เมื่อโลกธุรกิจหมุนเร็วขึ้นทุกปี คำว่า “นวัตกรรม” กลายเป็นคำสามัญที่แทบทุกองค์กรหยิบมาใช้เป็นคำอธิบายความสำเร็จของตัวเอง แต่ในสมรภูมิสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) ที่เต็มไปด้วยสินค้าที่หลากหลายและการแข่งขันด้านราคาที่ดุเดือด คำถามสำคัญคือจะสร้างระบบแบบไหนที่ทำให้คำว่านวัตกรรมไม่ได้เป็นเพียงแค่สีสัน หรือการออกสินค้าใหม่เพื่อสร้างกระแสชั่วคราว แต่สามารถบ่มเพาะให้กลายเป็น Growth Engine หรือเครื่องยนต์หลักที่สร้างการเติบโตได้อย่างแท้จริง

คุณอภิสิทธิ์ ธีรภาพรุ่งโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด ให้คำตอบที่น่าสนใจว่า สำหรับ CP-Meiji นวัตกรรมไม่ใช่แค่หน้าที่ของฝ่ายวิจัยและพัฒนา (R&D) แต่อยู่ที่การออกแบบระบบทั้งระบบ ครอบคลุมทั้ง Value Chain แบบ End to End ตั้งแต่น้ำนมดิบในฟาร์มไปจนถึงประสบการณ์ของผู้บริโภคที่ปลายทางโดยสามารถถอดออกมาเป็น 4 แกนหลัก ดังนี้
Product Innovation สำหรับ CP-Meiji นวัตกรรมที่คนมองเห็นบนชั้นวางสินค้าเป็นเพียงปลายยอดของภูเขาน้ำแข็ง แต่รากฐานที่อยู่ลึกลงไปคือการใช้ผลิตภัณฑ์เป็นเครื่องมือในการแก้ Pain Point และสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม คุณอภิสิทธิ์ ได้ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัด โดยเล่าย้อนกลับไปเมื่อสิบ 10 ปีก่อน ตลาดโยเกิร์ตในประเทศไทยติดอยู่กับภาพจำของสแน็ค ของทานเล่นที่เน้นรสผลไม้และความหวานนำ แต่การมาถึงของเมจิ บัลแกเรีย คือการ Repositioning ครั้งใหญ่ในตลาด CP-Meiji ใช้สินค้าตัวนี้เป็นหัวหอกในการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคจากการทานโยเกิร์ตเป็นของว่างมาสู่การทานเพื่อ “สุขภาพ” อย่างแท้จริง
ทุกปี CP-Meiji จะมีการออกสินค้าใหม่ (NPD) อย่างต่อเนื่องทุกปี ทั้งในประเทศและต่างประเทศเฉลี่ยปีละไม่ต่ำกว่า 14-15 SKU ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนมพาสเจอร์ไรส์หรือโยเกิร์ต โดยพยายามพัฒนานวัตกรรมที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปในทุกจังหวะชีวิต
Market Innovation แกนที่ 2 กับความสามารถในการปรับตัวและพัฒนาช่องทางการขายให้สอดรับกับ Landscape ของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่ภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์นมพาสเจอร์ไรส์และโยเกิร์ตอาจถูกจำกัดอยู่เพียงแค่สินค้ากลุ่ม B2C ที่วางขายในตู้แช่ แต่ CP-Meiji ได้ใช้นวัตกรรมขยายตัวเข้าสู่กลุ่ม B2B จนกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับคู่ค้าและอุตสาหกรรมโดยรวม
คุณอภิสิทธิ์ ได้ระบุถึงความสำคัญของการปรับตัวครั้งนี้ว่า เมื่อ Landscape ของ Market เปลี่ยน Channel เปลี่ยน Innovation ของ Market ก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่เราจะต้อง Adapt ตัวเองให้สามารถที่จะเติบโต พร้อมมีนวัตกรรมในแง่ของการพัฒนาช่องทางขายที่หลากหลายแตกต่างกันออกไปมากขึ้น
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือตลาด Soft Serve ที่กลายมาเป็นสินค้าที่มีขายอยู่ในแทบทุกห้าง Retail ของเมืองไทย โดย CP-Meiji ทำหน้าที่เป็น Invisible Hand ที่เข้าไปช่วยพัฒนาสูตรกับคู่ค้า โดยใช้ผลิตภัณฑ์ของเมจิเข้าไปเป็นเบส เช่น รสนมสดที่ทำมาจากนมสดเมจิจริงๆ ทำให้ได้ไอศครีมซอฟต์เสิร์ฟที่ให้รสชาติอร่อยเป็นธรรมชาติและสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น นวัตกรรมนี้ได้เปลี่ยนบทบาทของแบรนด์เมจิจากการเป็นเพียงผู้ขายสินค้าให้กลายเป็นผู้สร้างธุรกิจ B2B ภายในช่องทาง Modern Trade และร้านค้าทั่วไป จนเกิดเป็นกระแสซอฟต์เสิร์ฟบูมที่ห้างร้าน Retail ต่างๆ ทั้งใหญ่และเล็กต่างก็หันมาใช้ตู้ซอฟต์เสิร์ฟเป็น Traffic Driver ในการดึงลูกค้าเข้าร้าน

