BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
6,128
VIEWS

NIA ชู 4 สตาร์ทอัพ รับเทรนด์ท่องเที่ยววิถีใหม่ “กิน-เที่ยว-ปลอดภัย มั่นใจไทยแลนด์”

ก.ย. 17, 2563

สถานการณ์ของวิกฤตโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในวงกว้าง โดยอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ การท่องเที่ยว ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจด้านการท่องเที่ยวจำนวนมากไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ กระทั่งเมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ภาครัฐผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ธุรกิจด้านการท่องเที่ยวจึงเริ่มฟื้นตัวกลับมา พร้อมการปรับตัวเข้าสู่โหมดการท่องเที่ยวแบบวิถีใหม่ หรือ New Normal เพื่อให้เกิดผลในเชิงการสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวอย่างมีความสุข ที่ต้องปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และสุขภาพควบคู่ไปด้วย

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA จึงเปิดพื้นที่ “สตาร์ทอัพไทยแลนด์มาร์เก็ตเพลส : Startup Thailand Marketplace” ตลาดสินค้าและบริการสำหรับสตาร์ทอัพไทยในช่วงวิกฤตโควิด – 19 เพื่อเป็นสื่อกลางในการโปรโมทสินค้าและบริการของสตาร์ทอัพ โดยเฉพาะ Travel Tech ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากวิกฤตครั้งนี้

วันนี้ NIA จึงมีตัวอย่างของ 4 สตาร์ทอัพด้านการท่องเที่ยว ที่ก็ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 และมีการปรับตัวเพื่อตอบรับกระแสการท่องเที่ยวไทยวิถีใหม่ได้อย่างปลอดภัย ด้วยรูปแบบการให้บริการที่น่าสนใจไม่น้อย

TakeMeTour

เชื่อมต่อเรื่องท่องเที่ยวท้องถิ่น

TakeMeTour เป็นหนึ่งในสตาร์ทอัพด้านการท่องเที่ยวของไทยที่กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ด้วยรูปแบบการบริการที่นำเสนอผ่านแพลตฟอร์มด้านการท่องเที่ยวที่ได้รวบรวมโปรแกรมการท่องเที่ยวแบบ One Day Trip สำหรับนักท่องเที่ยวไทย และต่างชาติ เป็นทัวร์ที่ออกแบบและนำเที่ยวโดยคนท้องถิ่น

คุณณัฐพล ชลวิทย์ Marketing Manager บริษัท เทคมีทัวร์ จำกัด กล่าวว่า TakeMeTour ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อระหว่างนักท่องเที่ยว ไกด์พาเที่ยว และคนท้องถิ่น ที่อยู่ในพื้นที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่ง โดยนักท่อง เที่ยวสามารถเรียนรู้ประสบการณ์การท่องเที่ยวได้จากคนที่อยู่ในพื้นที่ ขณะเดียวกัน TakeMeTour ก็สร้างโอกาสให้คนในท้องถิ่นสามารถนำเสนอโปรแกรมท่องเที่ยวในท้องถิ่นแบบ 1 วัน ของตัวเองได้เช่นกัน

“ที่ผ่านมา ลูกค้ากว่า 90% ของ TakeMeTour เป็นชาวต่างชาติ เมื่อเกิดวิกฤตโควิด-19 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจึงลดลง และกลายเป็นศูนย์ในที่สุด เราจึงใช้ 3 แนวทางหลัก เพื่อเผชิญหน้ากับวิกฤตครั้งนี้ คือ การลดรายจ่าย การเพิ่มรายได้ด้วยการออก Voucher ในราคาลด 50% และการมองหาโอกาสใหม่ๆ ด้วยการทำโปรเจ็กต์ใหม่ให้เกิดขึ้น”

ล่าสุด TakeMeTour ได้เปิดบริการรูปแบบใหม่เพื่อตอบรับกับกระแสการท่องเที่ยววิถีใหม่ หรือ New Normal ให้กับนักท่องเที่ยวไทย เพื่อทดแทนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยังไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้ ด้วยบริการใหม่ คือ โปรแกรมท่องเที่ยวถ่ายรูปพร้อมรถตู้วีไอพี และช่างภาพมืออาชีพ ได้แก่ โปรแกรมถ่ายรูปชิคๆ ในกรุงเทพฯ โปรแกรมถ่ายรูปวินเทจย่านเมืองนนท์ โปรแกรมถ่ายรูปชิคๆ ในอยุธยาเมืองเก่า เป็นต้น

