เว็บไซต์ Shutterstock ได้มีการประกาศกติกาการให้ค่าธรรมเนียมใหม่ ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2020 โดยการเปลี่ยนกฏครั้งนี้ ถือเป็นการล้างไพ่ผู้ที่เคยถ่ายภาพส่งขายให้กับ Shutterstock เลยก็ว่าได้
ที่ผ่านมา นโยบายการจ่ายค่าลิขสิทธิ์ของ Shutterstock นั้น จะแบ่งระดับของฝั่งคนขายภาพ (Contributor) เป็น Level ซึ่งแต่ละ Level จะได้ค่าธรรมเนียมที่ไม่เท่ากัน ส่วนใครจะได้มากหรือได้น้อยก็จะขึ้นอยู่ปริมาณการดาวน์โหลดภาพนิ่ง, illustration, Vector และวิดีโอ ที่สะสมมา โดยเริ่มตั้งแต่
Level 1 ได้ค่าคอมมิสชั่น 15%
Level 2 ได้ค่าคอมมิสชั่น 20%
Level 3 ได้ค่าคอมมิสชั่น 25%
Level 4 ได้ค่าคอมมิสชั่น 30%
Level 5 ได้ค่าคอมมิสชั่น 35%
Level 6 ได้ค่าคอมมิสชั่น 40%
การแบ่ง Level ของ Shutterstock นี้วัดค่าจากปริมาณภาพที่ถูกดาวน์โหลด กล่าวคือ Contributor คนไหนที่ภาพสวยถูกดาวน์โหลดมากๆ ก็จะได้ Up Level เร็ว ซึ่งหมายถึงจะได้ค่า % คอมมิสชั่นเพิ่มมากขึ้นไปด้วย
แต่กฎใหม่ที่ Shutterstock จะเริ่มใช้ในวันที่ 1 มิถุนายน ที่จะถึงนี้ ได้มีการปรับเปลี่ยนระบบการจ่ายเงินค่าคอมมิสชั่นมาคิด % จากจำนวนดาวน์โหลด “ในแต่ละปีปฏิทิน” แทนการคิดจาก “ยอดดาวน์โหลดสะสมตั้งแต่เริ่ม” เหมือนเก่า
นั่นหมายความว่าสมาชิกที่ขายภาพให้กับ Shutterstock ทุกคนไม่ว่าจะจบปีด้วย Level ไหนก็จะถูก Reset กลับไปเริ่มต้นที่ Level 1 ใหม่ทุกปีนั่นเอง
งานนี้คนที่ได้ประโยชน์เต็มๆ ก็คือ Shutterstock เพราะมีค่าใช้จ่ายที่ลดลงอย่างมาก ส่วนคนที่เสียผลประโยชน์อย่างมากก็คือ Contributor ที่ขายภาพกับ Shutterstock มานานจนมี Level ที่สูงแล้ว เพราะจะไม่ สามารถกินบุญเก่าได้อีกต่อไป แต่ต้องขวนขวายเพื่อไต่ระดับ Level ใหม่ทุกปี เพื่อให้ได้ % ค่าคอมมิlชั่นสูงที่สุดในแต่ละปีแทน
ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงของเว็บขายภาพมีคู่แข่งรายใหม่ๆ ที่แจ้งเกิดหลายเว็บด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น Adobe Stock, Getty Image, Istock, Freepik จนทำให้ในปัจจุบันนี้มีคู่แข่งหลายรายที่ใช้สงครามราคาเข้ามาดึงดูดผู้บริโภค จนทำให้ผู้ประกอบการพยายามกดราคาค่าคอมมิสชั่นลงเพื่อให้แข่งขันในตลาดนี้ได้
หลังข่าวการปรับเปลี่ยนกติกาแพร่สะพัดออกไป ก็เริ่มมี #boycottshutterstock ถูกแชร์ขึ้นมาในกลุ่ม Contributor ในต่างประเทศทันที
source
ภาพเปิด Shutterstock