นอกจากนี้ การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวในช่วงต้นปีที่ผ่านมายังส่งผลบวกอย่างชัดเจนต่อช่องทาง B2B ในกลุ่มร้านคาเฟ่ต่างๆ ที่ต้องใช้นมพาสเจอร์ไรส์คุณภาพสูงเป็นองค์ประกอบหลักในการทำกาแฟ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งน่านน้ำที่แบรนด์เข้าไปปักหมุดนวัตกรรมด้านการตลาดไว้อย่างแข็งแกร่ง เพราะหัวใจสำคัญคือรสชาติและคุณภาพที่สม่ำเสมอและต่อยอดได้ต่อกับ Meiji RAY นมที่เราตั้งใจพัฒนาขึ้นมาสำหรับร้าน Specialty โดยเฉพาะไม่ว่าจะเป็น Coffee หรือ Matcha
คุณอภิสิทธิ์ กล่าวว่า CP-Meiji ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมการทำ Innovation จึงต้องมองทั้งอุตสาหกรรม ไม่ใช่เฉพาะแบรนด์ของตัวเอง เป้าหมายคือยกระดับคุณภาพและมาตรฐานของทั้งกลุ่มสินค้า โดยบริษัททำหน้าที่เป็นผู้นำในการขับเคลื่อน
Production Process Innovation อีกหนึ่งหัวใจสำคัญซึ่งเปรียบเสมือนฟันเฟืองภายในที่เปลี่ยนความเป็นไปได้ทางเทคโนโลยีให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ผู้บริโภคสัมผัสได้จริง นวัตกรรมในมิตินี้ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่ประสิทธิภาพในการผลิตเท่านั้น แต่เป็นการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผลิตภัณฑ์ที่เลียนแบบได้ยาก คุณอภิสิทธิ์ เผยว่ามีการใช้ Technology Process ที่เป็นปัจจัยสำคัญปัจจัยหนึ่งที่ทำให้แบรนด์สามารถนำเสนอสิ่งที่แตกต่างมาได้ตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ตัวอย่างที่สะท้อนความสำเร็จหนึ่งในนั้น คือโยเกิร์ตเมจิ บัลแกเรีย ที่ได้ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางด้านการผลิตเข้ามาจัดการกระบวนการจนได้เนื้อสัมผัสที่แตกต่าง แต่เป็นธรรมชาติแบบแน่นเนียนนุ่มที่เราเรียกว่า Set Yogurt (โยเกิร์ตคงตัว) โดยไม่มีการใช้สารคงตัวเข้ามาช่วยเลย เพราะในอดีตโยเกิร์ตเป็นประเภทคงตัว มักจะใช้เจลาตินเพื่อให้เกิดการเซตตัว แต่ CP-Meiji ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่จำลองการหมักบ่มโยเกิร์ตของชาวบัลแกเรียมาช่วย ทำให้ได้เนื้อโยเกิร์ตที่ไม่เหมือนใคร ทั้งยังได้ประโยชน์จากจุลินทรีย์ดี LB81 ถือเป็นการใช้ Process มาตอบโจทย์เรื่องสุขภาพและความอร่อยไปพร้อมกัน
Raw Material Innovation ถือเป็นต้นน้ำที่สำคัญใน Value Chain ของ CP-Meiji เพราะเป็นจุดเริ่มต้นที่สามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นได้ แบรนด์ไม่ได้มองว่าวัตถุดิบเป็นเพียงส่วนประกอบพื้นฐาน แต่คือโอกาสในการสร้างความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ ตั้งแต่วัตถุดิบหลักอย่าง “น้ำนมดิบ” ไปจนถึงการหา Ingredient ต่างๆ จากทั่วโลก ที่จะมาสร้าง Product ให้เกิดเป็นนวัตกรรมสินค้าใหม่ได้