TakeMeTour มองว่า ในช่วงที่ผ่านมา สถานที่ท่องเที่ยวหลายๆ แหล่งมักเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวจนทำให้การหามุมถ่ายรูปทำได้ค่อนข้างยาก ช่วงนี้จึงเป็นจังหวะที่ดีสำหรับการท่องเที่ยวเพื่อถ่ายภาพในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ขณะเดียวกันการถ่ายรูปหมู่กับกลุ่มเพื่อนๆ หรือครอบครัว ก็จะต้องมีสมาชิกหนึ่งคนที่ไม่ได้รวมอยู่ในเฟรมเพราะต้องเป็นคนไปถ่ายภาพหมู่ โปรแกรมนี้จึงช่วยตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการถ่ายภาพกับสถานที่ท่องเที่ยว

ก่อนหน้านี้ TakeMeTour ยังจัดทำโปรแกรมใหม่ในชื่อ Local Farm เพื่อสร้างเป็นมาร์เก็ตเพลสในการขายผลผลิตทางการเกษตร หรือสินค้าแปรรูปของชุมชน หรือคนนำเที่ยวในชุมชนที่ขาดรายได้จากการท่องเที่ยว โดยการใช้ความสามารถในการเป็นแพลตฟอร์ม และใช้ความรู้ด้านเทคโนโลยีมาสร้างเป็นมาร์เก็ตเพลสเพื่อขายผลผลิตดังกล่าว

“เราโชคดีมากที่เราได้รับการสนับสนุนจากททท.  และธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย  ทำให้โปรเจ็กต์นี้ที่นอกจากจะได้ช่วยคนพาเที่ยวของเราแล้ว ก็ยังได้ช่วยเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการส่งออกผลผลิตไม่ได้ ก็สามารถมาลิสต์ได้ โดยไม่มีค่าคอมมิสชั่นใดๆ ถือว่าเป็นการให้ความช่วยเหลือทั้ง 2 ทาง คือ ผู้บริโภคได้ผลิตภัณฑ์เกรดส่งออกที่มีคุณภาพที่คัดสรรมาแล้ว และเกษตรกรก็ได้รับเงินตรงจากผู้ซื้อเลย”

TakeMeTour พยายามสร้างผลิตภัณฑ์หลายๆ แบบเพื่อเข้ามาตอบโจทย์ในหลายๆ ปัจจัย เช่น Local Farm ที่เปลี่ยนจากโปรดักต์ท่องเที่ยวมาเป็นผลไม้ หรือตัว Local Community ที่เราลงไปช่วยเหลือชุมชนในการทำโปรแกรมทัวร์ 1 วัน ให้ดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น หรือบางที่เป็นพื้นที่ที่มีความสวยงามแต่คนไทยยังไม่รู้จัก เราก็พยายามช่วยโปรโมท ช่วยปั้นทริปขึ้นมา หรือเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะทำให้นักท่องเที่ยวที่มามีออปชั่นใหม่ๆ ในการเลือกมากขึ้น”

MuvMi

แอพเรียกรถ 3 ล้อ แบบ On-Demand

มูฟมี (MuvMi) คือ บริการเรียกรถสามล้อไฟฟ้าแบบ On-demand ผ่าน MuvMi App ให้บริการในรูปแบบแชริ่ง (Sharing) เส้นทางเดียวกันไปด้วยกัน จึงมีราคาค่าบริการราคาถูกเริ่มต้นที่ 10 บาท โดยคิดตามระยะทาง เน้นการบริการไปที่การเชื่อมต่อกับขนส่งมวลชน (First Mile/ Last Mile) และการเดินทางในพื้นที่ชุมชนโดยรอบ

คุณชญากาณท์ สุขรวย Business Developement Manager บริษัท เออร์เบิน โมบิลิตี้เทค จำกัด ผู้ให้ บริการ กล่าวว่า มูฟมี (MuvMi) เป็นการให้บริการทางด้านการเดินทาง ที่เข้ามาตอบโจทย์เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ที่พักอาศัยอยู่ตามคอนโดมิเนียม หรือหอพัก หรือทำงานอยู่ในอาคารสำนักงานที่อยู่ในซอย และอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้า เป็นบริการแบบออนดีมานด์โดยการเรียกผ่านแอพไม่ต้องรอรอบเวลา และไม่ต้องกังวลกับการต่อรองราคาค่าโดยสาร

