Purchase Kit, Machine Learning Kit, HiAI Kit และ Camera Kit ซึ่งหัวเว่ยได้ร่วมงานกับนักพัฒนาและพาร์ทเนอร์ทั่วโลกเพื่อสร้างอีโคซิสเต็มให้กับ Huawei Mobile Services พร้อมยกระดับคอนเทนต์ และบริการให้ผู้ใช้หัวเว่ยทุกคน เพื่อมอบประสบการณ์ชีวิตเอไอ ไร้รอยต่อให้แก่ผู้บริโภคยุค 5G
เอริค ตัน รองประธานฝ่ายบริการคลาวด์ของหัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป กล่าวในที่ประชุมว่า หัวเว่ยนำเสนอแอพพลิเคชั่นชั้นนำเปี่ยมคุณภาพ พร้อมลดขั้นตอนและระยะเวลาในการค้นหาและเลือกสรรแอพ อีกทั้งยังยกระดับความปลอดภัย และดึงดูดความสนใจของผู้ใช้ด้วยการทยอยเพิ่มเติมแอปฯ ยอดนิยมของแต่ละท้องถิ่นเข้าสู่ระบบ นอกจากนี้ หัวเว่ยยังได้เปิดตัว Quick Apps และ Atomic Ability ทั่วโลก โดย Quick Apps คือฟีเจอร์ใหม่ที่อำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้สามารถใช้แอพพลิเคชั่นได้แบบไม่ต้องดาวน์โหลดติดตั้ง มอบประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหลเพียงสัมผัสแบบ tap-to-play ขณะที่ Atomic Ability คือฟีเจอร์ที่สามารถแนะนำผู้ใช้อย่างชาญฉลาด เพื่อให้สามารถปรับการใช้งานได้อย่างเหมาะสม มอบประสบการณ์การใช้งานหลายดีไวซ์ที่ราบรื่นและยอดเยี่ยมในทุกสถานการณ์
หัวเว่ยสนับสนุนชุดเครื่องมือที่ช่วยในการพัฒนาระบบ (IDE: Integrated Development Environment) แบบองค์รวมให้แก่นักพัฒนา เพื่อผลักดันให้เกิดการพัฒนาระบบที่สามารถเชื่อมต่อกับทุกอุปกรณ์ทั่วโลกได้ ผ่านอุปกรณ์เดียวหรือจุดเริ่มต้นเพียงจุดเดียว เดือนมีนาคมที่ผ่านมา หัวเว่ยมีนักพัฒนาที่ขึ้นทะเบียนกับบริษัทกว่า 1.4 ล้านรายทั่วโลก โดยนักพัฒนาเหล่านี้ได้ใช้ประ โยชน์จาก HMS Core Kits ที่ทางบริษัทมอบให้ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลแผนที่ หรือบริการการวิเคราะห์ต่างๆ ปัจจุบัน HMS Core Services มีแอพพลิเคชั่นรวมมากกว่า 60,000 แอพ เพิ่มขึ้นคิดเป็น 66.7% จากช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อน โดยหัวเว่ยจะยังคงเดินหน้าทำงานร่วมกับนักพัฒนาและพาร์ทเนอร์ชั้นนำทั่วโลกเพื่อสร้างสรรรค์อีโคซิสเต็มที่เติมเต็มชีวิตเอไอ ไร้รอยต่อต่อไป พร้อมทั้งคาดว่าจะเปิดการใช้งานและเพิ่มเติมบริการอื่นๆ บน Chipset-Device-Cloud มากขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้