โดยการคัดสรรนวัตกรรมด้านวัตถุดิบของ CP-Meiji ยึดโยงอยู่กับหลักการ Consumer Centric และการแก้ Pain Point ของผู้บริโภคเป็นสำคัญ แบรนด์จะนำข้อมูลจากงานวิจัยมาทำการ Matching ระหว่างความต้องการของลูกค้ากับวัตถุดิบที่มีอยู่ทั่วโลก เพื่อให้ได้ส่วนผสมที่ตอบโจทย์สุขภาพ ตัวอย่าง เช่น การเลือกใช้ Collagen TypeII ในการสินค้าใหม่ Meiji High Protein Active Collagen Type II ในเมจิไฮ โปรตีนแอคทีฟ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนที่ออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกสูง เช่น วิ่ง เทนนิส ฟุตบอล เป็นต้น นอกจากนี้ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรม การใช้น้ำนมดิบคุณภาพสูงเป็นวัตถุดิบหลักยังเป็นส่วนสำคัญในการช่วยผลักดันพื้นฐานเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมโคนมของประเทศไทยให้ดีขึ้น และสามารถแข่งขันได้ในระดับโลก

นอกจากนี้ รากฐานที่สำคัญที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ เพราะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อน CP-Meiji ให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้งกับ Innovative People หรือบุคลากรในองค์กรที่มีความคิดสร้างสรรค์และไม่หยุดพัฒนาสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ เพราะบริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างคนในองค์กรให้มีกระบวนการคิดเชิงนวัตกรรมที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่แผนกวิจัยและพัฒนาเท่านั้น แต่ต้องฝังลึกอยู่ในทุกฟังก์ชันและทุกแผนกขององค์กร คุณอภิสิทธิ์ ได้เน้นย้ำถึงปรัชญานี้ว่า “นวัตกรรมใหม่ๆ เริ่มจากคน และนวัตกรรมทั้ง 4 แกนจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อคนในองค์กรทุกๆ คนมีความมุ่งมั่นที่จะมองเห็น มีความ Creativity ที่จะสร้างสิ่งใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นในตลาด บริษัทได้มีการส่งเสริมให้พนักงานทุกคนสามารถนำเสนอไอเดียได้ไม่ว่าจะอยู่ในแผนกไหนก็ตาม สิ่งเหล่านี้คือกุญแจสำคัญที่ทำให้ Innovation ทั้ง 4 ด้าน ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ การตลาด กระบวนการผลิต ไปจนถึงวัตถุดิบ สามารถทำงานสอดประสานกันได้อย่างมีประสิทธิภาพจนเกิดเป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค”
ก้าวต่อไปของ CP-Meiji นวัตกรรมไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่เรื่องของคุณภาพและสุขภาพที่เป็นรากฐานสำคัญมาอย่างยาวนานเท่านั้น แต่แบรนด์กำลังผนวกเอาเรื่องของความยั่งยืน (Sustainability) เข้ามาเป็นแกนหลักในการดำเนินธุรกิจอย่างเต็มตัว เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางของโลกและสังคมที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการใช้ Packaging Innovation ซึ่ง CP-Meiji ตั้งเป้าให้บรรจุภัณฑ์ต้องเป็นสิ่งที่จัดการง่ายหลังการบริโภค เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขยะสะสมหรือผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามมา แบรนด์จึงมุ่งพัฒนาไปในทิศทางของ Mono-material หรือการใช้วัสดุชนิดเดียวในการผลิตบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้สามารถนำไปเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นการสร้างนวัตกรรมที่คำนึงถึงความสะดวกของผู้ใช้ทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้องในวงจรของบรรจุภัณฑ์นั้นๆ ด้วย
ทั้งหมดที่กล่าวมาทำให้ CP-Meiji สามารถคว้ารางวัลพิเศษ Innovation Brand Award จากผลสำรวจ 2026 Thailand’s Most Admired Brand มาครองได้สำเร็จต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 รางวัลนี้คือเครื่องพิสูจน์ว่าเมื่อนวัตกรรมถูกฝังอยู่ใน DNA และขับเคลื่อนด้วยคุณค่าเรื่องสุขภาพและความยั่งยืนก็สามารถสร้างความเชื่อมั่นในใจผู้บริโภค