“ปัจจุบัน MuvMi ให้บริการเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ เพียงจังหวัดเดียว โดยเจาะกลุ่มลูกค้าตามขนส่งมวลชนหลักๆ ในเส้นทางรถไฟฟ้า และตามสถานที่พักอาศัยที่อยู่ในซอย สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาจากต่างจังหวัด และพักอยู่ตามโรงแรมต่างๆ ในกรุงเทพฯ ก็สามารถใช้บริการนี้ได้เช่นกัน มีบริการเสริมเป็นการเช่าเหมารถเพื่อเที่ยวรอบกรุงเทพฯ หรือว่าไหว้พระ 9 วัด รอบเกาะรัตนโกสินทร์ก็สามารถเรียกใช้บริการได้”

สำหรับการใช้งาน MuvMi App จะต้องเติมเงินเข้าไปในแอพก่อน โดยเลือกเติมผ่านบัตรเครดิต แอพธนาคาร หรือการโอนเงินเข้าไป ส่วนการชำระค่าโดยสารก็จะตัดจากแอพพลิเคชั่นโดยตรงผ่าน QR Code ไม่มีการจ่ายเงินสด และในขั้นตอนของการเรียกรถก็เลือกสถานที่เริ่มต้นและสถานที่ปลายทาง ระบุจำนวนผู้โดยสาร หรือเลือกเหมาทั้งคัน

เมื่อเรียกรถแล้วจะมีสถานะระบุถึงเลขทะเบียนรถ และรถอยู่ที่ไหนแล้ว เมื่อรถมาถึงกดสแกน QR Code และสแกน QR Code บนรถเพื่อยืนยัน โดยค่าโดยสารก็จะถูกหักออกจากแอพพลิเคชั่นโดยอัตโนมัติ

สำหรับการปรับตัวเพื่อตอบรับกับกระแสวิถีชีวิตยุค New Normal ที่จำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังตัวเองในช่วงการเดินทางมากขึ้น โดยในช่วงที่ภาครัฐประกาศมาตรการล็อคดาวน์ ทาง MuvMi ก็ได้มีการปรับตัวไปตามนโยบายรัฐด้วยการปิดระบบแชริ่งชั่วคราว พร้อมมีการทำ Social Distant ด้วยการจำกัดปริมาณผู้โดยสารโดยลดจำนวนลงจาก 6 คน หรือ 4 คน เพื่อขยายพื้นที่บริการให้กว้างขึ้น

“เมื่อภาครัฐมีการผ่อนคลายนโยบายล็อกดาวน์ เราก็ปรับตามนโยบายก็กลับมาแชริ่งตามปกติแต่ต้องสวมหน้ากากอนามัยเมื่อมาใช้บริการ โดยตัวรถมีการทำความสะอาดอยู่ตลอดเวลา และมีการขยายพื้นที่บริการให้ครอบคลุมมากขึ้นจากเดิม เพื่อให้คนที่ยังไม่เคยใช้บริการ ได้มีโอกาสมาทดลองใช้ดูว่าสะดวกสบายอย่างไร”

ปัจจุบันมี MuvMi พื้นที่ให้บริการครอบคลุมการให้บริการในแถบปทุมวัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย-สามย่าน-โรงพยาบาลจุฬาฯ สามย่าน พหลโยธิน ลาดพร้าว อารีย์-สะพานควาย อโศก-นานา และรอบเกาะรัตนโกสินทร์

Local Alike

เพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยวระดับชุมชน

Local Alike เป็นกิจการเพื่อสังคมด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชน มุ่งส่งเสริมและสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นโดยอาศัยการท่องเที่ยวโดยชุมชนเป็นเครื่องมือในการพัฒนาชุมชน เชื่อมต่อนักท่องเที่ยวและชุมชน เพื่อส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมการท่องเที่ยวที่สร้างสรรค์ และเกิดประสบการณ์สุดพิเศษร่วมกัน

คุณสมศักดิ์ บุญคำ CEO/Founder บริษัท โลเคิล อไลค์ จำกัด กล่าวว่า โลเคิล อไลค์ เป็นธุรกิจเพื่อสังคมที่มองเห็นศักยภาพของชุมชนท้องถิ่น มุ่งการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อช่วยให้ชุมชนท้องถิ่นต่างๆ เติบโต และพัฒนาต่อไปได้อย่างยั่งยืน โดยรูปแบบของการทำธุรกิจจะเข้ามาตอบโจทย์ชีวิตผู้คน และสังคม ด้วยการนำเสนอประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ค่อนข้างแปลก และมีความเฉพาะตัว ด้วยการทำงานร่วมกับชุมชน ในการสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงท้องถิ่น ตามวิถีการดำเนินชีวิตของผู้คนในชุมชน

