“เราตั้งเป้าของแคมเปญ Heineken® Festive 2020 ไว้ในหลายมิติ ตั้งแต่ด้านการรับรู้ของแบรนด์ (Brand Awareness) คุณค่าตราสินค้า (Brand Value) ด้วยการใช้แผนการสื่อสารทางการตลาดแบบ Seasonal Marketing ที่จะดึงเอาการรับรู้ของการสื่อสารการตลาดที่เราทำไปนั้น กลับมาที่แบรนด์ (Call to Action) เป็นการทำการตลาดเชิงรุกช่วงไตรมาตร 4 เพื่อสอดรับกับพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ในช่วงเทศกาล ตอบรับผู้บริโภคทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ โดยเราเชื่อมั่นว่ากลยุทธ์ที่เราใช้ในแคมเปญนี้จะเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคอย่างน้อย 12 ล้านคน ช่วยกระตุ้นยอดขายในไตรมาศที่ 4 ปลุกการซื้อระยะสั้นในช่วงเทศกาล คงส่วนแบ่งในตลาดเบียร์พรีเมียม 91% ครองตำแหน่งผู้นำในการเป็น Premium ทั้งในเรื่องของคุณค่าตราสินค้า แบรนด์ที่มีความแตกต่าง และมีความหมายในใจผู้บริโภค
“ทั้งนี้ในฐานะแบรนด์ผู้นำด้านนวัตกรรมและคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม เราให้ความสำคัญของวิถีการดำเนินชีวิตแบบใหม่ (New Normal) เพื่อปรับให้เข้ากับสถานการณ์ของกลุ่มผู้บริโภคและการทำตลาดในเมืองไทยด้วยเช่นกัน ซึ่งกลยุทธ์และแคมเปญที่เราคิดมานั้นจะต้องสอดคล้องกับแนวทางของโกลบอลซึ่งจะเน้นย้ำในเรื่องการให้ความสำคัญกับการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) มาโดยตลอด แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องงดพบปะผู้คน แต่ทุกคนจะต้องรู้จักสังสรรค์กันอย่างมีความรับผิดชอบต่อตัวเอง สังคมและคนรอบข้างด้วย โดยทุกกิจกรรมของเราเองก็จะมาตรฐานความปลอดภัยทุกอย่างแบบเคร่งครัด และหวังว่าทุกคนจะให้ความร่วมมืออย่างมีความรับผิดชอบเพื่อการสังสรรค์กันอย่างมีความสุขในเทศกาลนี้ครับ”นายธีรภัทรกล่าวปิดท้าย
เริ่มต้นเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองที่กำลังจะมาถึงกับความพิเศษที่แตกต่างของการยกระดับประสบการณ์ให้ผู้บริโภคแบบไม่ซ้ำใคร พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำของตลาดเบียร์พรีเมียมในประเทศไทยด้วยด้วยแคมเปญ Heineken® Festive campaign 2020
ติดตามกิจกรรมความเคลื่อนไหวทางการตลาดของแบรนด์ไฮเนเก้นและรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ทาง http://www.facebook.com/Heineken และ Instagram @heineken_th