นอกจากนั้นยัง Customization คลาวด์ของพันธมิตรเพิ่มเติม เพื่อนำเสนอโซลูชั่นนวัตกรรมให้กับลูกค้า สร้างความแตกต่างที่โดดเด่น เหมาะกับการใช้งานในองค์กรขนาดใหญ่และเอสเอ็มอี ทั้งธนาคาร บริษัทประกัน และร้านอาหาร เนื่องจากคลาวด์มีความยืดหยุ่นจึงทำให้องค์กรคล่องตัวและรวดเร็ว
“จะเห็นว่าเทคโนโลยีการสื่อสารมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อภาคธุรกิจเพื่อรับมือกับความท้าทายต่างๆ ในยุคดิจิทัล ทั้งยังเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งเชิงเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว ทั้งนี้ความเร็วในการปรับใช้เทคโนโลยีในธุรกิจเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ก้าวทันต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและรุนแรงขึ้น ดีแทคมุ่งมั่นในการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่ลูกค้าไว้วางใจไม่ว่าธุรกิจจะเล็กใหญ่ขนาดใดก็ตาม” คุณราจีฟ เสริม
นอกจากโซลูชั่นต่างๆ ที่จะตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าธุรกิจ dtac Business ยังเปิดตัวบริการ Self-service ที่ให้บริการ E-care และ E-Store ให้ลูกค้าธุรกิจสามารถปรับเปลี่ยน และจัดการแพ็กเกจและการจ่ายค่าบริการต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง รวมถึงยังเปิดตัว Business Call Center สำหรับลูกค้าธุรกิจโดยเฉพาะเพื่อให้การทำธุรกิจเป็นเรื่องง่าย สบายใจในการจัดการและติดต่อการได้รับความช่วยเหลือจากทีมงาน ซึ่งบริการดังกล่าวสอดรับกับพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไปในยุคดิจิทัล
“การจะพัฒนาโซลูชั่นที่ทำให้ลูกค้ากลุ่มธุรกิจนำไปใช้ได้อย่างง่ายดายจริงๆ ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็เป็นความท้าทายที่ดีแทคสัญญาว่าจะไม่หยุดพัฒนาและสรรหาโซลูชั่นใหม่ๆ หาบริการและเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อมาตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจในประเทศไทยให้ได้
สิ่งที่สำคัญคือเราจะต้องทำงานร่วมกับลูกค้า ฟังลูกค้าและเข้าใจเขาให้มากที่สุด หาแนวทางเทคโนโลยีต่างๆ มาเพื่อตอบชีวิตเขาให้ง่ายที่สุดเพื่อที่เขาจะได้ประกอบธุรกิจได้โดยที่ไม่ต้องกังวลใจเรื่องอะไรเลย” คุณราจีฟ กล่าวปิดท้าย