“จุดเด่นของ Local Alike คือการใช้การท่องเที่ยวมาพัฒนาพื้นที่ในชุมชน เป็นการทำงานร่วมกับชุมชนเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่ให้ความสนใจเข้าไปเยี่ยมชม โดยท่องเที่ยวไปกับวิถีชีวิตของชาวบ้าน เช่น ไปเก็บใบชา ไปไดหมึก ไปงมหอยแครง ไปอยู่กินแบบที่คนชุมชนเขาทำกัน เดินทางในชุมชนด้วยการปั่นจักรยาน หรือนั่งรถอีแต๊ก ไปดูวิถีชีวิตชุมชน ซึ่งเป็นการช่วยรักษาวิถีชีวิตของชุมชน วัฒนธรรมความเป็นอยู่ของผู้คนในประเทศไทยให้คงอยู่โดยผ่านการท่องเที่ยว”

สำหรับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ส่งผลให้ยอดจองทัวร์ในช่วงต้นปีหายไปเป็นมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ภายใน 1 เดือน ทางบริษัทจึงต้องมีการระดมความคิดร่วมกับเครือข่ายชุมชนในภูมิภาคต่างๆ เพื่อมองหาโมเดลธุรกิจใหม่

“จากพื้นฐานการทำท่องเที่ยวชุมชนก่อนหน้านี้ เราจึงคิดต่อยอดไปสู่อาหารชุมชน หรือ Local Aroi โดยนำอาหารชุมชนมาทำเป็นดิลิเวอรี่เพื่อบริการให้กับคนที่เคยไปเที่ยวกับเราได้ทาน และต่อยอดไปเป็น Local Alot ด้วยการนำสินค้าชุมชนชนิดต่างๆ เช่น ผลไม้ หน้ากากผ้า เป็นต้น มาจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้ให้กลับคืนสู่ชุมชน ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่เราตั้งใจจะทำอยู่แล้ว แต่โควิด-19 เข้ามาเร่งให้เราเข้าไปทำเร็วขึ้น”

คุณสมศักดิ์ กล่าวเสริมถึง แนวทางการปรับตัวเพื่อให้เป็นการท่องเที่ยวปลอดภัยแบบ New Normal ตามมาตร ฐานของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในฐานะคนทำทัวร์ และชุมชนท่องเที่ยวก็พร้อมปฏิบัติตามอยู่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องโฮมสเตย์ต้องสร้างมาตรฐานเรื่องการเข้าพัก เช่น ที่พักนอนได้ห้องละ 1 คน หรือการเสิร์ฟอาหารจากการทำเป็นสำรับก็เปลี่ยนเป็นปิ่นโตละ 1 คน และการบริการรถตู้ ต้องจำกัดจำนวนคนให้เหลือ 5 คน ต่อหนึ่งรถตู้ รวมถึงการมีมาตรการต่างๆ ที่ต้องปรับทุกอย่างให้เป็น New Normal เพื่อความมั่นใจของคนที่จะเดินทางมาท่องเที่ยว

ปัจจุบัน Local Alike มีแพ็กเกจทัวร์ประมาณ 200 เส้นทาง จาก 100 กว่าชุมชน ที่ได้ทำงานร่วมกัน ล่าสุดมีโปรแกรมพิเศษเพื่อเชิญชวนให้คนไทยไปเที่ยวด้วยทริปท่องเที่ยวเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา จังหวัดยะลา เป็นผืนป่าธรรมชาติที่สวยงาม และมีสัตว์ป่าหายากอย่างนกเงือก นอกจากนี้ ยังเตรียมเปิดตัวทริปใหม่ๆ อีก 9 ทริป เช่น การเที่ยวชุมชนกะเหรี่ยงปกากะญอ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นต้น  

“ด้วยความที่นักท่องเที่ยวต่างชาติยังไม่สามารถเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยได้ ในช่วงนี้ก็เป็นไทยเที่ยวไทย และไทยเที่ยวกันเอง เพราะการท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมใหญ่ของประเทศ มีหลายคนที่ตกงานอยู่ในอุตสาหกรรมท่อง เที่ยว อยู่ที่คนไทยด้วยกันว่าจะช่วยให้คนที่ตกงานเหล่านี้สามารถมีงานทำได้อย่างไรบ้าง ในส่วนของชุมชนเองก็ได้รับผลกระทบ เพราะว่าสินค้าหลายอย่างขายไม่ได้ ซึ่งการท่องเที่ยวบางชุมชนก็เป็นรายได้หลัก บางชุมชนก็เป็นรายได้รอง จึงอยากให้คนไทยสนับสนุนคนไทยด้วยการออกมาท่องเที่ยวไทยด้วยกัน”

