ช่วงเวลาที่มีแต่บรีส
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าในช่วงเวลาราวครึ่งศตวรรษก่อนนั้น บรีสดูจะเป็นแบรนด์ผงซักฟอกของลีเวอร์ ที่ประสบความสำเร็จในการสู้กับแฟ้บมากกว่าโอโม จนที่สุดบรีสทำการตลาดจนยอดขายแซงแฟ้บขึ้นเป็นผู้นำในตลาดผงซักฟอกในไทย และในช่วงเวลาดังกล่าว การแข่งขันในตลาดผงซักฟอกมีแบรนด์ใหญ่ๆเพียงไม่กี่แบรนด์ ซึ่งต่อมามีผงซักฟอกเปาบุ้นจิ้น (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น 'เปา' ) ของสหพัฒนพิบูล เข้าสู่ตลาดอีกแบรนด์หนึ่ง ในช่วงนั้น ลีเวอร์ (ยูนิลีเวอร์) จึงเน้นทำตลาดเฉพาะบรีส และหยุดการทำตลาดโอโมไปช่วงเวลาหนึ่ง
โอโม คืนสังเวียน ในยุครุ่งเรืองของคอนเซนเตรต
เมื่อประมาณเกือบ 30 ปีที่แล้ว ตลาดผงซักฟอกในไทย เข้าสู่จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ที่เปลี่ยนไปอย่างถาวรในที่สุด จากการใช้ผงซักฟอกสูตรธรรมดา มาเป็นผงซักฟอกคอนเซนเตรต (concentrate) หรือที่เรียกว่าผงซักฟอกสูตรเข้มข้น ที่สามารถประหยัดการใช้มากกว่าการใช้ผงซักฟอกสูตรธรรมดาถึง 4 เท่า ผู้บุกเบิกตลาดนี้คือ แอทแทค ของคาโอ ยักษ์ใหญ่สินค้าคอนซูเมอร์จากญี่ปุ่น ที่อยู่ในตลาดในไทยมานานมากเช่นกัน แต่ก่อนหน้านั้นยังไม่ได้ขายผงซักฟอก ขายแต่สินค้าอื่น เช่น แชมพูแฟซ่า
การทำตลาดผงซักฟอกสูตรเข้มข้น แอทแทคในไทย ของคาโอ เจาะกลุ่มผู้บริโภคที่ใช้เครื่องซักผ้า ซึ่งยุคนั้นการใช้เครื่องซักผ้าในไทยเป็นที่นิยมแพร่หลาย และมีผงซักฟอกสูตรธรรมดาที่ผลิตสำหรับการใช้งานกับเครื่องซักผ้าอยู่แล้ว เมื่อแอทแทคบุกเข้าสู่ตลาด เน้นการใช้งานที่ประหยัดกว่าผงซักฟอกสูตรธรรมดา 4 เท่า (ใช้ผงซักฟอกแอทแทคเพียงหนึ่งในสี่ของผงซักฟอกสูตรธรรมดาก็ซักผ้าได้สะอาดเอี่ยม) ทำให้แอทแทคประสบความสำเร็จในตลาดผงซักฟอกสำหรับเครื่องซักผ้าอย่างรวดเร็ว จนขึ้นเป็นผู้นำในตลาดผงซักฟอกสำหรับเครื่องซักผ้าในช่วงเวลานั้น
ซึ่งลีเวอร์ก็วางตลาดผงซักฟอกสูตรเข้มข้นของตนเจาะตลาดเครื่องซักผ้าภายใต้แบรนด์บรีสเช่นกัน และพัฒนาแบรนด์มาเป็นบรีส เอกเซลในปัจจุบัน
แต่ดูเหมือนว่าลำพังบรีส สูตรเข้มข้น ที่ต่อมาเป็นบรีส เอกเซล แบรนด์เดียวจะไม่เพียงพอในการต่อกรกับคู่แข่ง
ในช่วงเวลาต่อมา ลีเวอร์ (ยูนิลีเวอร์) จึงนำผงซักฟอกโอโม กลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง และเน้นการทำตลาดเฉพาะผงซักฟอกสูตรเข้มข้น มีจุดขายคือ ความขาว ซักผ้าได้ขาวสดใส