มาเริ่มกันที่รายแรก นั้นคือ Twitter สำหรับในไตรมาสที่สาม (3/2017) ที่ผ่านมาไม่นานมานี้ รู้หรือไม่ว่า Twitter ขาดทุน (Net Loss) 21 ล้านดอลลาร์ ซึ่งตัวเลขนี้ถือว่าน้อยลงแล้ว Twitter เคยขาดทุนมากกว่านี้ เมื่อไตรมาสเดียวกันในปี 2016 ตอนนั้นขาดทุนมากถึง 103 ล้านดอลลาร์เลยทีเดียว ส่วนรายได้ (Revenues) นั้นอยู่ที่ 590 ล้านดอลลาร์ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 4% โดยมีจำนวนผู้ใช้งานที่แอคทีฟต่อเดือน (Monthly Active Users หรือ MAU) ทั้งหมด 330 ล้านคน เพิ่มมาจากไตรมาสที่แล้วอีก 4 ล้านคน จากผลประกอบการที่สรุปมานี้ ดูเหมือนว่าสถานการณ์ของ Twitter กำลังดีขึ้นมาเรื่อยๆ และไม่แน่ว่าในอีกไม่นาน Twitter อาจจะใกล้ได้กำไรแล้ว
มาต่อกันที่รายที่สองเลย Amazon มีผลการประกอบการในไตรมาสที่สาม (3/2017) โดยมีรายได้ (Revenues) สูงขึ้นมา 34% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยอยู่ที่ประมาณ 4.37 หมื่นล้านดอลลาร์ อีกทั้งกำไร (Profits) ก็สูงขึ้นกว่าที่คาดไว้อีกด้วย อยู่ที่ 256 ล้านดอลลาร์ ทั้งรายได้และกำไรที่เพิ่มขึ้นมานั้นมาจากการเข้าไปซื้อกิจการ Whole Foods นั้นเอง โดย Amazon มีรายได้หลักๆ มาจาก Amazon Prime, Amazon Web Services, และ Alexa ที่เปิดตัวออกมาได้อย่างสวยงาม และมีการตอบรับที่ดี ซึ่งส่งเหล่านี้เองยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักในการสร้างรายได้และกำไรให้กับทางบริษัท รวมถึง Prime Day ก็มียอดขายสูงขึ้นถึง 60% ด้วยสาเหตุทั้งหมดนี้ ถือเป็นการชดเชยกับธุรกิจในต่างประเทศที่อาจจะมีผลลัพธ์ที่ไม่ค่อยน่าพึงพอใจเท่าไหร่นัก แต่ถึงอย่างไรก็ตาม Amazon เองก็ยังคงเป็นบริษัทที่น่าติดตามและน่าสนใจเป็นอย่างมากสำหรับนักการตลาด
ปิดท้ายด้วย บริษัทแม่ของยักษ์ใหญ่ Google อย่าง Alphabet หลังจากจบไตรมาสที่สามไปเป็นที่เรียบร้อย Alphabet ก็ได้ประกาศถึงผลประกอบการของไตรมาสดังกล่าว โดยมีรายได้ (Revenues) สูงขึ้นเป็น 2.77 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นอีก 24% เมือเทียบกับรายได้ในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา และมีกำไรต่อหุ้น (Earning Per Share) อยู่ที่ 9.57 ดอลลาร์ ส่งผลให้ Earnings รวมทั้งหมดสูงขึ้น 32% ในขณะที่ Cost-Per-Click ของ Google ราคาลดลง 21% จากปีที่ผ่านมา ซึ่งทาง Google ก็ยังคงจะลงทุนในการตลาดต่อไป โดยเฉพาะตลาดในกลุ่ม Pixel 2 ที่มียอดสั่งซื้อถล่มทลายมากกว่าปีทีแล้วถึง 2 เท่า