Golfdigg

เรื่องตีกอล์ฟเรื่องง่าย

Golfdigg เป็นแอพพลิเคชั่นจองสนามกอล์ฟ เพื่อทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจองสนามกอล์ฟที่ทำได้จริงแม้นอกเวลาทำการ สะดวกสบาย รวดเร็ว และปลอดภัย สามารถใช้งานได้ทั้งบนระบบ iOS และ Android

โดย Golfgigg จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการหาสนามกอล์ฟที่ดีในราคาพิเศษ เพื่อให้บริการลูกค้านักกอล์ฟคนไทย และชาวต่างชาติได้ออกรอบในราคาที่ประหยัดมากขึ้น ออกรอบได้บ่อยมากขึ้น ส่วนคนที่ไม่เล่นกอล์ฟก็ยังได้เข้าใจกีฬากอล์ฟมากขึ้น ทำให้กีฬากอล์ฟเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น

คุณธีระ ศิริเจริญ CEO&Co-Founder บริษัท กอล์ฟดิกก์ จำกัด กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจของ Golfdigg สามารถตอบโจทย์วิถีชีวิตของผู้คนใน 2 กลุ่ม หากมองในมุมของนักกอล์ฟ คนที่ตีกอล์ฟก็เหมือนกับคนที่ชอบกินกาแฟทุกวัน นักกอล์ฟก็อยากตีกอล์ฟก็อยากออกรอบได้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ Golfdigg จึงช่วยทำให้นักกอล์ฟจากทั่วโลกสามารถที่จองสนามกอล์ฟได้จากทุกที่ทุกเวลา โดยจองผ่านระบบออนไลน์

“เรามีลูกค้าที่เป็นคนญี่ปุ่น เกาหลี และสแกนดิเนเวีย อาจมีปัญหาเรื่องภาษาการสื่อสารกับทางสนามกอล์ฟ แต่การจองผ่านแอพทำให้ไม่ต้องคุยกับใครจึงสามารถจองได้ง่ายขึ้น หรือกลุ่มชาวต่างชาติที่อยู่ในเมืองไทย (Expat) ที่อาจมีปัญหาเรื่องภาษาเช่นกัน และจากเดิมที่ลูกค้าเป็นชาวต่างชาติ พอมีปัญหาโควิด-19 เราก็กลับมาโฟกัสกลุ่มลูกค้าคนไทยเพิ่มขึ้น ทำให้วันนี้มีลูกค้าคนไทยจองผ่านแอพกันมากขึ้น จึงมีการทำแคมเปญซัพพอร์ตลูกค้าคนไทยเพิ่มขึ้น เพราะคนไทยรู้เรื่องราคาของแต่ละสนามค่อนข้างดีจึงต้องมีการทำโปรโมชั่นเพื่อให้เกิดการตัดสินใจในการจองง่ายขึ้น”

สำหรับวิกฤตโควิด-19 ส่งผลกระทบกับธุรกิจค่อนข้างมาก เนื่องจากลูกค้ากว่า 70% เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทางบริษัทจึงมองว่า จะทำอย่างไรให้ธุรกิจสามารถอยู่รอดได้ และทำให้สนามกอล์ฟอยู่รอดไปด้วยกันได้ จึงมีการปรับ Business Model บางอย่าง เช่น การออกฟีเจอร์ใหม่ที่เป็น e-coupon โดยให้สนามกอล์ฟนำคูปองมาขายล่วงหน้า ผ่านระบบแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อสร้างรายได้ให้กลับคืนมา

โดย Golfdigg ยังมีการทำแคมเปญร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ด้วยการออกโค้ดส่วนลดพิเศษ 300 บาท สำหรับการใช้บริการสนามกอล์ฟในแต่ละภูมิภาค และโค้ดส่วนลดพิเศษสำหรับผู้หญิง 250 บาท

เพื่อเป็นการตอบรับกับเทรนด์การท่องเที่ยววิถีใหม่ Golfdigg จึงมีแคมเปญ “ออกรอบตัวปลิว” ด้วยการไม่ใช้เงินสดภายในสนามกอล์ฟ เป็นการทำระบบหลังบ้านให้นักกอล์ฟสามารถใช้ระบบ Cashless ด้วยการเติมเงินที่สนามกอล์ฟ 300 บาท และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยก็จะมี Top Up ให้อีก 100 - 200 บาท แล้วแต่ละสนาม โดยจะเริ่มทำแคมเปญโปรโมชั่นนี้กับสนามกอล์ฟ 12 แห่ง ที่สามารถจองผ่าน Golfdigg App

“ในมุมของ Golfdigg อยากให้นักกอล์ฟคนไทยลองเปิดใจทดลองใช้โปรดักต์ของคนไทยที่พยายามสร้างขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ที่จะทำให้พี่ๆ นักกอล์ฟสามารถจองสนามกอล์ฟได้ง่ายขึ้น ซึ่งมีการปรับปรุงโปรดักต์มาตลอด 6 -7 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันก็ดีขึ้นและทำให้นักกอล์ฟสามารถจองสนามได้ง่ายขึ้น ที่สำคัญยังมีโปรโมชั่นให้เลือกใช้มากมาย”

ปัจจุบัน Golfdigg มีสนามกอล์ฟที่สามารถจองผ่านแอพได้จำนวน 170 แห่ง ใน 40 จังหวัดของประเทศไทย โดยการจองสามารถใช้บริการผ่านแอพที่ดาวน์โหลดได้ฟรี มีโปรโมชั่นมากมายในแอพ ซึ่งผู้ใช้บริการสามารถเลือกวัน เวลาได้เอง และเลือกใช้โค้ดส่วนลดที่มีในแอพได้ทันทีเมื่อมีการจองสนาม

Golfdigg มองว่า ประเทศไทยมีความพร้อมอยู่แล้วทั้งด้านสนามกอล์ฟ และการท่องเที่ยว จึงอยากเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้ตลาดกอล์ฟมีการเติบโต เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันทางธุรกิจที่มากขึ้น อีกทั้งยังทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น ร้านอาหาร ร้านค้า โรงแรม แคดดี้ และชุมชนที่อยู่ในละแวกนั้น สามารถสร้างรายได้ที่เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

ทุกคำถามเหล่านี้จะหมดไป โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ขอแนะนำ 4 HealthTech Startup สัญชาติไทย ที่กำลังทำให้สุขภาพที่ดีกลายเป็นเรื่อง ง่ายๆ โดยเฉพาะท่ามกลางสถานการณ์ COVID-19 ในตอนนี้

                 

 

ติดตามสตาร์ทอัพไทยที่มีโซลูชั่นและบริการดีๆ ได้ใน “Startup Marketplace is Live Now” รายการที่จะช่วยสร้างช่องทางการตลาดให้กับสตาร์ทอัพไทย ในช่วงสถานการณ์วิกฤต โดย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA  และข้อมูลข่าวสาร ได้ที่ FB Page: Startup Thailand และ FB Group: Startup Thailand Marketplace

เมอร์เซเดส-เบนซ์เปิดตัว The-all new electric CLA ในราคา 2.29 ล้านบาทเฉลิมฉลอง 140 ปี แห่งนวัตกรรมยานยนต์กับข้อเสนอพิเศษ“140 Years of Innovation Offer”

เซ็นทรัล รีเทล ชูกลยุทธ์ ‘Innovation in Action’ ขับเคลื่อนปี 2569 ทุ่มงบกว่า 1.8 หมื่นล้าน พร้อมลุยไทย-เวียดนามเต็มสูบ

ทีมผู้เชี่ยวชาญที่เปลี่ยนความซับซ้อนของระบบให้กลายเป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ FUJIFILM Business Innovation ที่แท้จริง (ส่วนที่สอง)

“โทฟุซัง” ถอดรหัสหัวใจคุณภาพ สู่ผู้นำนมถั่วเหลืองพรีเมียม เปิดยุทธศาสตร์ Data–Innovation ขับเคลื่อนแบรนด์ไทยเติบโตยั่งยืนในตลาดสุขภาพระดับสากล

ทีมผู้เชี่ยวชาญที่เปลี่ยนความซับซ้อนของระบบให้กลายเป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ FUJIFILM Business Innovation ที่แท้จริง (ส่วนที่หนึ่ง)

ก้าวสำคัญของ FUJIFILM Business Innovation สู่การเป็น Holistic brand ขับเคลื่อนองค์กรด้วยนวัตกรรมในโลกแห่งยุคดิจิทัล

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact